คำฟ้องและคำให้การ
ได้ความว่าโจทก์เป็นเสมียนบริษัท บ.ได้ช่วยเหลือจำเลยให้ได้รับลากไม้ของบริษัทจำเลยจึงได้ทำหนังสือกู้เงินให้โจทก์ไว้ ๒๐๐๐ บาทและได้ใช้ให้แล้ว ๗๕๐ บาท
ศาลฎีกาวินิจฉัย
อนึ่งโจทก์ได้ทำหนังสือขึ้นฉะบับหนึ่งให้ไว้แก่บริษัท บ.แสดงว่าโจทก์มิได้เป็นเจ้าหนี้จำเลยเพื่อปกปิดการที่โจทก์รับรางวัลจากจำเลย บัดนี้โจทก์ฟ้องเรียกเงิน ๑๒๕๐ บาทที่ค้างจากจำเลย ๆ ให้การต่อสู้ว่าสัญญาเป็นโมฆะ ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาต้องกันว่าสัญญาฉะบับนี้สมบูรณ์ไม่เป็นโมฆะ ให้จำเลยชำระหนี้ให้โจทก์
จำเลยฎีกา ศาลฎีกาตัดสินว่าฎีกาของจำเลยที่ว่าสัญญารายนี้เป็นโมฆะเพราะผิดต่อ ม.๑๑๓ แห่งประมวลแพ่งฯ นั้น เห็นว่าศาลอุทธรณ์ชี้ขาดในข้อเท็จจริงว่าวัตถุประสงค์ไม่ขัดขวางต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน ฎีกาของจำเลยข้อนี้จึงตกไป ส่วนที่ว่าเอกสารที่โจทก์ทำให้แก่บริษัท บ.นายจ้างโจทก์นั้นเป็นใบรับเงินตาม ม.๓๒๖-๖๕๓ ก็เห็นได้ชัดว่าเอกสารฉะบับนี้เป็นหนังสือปกปิดการกระทำของโจทก์เท่านั้น จึงไม่เข้าบทมาตราที่จำเลยอ้าง ส่วนฎีกาอีกข้อหนึ่งของจำเลยก็มิได้ยกขึ้นต่อสู้มาแต่ศาลชั้นต้นต้องห้ามตามประมวลวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.๒๔๙ วรรค ๑
ผลคำพิพากษา
จึงพิพากษาให้ยกฎีกาจำเลย