Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2518 (เลขอ้างอิง 107834)

พ.ศ. 2518 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ฝ่ายหนึ่งจำเลยที่ 1 กับ ส.อีกฝ่ายหนึ่งเข้าหุ้นกันลงทุนซื้อหุ้นบริษัท น.เพื่อแบ่งกำไรหรือเงินปันผลจากการถือหุ้น การที่จำเลยที่ 1 กับ ส.มีชื่อถือหุ้นนั้น ถือได้ว่าเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ จำนวนหุ้นของบริษัท น.จึงเป็นทรัพย์สินของหุ้นส่วนที่จะต้องนำมาแบ่งตามสัญญาเมื่อเลิกกัน ไม่ใช่จะแบ่งเฉพาะเงินลงทุนค่าหุ้น ตราบใดที่ยังไม่มีการชำระบัญชีหรือตกลงแบ่งกันโดยวิธีอื่นโจทก์ในฐานะหุ้นส่วนย่อมมีสิทธิที่จะได้รับส่วนแบ่งเงินปันผลในปี 2510 และ ปีต่อ ๆ ไปจนกว่าจะชำระบัญชีหรือตกลงแบ่งกันเสร็จ โจทก์ฟ้องเรียกทุนของหุ้นส่วน ซึ่งเป็นหุ้นส่วนสามัญไม่จดทะเบียนและขอแบ่งเงินปันผลในปี 2511 ซึ่งศาลล่างก็รับพิจารณาสืบพยานทั้งสองฝ่ายจนสิ้นกระแสความแล้ว จึงไม่มีความจำเป็นที่จะรื้อฟื้นให้ชำระบัญชีใน เรื่องดังกล่าวอีก ศาลย่อมวินิจฉัยถึงจำนวนทุนและพิพากษาให้แบ่งเงินปันผลในปี 2511 ไปทีเดียวได้ และการบังคับให้แบ่งกำไรในปี 2511 ย่อมถือได้ว่าจำเลยที่ 1 ที่ 2 ซึ่งเป็นผู้จัดการและทายาทผู้รับมรดกของ ส.ต้องรับผิดร่วมกัน จำเลยมิได้ฟ้องแย้งเรียกเงินภาษีที่อ้างว่าเสียเพิ่มเติมคืนจึงไม่เป็นประเด็นในคดี เมื่อ พ.ผู้เป็นหุ้นส่วนตาย ห้างย่อมเลิกกันโดยศาลไม่ต้องสั่งอีก และกรณีนี้ศาลไม่ควรพิพากษาให้จำเลยแบ่งเงินปันผลและคืนเงินค่าหุ้นให้โจทก์โดยไม่ตั้งผู้ชำระบัญชี

คำฟ้องและคำให้การ

คดีทั้งสองสำนวนนี้

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษารวมกัน สำนวนแรกโจทก์ของให้บังคับจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ร่วมกันแบ่งเงินปันผลประจำปี ๒๕๑๑ ที่บริษัทน้อมมิตร จำกัด จ่ายให้หุ้นส่วนจำนวน ๑๕๓,๕๕๖ บาทให้โจทก์พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ สำนวนที่สองโจทก์ของให้พิพากษาเลิกสัญญาหุ้นส่วนตามสำเนาเอกสารหมาย ๑ และ ๒ ให้โจทก์จำเลยร่วมกันชำระบัญชีหรือตั้งบุคคลที่โจทก์และจำเลยที่ ๑ เห็นชอบให้เป็นผู้ชำระบัญชี นำหุ้นบริษัทน้อมมิตรจำกัด ๗,๗๒๐ หุ้นมาแบ่งกัน ถ้าตกลงกันไม่ได้หรือแบ่งไม่ได้ ให้แบ่งโดยวิธีประมูลราคาระหว่างโจทก์จำเลย หรือขายทอดตลาดแล้วแบ่งกัน โดยโจทก์มีสิทธิได้รับเงินทุนคืน ๖๑๗,๖๐๐ บาท จำเลยทั้งหกได้รับเงินทุนคืน ๑๕๕,๔๐๐ บาท ถ้าราคาหุ้นเกินกว่ามูลค่าหุ้นละ ๑๐๐ บาทเท่าใด ให้โจทก์จำเลยมีสิทธิฝ่ายละครึ่ง ถ้าราคาหุ้นต่ำกว่า ๑๐๐ บาท ให้แบ่งกันตามส่วนของทุนที่ออกเงินลงทุน จำเลยที่ ๑ และที่ ๒ ให้การต่อสู้คดี และฟ้องแย้งในสำนวนแรก

