Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 109/2534

พ.ศ. 2534 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ไม่ได้ตัวประจักษ์พยานผู้รู้เห็นเหตุการณ์มาเบิกความแต่โจทก์อ้างคำให้การชั้นสอบสวนของประจักษ์พยานดังกล่าวเป็นพยานแม้คำให้การชั้นสอบสวนนี้เป็นเพียงพยานบอกเล่า แต่ก็ไม่มีกฎหมายห้ามมิให้รับฟังเสียเลย การที่จะรับฟังพยานบอกเล่าได้หรือไม่เพียงใดนั้นย่อมสุดแล้วแต่เหตุผลเป็นเรื่อง ๆ ไป โดยรับฟังได้ในฐานะพยานประกอบพยานหลักฐานอื่นของโจทก์ได้ เมื่อโจทก์มีพนักงานสอบสวนผู้สอบปากคำประจักษ์พยานมาเบิกความประกอบคำให้การชั้นสอบสวนดังกล่าวกับบันทึกการชี้ ตัวและภาพถ่ายการชี้ ตัวผู้ต้องหา ทั้งปรากฏว่าอาวุธปืนและกระสุนปืนของกลางที่ยึดได้จากจำเลยและลูกกระสุนปืนของกลางที่ยึดได้จากที่เกิดเหตุและที่ฝังอยู่ในร่างกายของผู้ตาย ปรากฏว่ามีตำหนิ รอยลายเส้นที่ร่องเกลียวและสันเกลียว ตรงกันและเข้ารอยกันได้ จึงรับฟังประกอบคำให้การรับสารภาพชั้นสอบสวนของจำเลย ลงโทษจำเลยได้.โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 2

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ไม่ได้ตัวประจักษ์พยานผู้รู้เห็นเหตุการณ์มาเบิกความแต่โจทก์อ้างคำให้การชั้นสอบสวนของประจักษ์พยานดังกล่าวเป็นพยานแม้คำให้การชั้นสอบสวนนี้เป็นเพียงพยานบอกเล่า แต่ก็ไม่มีกฎหมายห้ามมิให้รับฟังเสียเลย การที่จะรับฟังพยานบอกเล่าได้หรือไม่เพียงใดนั้นย่อมสุดแล้วแต่เหตุผลเป็นเรื่อง ๆ ไป โดยรับฟังได้ในฐานะพยานประกอบพยานหลักฐานอื่นของโจทก์ได้ เมื่อโจทก์มีพนักงานสอบสวนผู้สอบปากคำประจักษ์พยานมาเบิกความประกอบคำให้การชั้นสอบสวนดังกล่าวกับบันทึกการชี้ ตัวและภาพถ่ายการชี้ ตัวผู้ต้องหา ทั้งปรากฏว่าอาวุธปืนและกระสุนปืนของกลางที่ยึดได้จากจำเลยและลูกกระสุนปืนของกลางที่ยึดได้จากที่เกิดเหตุและที่ฝังอยู่ในร่างกายของผู้ตาย ปรากฏว่ามีตำหนิ รอยลายเส้นที่ร่องเกลียวและสันเกลียว ตรงกันและเข้ารอยกันได้ จึงรับฟังประกอบคำให้การรับสารภาพชั้นสอบสวนของจำเลย ลงโทษจำเลยได้.

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288, 371,91, 32, 33 พระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ มาตรา 7, 8 ทวิ, 72, 72 ทวิที่แก้ไขแล้ว

จำเลยให้การรับสารภาพข้อหามีและพกอาวุธปืน แต่ปฏิเสธข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 288, 371 พระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ มาตรา 7, 8 ทวิ, 72 วรรคสาม,72 ทวิ วรรคสอง ที่แก้ไขแล้ว เรียงกระทงลงโทษฐานมีอาวุธปืนเครื่องกระสุนปืน จำคุก 1 ปี ฐานพกอาวุธปืน เป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ลงโทษบทหนักตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ จำคุก 6 เดือนฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา จำคุกตลอดชีวิต

