Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2519 (เลขอ้างอิง 108355)

พ.ศ. 2519 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยที่ 1 (จำเลยที่ 1 ในสามสำนวนแรก) และ จ. เป็นเจ้าของที่ดินโฉนดที่ 2133 และสิ่งปลูกสร้างบนที่ดินได้ทำสัญญาจะซื้อขายห้องแถวไม้ 3 ห้อง พร้อมที่ดินซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของที่ดินโฉนดที่ 2133 ให้แก่โจทก์ทั้ง 3 (โจทก์ในสามสำนวนแรก) คนละห้อง โดยให้ผ่อนชำระเป็นรายเดือน แล้วจำเลยที่ 1 และ จ. ได้ขายที่ดินและสิ่งปลูกสร้างดังกล่าวให้แก่จำเลยที่ 2 ที่ 3 (จำเลยที่ 2 ที่ 3 ในสามสำนวนแรก) โดยไม่แจ้งให้โจทก์ทั้ง 3 ทราบ โดยจำเลยที่ 2 ที่ 3 ผู้ซื้อทราบอยู่ก่อนแล้วว่าจำเลยที่ 1 และ จ. กับโจทก์ได้ทำสัญญาจะซื้อจะขายกัน และจำเลยที่ 2 ที่ 3 ยอมรับทั้งสิทธิ์และหน้าที่ของจำเลยที่ 1 และ จ. ผู้ขาย ซึ่งเท่ากับจำเลยที่ 2 ที่ 3 ได้ทำสัญญาตกลงกับจำเลยที่ 1 และ จ. (คู่สัญญาของโจทก์ทั้งสาม) ว่าตนจะชำระหนี้แก่โจทก์ทั้ง 3 ซึ่งเป็นบุคคลภายนอก จำเลยที่ 2 ที่ 3 มิได้ทำสัญญาจะซื้อขายที่ดินและห้องพิพาทกับโจทก์ทั้ง 3 ขึ้นใหม่ คงถือตามสัญญาเดิม เมื่อต่อมาจำเลยทั้ง 3 ได้แจ้งเรื่องการซื้อขายระหว่างจำเลยต่อโจทก์ทั้ง 3 ว่าถ้าโจทก์ทั้ง 3 ยังประสงค์จะซื้อที่ดินและห้องแถวอยู่ก็ให้ส่งเงินที่ค้างทั้งหมดแก่จำเลยที่ 2 ที่ 3 ภายใน 7 วัน โจทก์ทั้ง 3 มีหนังสือตอบตกลงขอให้จำเลยที่ 2 นัดวันโอนกรรมสิทธิ์ ดังนี้ ย่อมเป็นการแสดงเจตนาของโจทก์ทั้ง 3 ที่จะถือเอาประโยชน์จากสัญญานั้นกับจำเลยที่ 2 ที่ 3 สิทธิ์ของโจทก์ทั้งสามซึ่งเป็นบุคคลภายนอกได้เกิดมีขึ้นแล้ว คู่สัญญาหาอาจจะเปลี่ยนแปลงหรือระงับสิทธิ์นั้นในภายหลังได้ไม่ จำเลยที่ 2 ที่ 3 จึงต้องผูกพันตนร่วมกับจำเลยที่ 1 และ จ. เป็นคู่สัญญารับผิดในการปฏิบัติตามสัญญานั้นต่อโจทก์ทั้งสามด้วย

คำฟ้องและคำให้การ

คดีทั้ง ๖ สำนวนนี้ศาลพิจารณาพิพากษารวมกันโดยเรียกโจทก์ในสามสำนวนแรกว่าโจทก์ จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ที่ ๓ ในสำนวนแรกเป็นจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ที่ ๓

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ และนางจิตราภา ศุภเจตตรา เจ้าของที่ดินและสิ่งปลูกสร้างโฉนดเลขที่ ๒๑๓๓ ได้ทำสัญญาจะซื้อขายห้องแถว ๓ ห้อง และที่ดินซึ่งห้องแถวดังกล่าวปลูกอยู่อันเป็นที่ดินส่วนหนึ่งของโฉนดเลขที่ ๒๑๓๓ ให้กับโจทก์ทั้ง ๓ คนละห้อง โจทก์ชำระมัดจำแล้วบางส่วน ที่เหลือตกลงผ่อนชำระเป็นรายเดือน ครั้นถึงกำหนดชำระงวดที่ ๔ โจทก์ได้ส่งชำระตามกำหนด แต่จำเลยที่ ๓ ไม่ยอมรับ ต่อมาจำเลยที่ ๑ และนางจิตราภาได้ขายที่ดินแปลงดังกล่าวพร้อมสิ่งปลูกสร้างให้แก่จำเลยที่ ๒ ที่ ๓ โดยจำเลยที่ ๒ ที่ ๓ ทราบอยู่ก่อนแล้วว่าโจทก์ได้ทำสัญญาจะซื้อขายกับจำเลยที่ ๑ และนางจิตราภาดังกล่าวแล้ว ต่อมาโจทก์ได้รับหนังสือของจำเลยทั้งสามว่าที่ดินและสิ่งปลูกสร้างได้โอนไปยังจำเลยที่ ๒ ที่ ๓ แล้ว

จำเลยที่ ๒ ที่ ๓ ยอมรับทั้งสิทธิ์และหน้าที่ของจำเลยที่ ๑ และนางจิตราภาให้โจทก์ส่งเงินแก่จำเลยที่ ๒ ที่ ๓ โจทก์จึงแจ้งไปว่าพร้อมที่จะชำระเงินที่ค้างทั้งหมดในวันโอน จำเลยที่ ๒ ที่ ๓ กลับเพิกเฉยแล้วอ้างว่าโจทก์ผิดสัญญา ขอให้บังคับจำเลยทั้งสามจดทะเบียนโอนและรับเงินที่ค้าง