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ร่วมกันแบ่งเงินปันผลปี ๒๕๑๑ ให้โจทก์ ๑๕๓,๕๖๖ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ ให้หุ้นส่วนระหว่างโจทก์และจำเลยที่ ๑ กับพันเอกสนั่นเลิกกัน ให้ตั้งบุคคลที่โจทก์จำเลยที่ ๑ และที่ ๒ ตกลงกันเป็นผู้ชำระบัญชี หากตกลงกันไม่ได้ ให้ตั้งหัวหน้ากองบังคับคดีแพ่งกระทรวงยุติธรรมเป็นผู้ชำระบัญชี โดยแบ่งหุ้นส่วนในจำนวน ๗,๗๒๐ หุ้นตามเอกสารหมายท้ายฟ้องให้โจทก์มีสิทธิได้รับเงินทุนคืน ๖๑๗,๖๐๐ บาท จำเลยทั้งหกมีสิทธิได้รับเงินทุนคืน ๑๕๔,๔๐๐ บาท ถ้ามูลค่าหุ้นเกินกว่าหุ้นละ ๑๐๐ บาทให้โจทก์จำเลยมีสิทธิในส่วนเกินฝ่ายละครึ่ง ถ้าราคาหุ้นต่ำกว่ามูลค่าหุ้นละ ๑๐๐ บาทให้แบ่งตามส่วนของเงินที่แต่ละฝ่ายลงทุน ถ้าไม่ตกลงแบ่งหุ้น ๗,๗๒๐ หุ้นได้ ก็ให้ประมูลกันระหว่างโจทก์จำเลย หากไม่ตกลงก็ให้ขายทอดตลาดหุ้นทั้งหมด แบ่งเงินกันตามส่วนดังกล่าว คำขอของโจทก์นอกจากนี้ให้ยกเสีย ให้ยกฟ้องแย้งของจำเลยที่ ๑ และที่ ๒

จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ทั้งสองสำนวน

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ว่า หุ้นส่วนสามัญไม่จดทะเบียนระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ ๑ และพันเอกสนั่นได้เลิกกันแล้วด้วยเหตุแห่งการตายของพันเอกสนั่นผู้เป็นหุ้นส่วนคนหนึ่ง ให้จำเลยที่ ๑ แบ่งเงินปันผลในหุ้นของบริษัทน้อมมิตร จำกัด ประจำปี ๒๕๑๑ ให้แก่โจทก์ ๙๓,๘๘๔ บาท พร้อมทั้งดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จให้จำเลยที่ ๒ แบ่งเงินปันผลในหุ้นของบริษัทน้อมมิตร จำกัด ประจำปี ๒๕๑๑ ให้แก่โจทก์ ๕๙,๖๗๓ บาท (น่าจะเป็น ๕๙,๖๗๒ บาท) พร้อมทั้งดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ ให้จำเลยที่ ๑ คืนเงินทุนค่าหุ้นให้โจทก์ ๓๗๗,๖๐๐ บาท และให้จำเลยที่ ๒ ถึงที่ ๖ ร่วมกันรับผิดคืนเงินทุนค่าหุ้นในส่วนความรับผิดของพันเอกสนั่นให้โจทก์ ๒๔๐,๐๐๐ บาท โดยไม่ต้องตั้งผู้ชำระบัญชีอีก นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์และจำเลยทุกคนทั้งสองสำนวนฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่าเมื่อหุ้นส่วนคนหนึ่งตาย เป็นผลให้ห้างหุ้นส่วนเลิกกันนั้น กรณีห้างหุ้นส่วนคดีนี้มีความจำเป็นต้องชำระบัญชีหรือไม่ เห็นว่าสัญญาหุ้นส่วนระหว่างโจทก์ฝ่ายหนึ่งจำเลยที่ ๑ และพันเอกสนั่นอีกฝ่ายหนึ่ง เป็นสัญญาหุ้นส่วนลงทุนซื้อหุ้นบริษัทน้อมมิตร จำกัด เพื่อแบ่งปันกำไรหรือเงินปันผลจากการถือหุ้น การที่จำเลยที่ ๑ และพันเอกสนั่นมีชื่อถือหุ้นนั้นย่อมถือได้ว่าเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ จำนวนหุ้นของบริษัทน้อมมิตร จำกัด จึงเป็นทรัพย์สินของหุ้นส่วนที่จะต้องนำมาแบ่งตามสัญญาเมื่อเลิกกัน หาใช่จะแบ่งเฉพาะเงินลงทุนค่าหุ้นดังที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยมาไม่ ตราบใดที่ยังไม่มีการชำระบัญชีหรือตกลงแบ่งกันโดย วิธีอื่น โจทก์ในฐานะหุ้นส่วนย่อมมีสิทธิที่จะได้รับส่วนแบ่งเงินปันผลในปี ๒๕๑๐ และปีต่อ