จำเลยให้การรับสารภาพข้อหามีและพกอาวุธปืนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง ส่วนข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา คำให้การชั้นสอบสวนของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้าง มีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้หนึ่งในสาม ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ประกอบมาตรา 53คงลงโทษฐานมีอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน จำคุก 6 เดือน ฐานพกอาวุธปืนจำคุก 3 เดือน ฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา จำคุก 33 ปี 4 เดือน รวม3 กระทง จำคุก 34 ปี 1 เดือน ริบกระสุนปืนและหัวกระสุนปืนของกลางคืนอาวุธปืนของกลางแก่เจ้าของจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืนจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "แม้ว่าคดีนี้โจทก์ไม่ได้ตัวนางสาวบัวผัดแก้วระกา นางสาวเทียมจันทร์

วิดิสา และนายสวาท ไชยสิงห์ ผู้รู้เห็นเหตุการณ์มาเบิกความเนื่องจากตามหาตัวไม่พบก็ตาม แต่โจทก์ก็อ้างคำให้การชั้นสอบสวนของคนทั้งสามมาเป็นพยาน ซึ่งโจทก์มีร้อยตำรวจตรีสุรพงษ์ เหมือนเผ่าพงษ์ พนักงานสอบสวนผู้สอบปากคำคนทั้งสามมาเบิกความยืนยันประกอบคำให้การของคนทั้งสามตามเอกสารหมายจ.24 ถึง จ.26 โดยนางสาวบัวผัดให้การว่า วันเกิดเหตุเวลาประมาณ4 นาฬิกา ผู้ตายพูดคุยกับนางสาวบัวผัดในร้านที่เกิดเหตุ จำเลยได้ท้าทายผู้ตาย ขณะผู้ตายเดินตามจำเลยจะออกจากร้าน นางสาวบัวผัดเห็นจำเลยชักอาวุธปืนออกจากเอวจึงบอกให้ผู้ตายทราบ ผู้ตายบอกให้นางสาวบัวผัดกับพวกหลบ จำเลยใช้อาวุธปืนยิงผู้ตาย 3 นัด แล้วจำเลยหลบหนีไป นางสาวเทียมจันทร์ให้การว่า

เห็นจำเลยกับผู้ตายโต้เถียงกันประมาณ 30 นาที แล้วจำเลยจับแขนผู้ตาย ท้าผู้ตายให้ออกไปชกต่อยกันที่หน้าร้าน จากนั้นจำเลยก็เดินออกไปรอที่หน้าร้านผู้ตายเดินออกไปรอที่หน้าร้าน ผู้ตายเดินออกไปไม่ทันพ้นประตูจำเลยก็ชักอาวุธปืนยิงใส่ผู้ตายบริเวณหน้าอก รวม 3 นัด ในระยะห่างประมาณ 1 วา ผู้ตายวิ่งหนีเข้ามาในร้านได้ 3-4 ก้าว ก็ล้มลง แล้วจำเลยก็หลบหนีไป นายสวาทให้การว่า จำเลยมีปากเสียงกับผู้ตายในร้านที่เกิดเหตุ และจำเลยได้ท้าทายผู้ตายชกต่อยกัน นายสวาทเห็นจำเลยชักอาวุธปืนออกมาจากเอว นายหวังเพื่อนที่มากับจำเลยได้ห้ามจำเลยให้เก็บอาวุธปืนไว้ นายสวาทคิดว่าคงไม่มีเรื่องราวกันแล้วจึงเดินออกจากร้านไปที่ซอยโรงก๋วยเตี๋ยวซึ่งอยู่ข้างร้าน ขณะที่นายสวาทกำลังยืนปัสสาวะอยู่ได้ยินเสียงปืนดังขึ้น 3 นัด จึงเดินมาบริเวณหน้าร้านนั้นอีก เห็นนายหวังและจำเลยเดินออกจากร้านโดยจำเลยถืออาวุธปืนกระบอกเดียวกับที่ชักออกมาจากเอว แล้วกับนายหวังก็หลบหนีไป

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่านางสาวบัวผัดกับนางสาวเทียมจันทร์เป็นพนักงานเสิร์ฟ ส่วนนายสวาทเป็นผู้ช่วยดูแลร้านที่เกิดเหตุ ไม่เคยมีสาเหตุโกรธเคืองกับจำเลยมาก่อนเกิดเหตุ โดยเฉพาะนางสาวบัวผัดและนางสาวเทียมจันทร์ให้การต่อพนักงานสอบสวนในวันเกิดเหตุนั้นเองไม่มีโอกาสที่จะปั้นแต่งเรื่องขึ้นได้ จึงเชื่อว่าคนทั้งสามให้การในชั้นสอบสวนไปตามความจริงโดยมิได้ปรักปรำจำเลย แม้ว่านายสวาทจะให้การแตกต่างไปจากนางสาวบัวผัดและนางสาวเทียมจันทร์บ้าง ในข้อที่ว่ามีพวกของจำเลยอีกคนหนึ่งมาเกี่ยวข้องห้ามปรามจำเลยก่อนเกิดเหตุแต่ก็หาใช่ข้อสาระสำคัญถึงกับจะทำให้คำให้การของคนทั้งสามรับฟังไม่ได้ จริงอยู่คำให้การชั้นสอบสวนของคนทั้งสามเป็นเพียงพยานบอกเล่าแต่ก็ไม่มีกฎหมายห้ามมิให้รับฟังเสียเลย