จำเลยให้การว่า จำเลยที่ ๑ และนางจิตราภาได้ทำสัญญาจะขายที่ดินและห้องแถวตามฟ้องแก่โจทก์ และจำเลยที่ ๑ กับนางจิตราภาได้ขายกรรมสิทธิ์ในโฉนดที่ดินเลขที่ ๒๑๓๓ พร้อมสิ่งปลูกสร้างรวมทั้งสิทธิ์และหน้าที่ของจำเลยที่ ๑ และนางจิตราภาอันมีอยู่กับโจทก์ให้แก่จำเลยที่ ๒ ที่ ๓ จริง แต่โจทก์ประพฤติผิดเงื่อนไขขัดต่อสัญญา จำเลยที่ ๒ ที่ ๓ จึงได้บอกเลิกสัญญาและฟ้องขับไล่โจทก์ตามสำนวนที่ ๔, ๕ และ ๖ ซึ่งปรากฏว่าโจทก์ทั้งสามขาดนัดยื่นคำให้การ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ขับไล่โจทก์ทั้งสาม

โจทก์ทั้งสามอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ทั้งสามฎีกา

ศาลฎีกาเห็นว่า จำเลยที่ ๑ และ จ. เจ้าของที่ดินโฉนดที่ ๒๑๓๓ และสิ่งปลูกสร้างบนที่ดินได้ทำสัญญาจะซื้อขายห้องแถวไม้ ๓ ห้อง พร้อมที่ดินซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของที่ดินโฉนดที่ ๒๑๓๓ ให้แก่โจทก์ทั้ง ๓ คนละห้อง โดยให้ผ่อนชำระเป็นรายเดือน แล้วจำเลยที่ ๑ และ จ. ได้ขายที่ดินและสิ่งปลูกสร้างดังกล่าวให้แก่จำเลยที่ ๒ ที่ ๓ โดยไม่แจ้งให้โจทก์ทั้ง ๓ ทราบ โดยจำเลยที่ ๒ ที่ ๓ ผู้ซื้อทราบอยู่ก่อนแล้วว่าจำเลยที่ ๑ และ จ. กับโจทก์ได้ทำสัญญาจะซื้อจะขายกัน จำเลยที่ ๒ ที่ ๓ ยอมรับทั้งสิทธิ์และหน้าที่ของจำเลยที่ ๑ และ จ. ผู้ขาย ซึ่งเท่ากับว่าจำเลยที่ ๒ ที่ ๓ ได้ทำสัญญาตกลงกับจำเลยที่ ๑ และ จ. (คู่สัญญาของโจทก์ทั้ง ๓) ว่าตนจะชำระหนี้แก่โจทก์ทั้ง ๓ ซึ่งเป็นบุคคลภายนอก

จำเลยที่ ๒ ที่ ๓ มิได้ทำสัญญาจะซื้อขายที่ดินและห้องพิพาทกับโจทก์ทั้ง ๓ ขึ้นใหม่ คงถือตามสัญญาเดิม แสดงว่าโจทก์ทั้ง ๓ และจำเลยที่ ๒ ที่ ๓ ได้ถือเอาประโยชน์จากสัญญาที่ได้ทำกันไว้ เมื่อต่อมาจำเลยทั้ง ๓ ได้แจ้งเรื่องการซื้อขายระหว่างจำเลยต่อโจทก์ทั้ง ๓ ว่าถ้าโจทก์ทั้ง ๓ ยังประสงค์จะซื้อที่ดินและห้องแถวอยู่ก็ให้ส่งเงินที่ค้างทั้งหมดแก่จำเลยที่ ๒ ที่ ๓ ภายใน ๗ วัน โจทก์ทั้ง ๓ มีหนังสือตอบตกลงขอให้จำเลยที่ ๒ นัดวันโอนกรรมสิทธิ์ ดังนี้ ย่อมเป็นการแสดงเจตนาของโจทก์ทั้ง ๓ ที่จะถือเอาประโยชน์จากสัญญานั้นกับจำเลยที่ ๒ ที่ ๓ สิทธิ์ของโจทก์ทั้ง ๓ ซึ่งเป็นบุคคลภายนอกได้เกิดมีขึ้นแล้ว คู่สัญญาหาอาจจะเปลี่ยนแปลงหรือระงับสิทธิ์นั้นในภายหลังได้ไม่ จำเลยที่ ๒ ที่ ๓ จึงต้องร่วมผูกพันตนร่วมกับจำเลยที่ ๑ และ จ. เป็นคู่สัญญาร่วมรับผิดในการปฏิบัติตามสัญญานั้นต่อโจทก์ทั้งสามด้วย.

ผลคำพิพากษา

พิพากษากลับ ให้จำเลยร่วมกันจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินและห้องพิพาทให้โจทก์ตามสัญญา โดยให้โจทก์ชำระเงินส่วนที่ค้างอยู่คนละ ๒๖,๐๐๐ บาทแก่จำเลย หากไม่สามารถโอนให้ได้ หรือสภาพแห่งหนี้ไม่อาจบังคับได้ ให้จำเลยร่วมกันคืนเงินแก่โจทก์คนละ ๓๕,๐๐๐ บาท พร้อมค่าเสียหายแก่โจทก์อีกคนละ ๙,๐๐๐ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ย ฯ()ศาลแพ่ง - นายสุชาติ จิวะชาติศาลอุทธรณ์ - นายจินดา บุญศิริ

ข้อมูลคดี

แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้