ๆ ไป จนกว่าจะชำระบัญชีหรือตกลงแบ่งกันเสร็จ ที่โจทก์ฟ้องเรียกทุนของหุ้นส่วนคดีนี้ซึ่งเป็นห้างหุ้นส่วนสามัญไม่จดทะเบียน และขอแบ่งเงินปันผลในปี ๒๕๑๑ นั้น ศาลล่างก็รับพิจารณาสืบพยานทั้งสองฝ่ายมาจนสิ้นกระแสความแล้ว ไม่มีความจำเป็นที่จะรื้อฟื้นให้ชำระบัญชีในเรื่องดัง กล่าวอีก ศาลย่อมวินิจฉัยถึงจำนวนทุนและพิพากษาให้แบ่งเงินปันผลในปี ๒๕๑๑ ไปทีเดียวได้ และการบังคับให้แบ่งกำไรในปี ๒๕๑๑ ย่อมถือได้ว่าจำเลยที่ ๑ และจำเลยที่ ๒ ซึ่งเป็นผู้จัดการ และทายาทผู้รับมรดกของพันเอกสนั่นต้องรับผิดร่วมกันเพราะจำเลยที่ ๑ และพันเอกสนั่นเป็นผู้จัดการห้างหุ้นส่วนร่วมกันดังกล่าวแล้ว หาใช่มีความรับผิดแยกจากกันดังที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยไม่ ส่วนผลประโยชน์อื่นใดอันเกิดจากกิจการหุ้นส่วนดังกล่าวต่อจากปี ๒๕๑๑ ไม่ปรากฏข้อเท็จจริงว่ามีจำนวนแน่นอนเท่าใดสมควรให้จัดการชำระบัญชี

ที่จำเลยฎีกาว่าเนื่องจากจำเลยที่ ๑ และพันเอกสนั่นรับเงินปันผลมาจ่ายให้โจทก์ตามสัญญา ซึ่งเงินปันผลนี้ก็ถูกหักภาษีชั้นต้นไว้ ณ ที่จ่ายแล้ว แต่ต่อมากรมสรรพากรได้ประเมินเรียกเก็บภาษีเงินได้จากจำเลยที่ ๑ และพันเอกสนั่น ตั้งแต่ปี ๒๕๐๐ ถึง ๒๕๐๙ เพิ่มเติมอีก คือจำเลยที่ ๑ ต้องเสียภาษีเพิ่มอีก ๑๑๑,๒๔๐.๒๒ บาท พันเอกสนั่นเสียภาษีเพิ่มอีก ๑๓๓,๑๓๕ บาท ๑๕ สตางค์ ควรจะหักให้ฝ่ายจำเลยในการชำระบัญชีนั้น

ศาลฎีกาเห็นว่าจำเลยอ้างว่าโจทก์รับเงินปันผลปี ๒๕๐๐ ถึง ๒๕๐๙ ไปแล้วไม่ถูกต้องเพราะคิดหักการเสียภาษีขาดไป แต่จำเลยมิได้ฟ้องแย้งเรียกเงินภาษีที่อ้างว่าเสียเพิ่มเติมดังกล่าวคืนไม่เป็นประเด็นในคดี จึงไม่วินิจฉัยให้ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาว่า หุ้นส่วนสามัญไม่จดทะเบียนระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ ๑ และพันเอกสนั่นได้เลิกกันแล้วด้วยเหตุการตายของพันเอกสนั่นผู้เป็นหุ้นส่วนคนหนึ่งโดยศาลไม่จำเป็นต้องสั่งให้ หุ้นส่วนดังกล่าวเลิกกันอีกนั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยแต่ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ แยกกันแบ่งเงินปันผลให้โจทก์และให้จำเลยทั้งหกคืนเงินทุนค่าหุ้นให้โจทก์ โดยไม่ต้องตั้งผู้ชำระบัญชีนั้นยังไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา

ผลคำพิพากษา

จึงพิพากษาแก้ เป็นให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น เว้นแต่ข้อที่ให้ห้างหุ้นส่วนระหว่างโจทก์และจำเลยที่ ๑ กับพันเอกสนั่นเลิกกันและค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
กฤษณ์ โสภิตกุล · อุดม จาละ · มงคล วัลยะเพ็ชร์
ศาลล่าง
ศาลชั้นต้น - นายสุจริต เสถียรกาล
ศาลอุทธรณ์ - นายจังหวัด แสงแข
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้