Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1085/2506

พ.ศ. 2506 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การที่จะถือว่าเป็นตัวแทนเชิดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มารตรา 821 นั้น บุคคลภายนอกจะต้องรับติดต่อโดยหลงเข้าใจว่าเป็นกิจการของตัวการถ้าไม่หลงเช่นนั้น กล่าวคือ เชื่อว่าเป็นกิจการของผู้มาติดต่อเอง ก็ไม่ใช่กรณีตามมาตรา 821

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ เป็นเจ้าของร้านสมบัติพานิช จำเลยที่ ๒ เป็นลูกจ้างได้รับมอบอำนาจจากจำเลยที่ ๑ ให้จัดการร้านค้าดังกล่าว ต่อมาจำเลยที่ ๒ ทำสัญญากับธนาคารสาขาของโจทก์ที่ขอนแก่น ให้โจทก์จ่ายเงินค่าซื้อบุหรี่แก่โรงงานยาสูบ จำเลยที่ ๓-๔ ทำสัญญาค้ำประกันว่า ถ้าหากจำเลยที่ ๒ ไม่ปฎิบัติตามสัญญา ก็ยินยอมรับใช้แทนไม่เกิน ๑๒๐,๐๐๐ บาท หลังจากทำสัญญากันแล้ว โจทก์ได้จ่ายเงินให้แก่โรงงานยาสูบแทนจำเลยที่ ๒ หลายครั้ง รวมเงิน ๒๙๗,๐๐๐ บาท จำเลยที่ ๒ จ่ายเช็คให้โจทก์แต่ขึ้นเงินไม่ได้ โจทก์เตือนจำเลยที่ ๒ ให้นำเงินเข้าบัญชี และได้บอกกล่าวให้จำเลยที่ ๑,๓,๔ ทราบ แต่จำเลยทุกคนต่างเพิกเฉย ขอให้ศาลบังคับจำเลยที่ ๑,๒ ใช้เงินแก่โจทก์ ๒๙๗,๐๐๐ บาท และจำเลยที่ ๓,๔ รับผิดไม่เกินวงเงิน ๑๒๐,๐๐๐ บาท จำเลยทุกคนให้การปฏิเสธหลายประการ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาให้จำเลยที่ ๑,๒ ร่วมกันชำระเงิน ๒๙๗,๐๐๐ บาท ถ้าบังคับเอาจากจำเลยที่ ๑,๒ ไม่ได้ ก็ให้จำเลยที่ ๓,๔ ใช้แทนไม่เกิน ๑๒๐,๐๐๐ บาท

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ให้ยกฟ้องเกี่ยวกับจำเลยที่ ๑,๓,๔ นอกนี้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาพิจารณาแล้วเห็นว่า คดีต้องฟังว่าจำเลยที่ ๒ ติดต่อตกลงทำสัญญากับโจทก์เป็นส่วนตัวของจำเลยที่ ๒ เอง หาใช่กระทำโดยได้รับมอบหมายหรือเป็นลูกจ้างตัวแทนของจำเลยที่ ๑ ไม่ จึงไม่ใช่กรณีที่จำเลยที่ ๒ ตกลงทำสัญญากับโจทก์แทนจำเลยที่ ๑ คงมีกรณีเป็นปัญหาอยู่ก็แต่ว่า จำเลยที่ ๑ ได้เชิดจำเลยที่ ๒ เป็นตัวแทนของตนดุจดังคำวินิจฉัยของศาลชั้นต้นหรือไม่

ศาลฎีกาเห็นว่า การที่บุคคลคนหนึ่งเชิดบุคคลอีกคนหนึ่งออกแสดงเป็นตัวแทนของตนหรือรู้แล้วยอมให้บุคคลอีกคนหนึ่งเชิดตัวเอาเอง ออกแสดงเป็นตัวแทนของตนอันตนจะต้องรับผิดต่อบุคคลภายนอกผู้สุจริต เสมือนว่าเป็นตัวแทนของตนตามความในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา ๘๒๑ นั้น นอกจากจะมีการแสดงออกว่าเป็นตัวแทนของใครแล้ว บุคคลภายนอกที่รับติดต่อกิจการด้วยจะต้องรับติดต่อโดยหลงเช้าใจว่าเป็นกิจการของใครคนนั้นที่มีการแสดงออกว่าเป็นตัวการ จึงจะต้องรับผิดชอบเสมือนเป็นตัวการ แต่ถ้าหากบุคคลภายนอกที่รับติดต่อกิจการด้วยมิได้รับติดต่อโดยหลงเข้าใจว่าเป็นกิจการของใครอื่น แต่ยอมรับติดต่อโดยเชื่อถือผู้ที่มาติดต่อด้วยอย่างผู้ติดต่อเป็นเจ้าของกิจการนั้นเองแล้ว