การที่จะรับฟังพยานบอกเล่าได้หรือไม่เพียงใดนั้นย่อมสุดแล้วแต่เหตุผลเป็นเรื่อง ๆ ไป คำให้การชั้นสอบสวนของพยานจึงรับฟังได้ในฐานะพยานประกอบพยานหลักฐานอื่นของโจทก์ได้ ยิ่งกว่านั้นหลังจากเจ้าพนักงานตำรวจจับจำเลยได้ในวันเกิดเหตุนั้นเอง ได้จัดให้คนทั้งสามผลัดกันทำการชี้ตัวคนร้ายโดยให้จำเลยยืนปะปนกับบุคคลอื่นอีกหลายคน คนทั้งสามยังชี้ตัวจำเลยยืนยันว่าเป็นคนร้ายรายนี้ ปรากฏตามบันทึกการชี้ตัวผู้ต้องหาเอกสารหมาย จ.28, จจ.33 และภาพถ่ายการชี้ตัวหมาย จ.29 ถึง จ.32ทั้งข้อเท็จจริงปรากฏว่าจำเลยถูกเจ้าพนักงานตำรวจจับกุมได้พร้อมอาวุธปืนและกระสุนปืนของกลางในวันเกิดเหตุเวลาประมาณ 7 นาฬิกาซึ่งเป็นเวลาภายหลังจากเกิดเหตุเพียงประมาณ 3 ชั่วโมงเท่านั้น และจำเลยก็รับสารภาพว่ามีและพาอาวุธปืนของกลางโดยผิดกฎหมายจริง

นอกจากนี้โจทก์ยังมีพันตำรวจตรีจรูญ งดงาม ผู้เชี่ยวชาญกองพิสูจน์หลักฐานกรมตำรวจ มาเบิกความประกอบรายงานการตรวจพิสูจน์ของกลางเอกสารหมายจ.4 ว่า ได้ตรวจเขม่าดินปืนภายในลำกล้องปืนของกลาง เชื่อได้ว่าได้ใช้ยิงมาแล้วภายหลังการเช็ดล้างครั้งสุดท้าย ลูก(หัว)กระสุนปืนของกลางที่ได้จากที่เกิดเหตุและจากที่ฝังอยู่ในร่างกายของผู้ตายเป็นลูกกระสุนปืนรีวอลเวอร์ชนิดทองแดงหุ้มตะกั่วขนาดประมาณ .38เมื่อเปรียบเทียบกับลูกกระสุนปืนที่ใช้ยิงจากอาวุธปืนของกลางแล้วปรากฏว่ามีตำหนิรอยลายเส้นที่ร่องเกลียวและสันเกลียวตรงกันและเข้ารอยกันได้ จึงเชื่อว่าลูกกระสุนปืนของกลางทั้งสองลูกนี้ใช้ยิงมาจากอาวุธปืนของกลาง ทั้งพยานปากนี้ยังเบิกความต่อไปว่า

แม้อาวุธปืนของกลางจะเป็นขนาดลำกล้อง .357 ก็ตาม แต่ก็สามารถยิงด้วยกระสุนปืนขนาด .38 ได้ เนื่องจากกระสุนปืนทั้งสองขนาดนี้มีเส้นผ่าศูนย์กลางใกล้เคียงกันมาก กล่าวคือ ขนาด .38 จะมีเส้นผ่าศูนย์กลางจริงเพียง .358 นิ้ว จึงสามารถใส่เข้าไปในอาวุธปืนขนาด .357 แมกนั่มและยิงได้ พยานปากนี้เป็นพยานผู้เชี่ยวชาญมีหน้าที่ในการตรวจพิสูจน์เกี่ยวกับอาวุธปืน ฯลฯ และปฏิบัติการไปตามหน้าที่ ไม่รู้จักหรือมีส่วนได้เสียกับฝ่ายใด ดังนั้น รายงานผลการตรวจพิสูจน์ของกลางดังกล่าวและคำเบิกความของพยานปากนี้จึงมีน้ำหนักรับฟัง รูปคดีฟังได้ว่าหัวกระสุนปืนของกลางที่พบในที่เกิดเหตุ และที่ผ่านออกมาจากร่างกายของผู้ตาย ได้ยิงมาจากอาวุธปืนของกลางที่จำเลยครอบครองอยู่