ก็ต้องถือว่าไม่ใช่กรณีที่บุคคลคนหนึ่งเชิดบุคคลอีกคนหนึ่งเป็นตัวแทนหรือรู้แล้วยอมให้บุคคลอีกคนหนึ่งเชิดตัวเขาเองเป็นผู้แทนตน อันตนจะต้องพลอยรับผิดชอบเสมือนเป็นตัวการไปด้วย แต่จะต้องถือเป็นกรณีที่บุคคลอีกคนหนึ่งนั้นติดต่อกับบุคคลภายนอกเป็นส่วนตัวเอง ไม่มีการพาดพิงไปถึงใครให้ต้องรับผิดชอบด้วยเลย ในคดีนี้ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าพฤติการณ์ระหว่างนายมังกรแก้วตัวแทนของโจทก์กับจำเลยที่ ๒ ส่อแสดงว่านายมังกรแก้วถือเอาจำเลยที่ ๒ เท่านั้น เป็นผู้รับผิดชอบในสัญญา ไม่คำนึงถึงใครอื่นอีก จึงไม่อาจปรับเป็นกรณีเชิดบุคคลอีกคนหนึ่งเป็นตัวแทนได้ คำวินิจฉัยของศาลชั้นต้นที่ให้จำเลยที่ ๒ รับผิดต่อโจทก์เพราะเหตุนี้ ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ส่วนฎีกาโจทก์ที่เกี่ยวกับจำเลยที่ ๓-๔ นั้น

ศาลฎีกาเห็นว่า คดีควรต้องฟังว่าหาได้มีการบอกเลิกสัญญาค้ำประกันดังที่จำเลยที่ ๓-๔ ต่อสู้ไม่ และคดีเป็นที่แน่ชัดอยู่ว่า จำเลยที่ ๒ เป็นลูกหนี้ยังค้างชำระหนี้รายนี้ต่อโจทก์อยู่ ๒๙๗,๐๐๐ บาท หาใช่ชำระกันเสร็จสิ้นแล้วดังที่ต่อสู้ไม่

ผลคำพิพากษา

จึงพิพากษาแก้ให้ยกฟ้องโจทก์เฉพาะที่เกี่ยวกับจำเลยที่ ๑ แต่ผู้เดียว ส่วนที่เกี่ยวกับจำเลยที่ ๒,๓,๔ ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
การุณย์นราทร · สารกิจปรีชา · ห้วน ประชาบาล
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดขอนแก่น - นายพิทย์ มงคล
ศาลอุทธรณ์ - นายเกษม พิทยจันทร์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 355/2563

จำเลยที่ 2 ประกอบกิจการให้เช่ารถแท็กซี่ มีรถแท็กซี่ให้เช่ามากถึง 60 คัน จำเลยที่ 2 จึงเป็นผู้ประกอบกิจการให้เช่ารถแท็กซี่รายใหญ่ จำเลยที่ 2 เช่าซื้อรถแท็กซี่คันเกิดเหตุจากโจทก์ซึ่งจดทะเบียนประเภทรถยนต…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3612/2563

โจทก์เคยมอบอำนาจให้จำเลยที่ 1 ดำเนินการซื้อที่ดินพิพาท โดยโจทก์ไม่เคยไปดูที่ดินพิพาท และหลังจากซื้อที่ดินพิพาทแล้วโจทก์ก็ไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับที่ดินพิพาท กับให้จำเลยที่ 1 เป็นผู้เก็บรักษาโฉนดที่ดินพิพาท…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2339/2563

แม้โจทก์ทั้งสองฟ้องว่าได้เชิดจำเลยแสดงออกเป็นตัวแทนโจทก์ทั้งสองในการทำสัญญาซื้อที่ดินพร้อมอาคารพาณิชย์ สัญญากู้เงินและสัญญาจำนอง ซึ่งจำเลยให้การยอมรับ และศาลชั้นต้นกำหนดประเด็นข้อพิพาทว่าจำเลยต้องชำระ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1457/2563

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยบุกรุกเข้าไปในเคหสถานที่อยู่อาศัยของผู้เสียหายโดยไม่ได้รับอนุญาตและไม่มีเหตุอันสมควร โดยไม่ได้บรรยายฟ้องถึงองค์ประกอบความผิดว่าจำเลยกระทำโดยใช้กำลังประทุษร้าย หรือขู่เข็ญว่าจะใช้กำลัง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1433/2563

โจทก์ไม่ได้ตกลงโอนสิทธิตามสัญญาจะซื้อจะขายห้องชุดพิพาทให้แก่จำเลยร่วมเนื่องจากจำเลยที่ 2 ปลอมหนังสือโอนสิทธิตามสัญญาจะซื้อจะขายห้องชุดพิพาทระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 1 ในฐานะผู้จะขายจึงมีหน้าท…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้