ยิ่งกว่านี้เจ้าพนักงานตำรวจยังได้ยึดรถจักรยานยนต์ของจำเลยซึ่งทิ้งไว้ในที่เกิดเหตุอีกด้วย ที่จำเลยนำสืบว่าจำเลยออกจากร้านที่เกิดเหตุไปค้างคืนที่บ้านนายจุนลุงของจำเลยก่อนเกิดเหตุ และให้นายพลยืมรถจักรยานยนต์ของจำเลยไปโดยนายพลจะนำมาคืนในเช้าวันรุ่งขึ้น แต่นายพลไม่นำมาคืนนั้น จำเลยหาได้นำนายพลมาเบิกความให้ปรากฏข้อเท็จจริงดังกล่าวไม่ ทั้งไม่นำสืบว่าเหตุใดรถจักรยานยนต์ของจำเลยจึงไปอยู่ที่ร้านที่เกิดเหตุอีกข้อนำสืบของจำเลยจึงไม่มีน้ำหนักรับฟัง พยานแวดล้อมกรณีของโจทก์คำรับของจำเลยและผลของการพิสูจน์วัตถุพยานเมื่อนำมาพิจารณาประกอบกับคำให้การชั้นสอบสวนของนางสาวบัวผัด นางสาวเทียมจันทร์และนายสวาทแล้ว ข้อเท็จจริงฟังได้โดยปราศจากสงสัยว่าจำเลยใช้อาวุธปืนยิงผู้ตายจริง จำเลยจึงมีความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาด้วย พยานฐานที่อยู่ของจำเลยไม่มีน้ำหนักรับฟังหักล้างพยานโจทก์ได้..."

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เสียง ตรีวิมล · บุญศรี กอบบุญ · สุนพ กีรติยุติ
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7847/2544

การที่จำเลยกับผู้ตายมีสาเหตุขัดเคืองกันมาก่อนก่อนเกิดเหตุ ถือไม่ได้เสมอไปว่าจะเป็นเหตุให้จำเลยมีเจตนาฆ่าผู้ตายโดยไตร่ตรองไว้ก่อนและไม่ปรากฏตามทางนำสืบของโจทก์ว่า หลังจากที่จำเลยและผู้ตายมีเรื่องขัดเคื…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2145/2538

เมื่อศาลลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯมาตรา8ทวิวรรคสอง,72ทวิวรรคสองซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุดและเป็นกรรมเดียวกับความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา371แล้วก็จะอาศัยประมวลกฎหมายอาญามาตรา371มาสั่งริบอ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8152/2544

ชั้นพิจารณา จำเลยมิได้นำสืบปฏิเสธความถูกต้องของบันทึการจับกุมเมื่อฟังได้ว่า ชั้นจับกุมจำเลยได้ให้การรับสารภาพตามบันทึกการจับกุมจริง จึงใช้ยันจำเลยได้ หากจำเลยเป็นผู้บริสุทธิ์มิได้กระทำความผิดที่ถูกกล่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7381/2543

ศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงว่า เจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลและผู้บังคับบัญชาของโจทก์แจ้งให้โจทก์ทราบว่านายจ้างเลิกจ้าง กับนำหนังสือแจ้งการเลิกจ้างเอกสารหมาย ล. 2 มาให้โจทก์ดู ซึ่งจำเลยที่ 2 ยังไม่ได้มีคำสั่งเ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4683/2541

จำเลยกระทำความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาตามฟ้องโจทก์ แต่ความผิดตาม พ.ร.บ.อาวุธปืน โจทก์นำสืบแต่เพียงว่า จำเลยใช้อาวุธปืนยิงผู้ตายชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนจำเลยให้การรับสารภาพ โดยโจทก์ไม่ได้นำสืบว่าจำเลยเป…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้