Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1093/2509

พ.ศ. 2509 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ข้อที่จำเลยฎีกาว่าที่พิพาทเป็นของจำเลย จำเลยซื้อจากนายกองบิดาโจทก์ส่วนที่ซึ่งนายกองบิดาโจทก์ขายฝากจำเลยเป็นที่คนละแปลงนั้น เป็นฎีกาในข้อเท็จจริงโจทก์ฟ้องขอให้จำเลยรับการไถ่โอนที่ดินคืนให้แก่โจทก์ จำเลยต่อสู้ว่าที่พิพาทไม่ใช่ที่ที่ขายฝาก จึงเป็นคดีที่มีคำขออันคำนวณเป็นราคาเงินได้ เมื่อราคาที่พิพาทไม่เกินห้าพันบาท ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกาคัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงไม่ได้โจทก์บรรยายฟ้องว่า ที่นายกองขายฝากอยู่ตรงไหน พร้อมทั้งได้แสดงแผนที่สังเขปท้ายฟ้อง และมีสำเนาทะเบียนบุริมสิทธิฯลฯ แนบมาท้ายฟ้องด้วย เห็นว่าคำฟ้องของโจทก์ได้แสดงชัดแจ้งซึ่งสภาพแห่งข้อหา ทั้งข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาเช่นว่านั้นสมบูรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 172 แล้วอายุความตามมาตรา 1754 เป็นอายุความห้ามฟ้องคดีมรดกหรือคดีที่เจ้าหนี้ขอบังคับตามสิทธิเรียกร้องอันมีต่อเจ้ามรดก ส่วนคดีที่เจ้ามรดกเป็นเจ้าหนี้มิได้กำหนดอายุความไว้เป็นพิเศษในมาตรา 1754 แต่อย่างใด เมื่อเป็นคดีที่โจทก์ซึ่งเป็นทายาทของนายกองผู้ขายเดิมฟ้องขอไถ่ทรัพย์คืนจากจำเลยซึ่งเป็นผู้รับซื้อฝากตามมาตรา 497(1) แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ แม้โจทก์จะฟ้องจำเลยหลังจากนายกองผู้ขายเดิมตายเกิน 1 ปีคดีโจทก์ก็ไม่ขาดอายุความ เพราะคดีนี้ไม่เป็นคดีมรดกหรือเป็นคดีที่เจ้าหนี้ขอบังคับตามสิทธิเรียกร้องอันมีต่อเจ้ามรดก จะนำมาตรา 1754 มาใช้บังคับไม่ได้ข้อที่ว่าสิทธิในการไถ่ทรัพย์ตามมาตรา 497 พึงใช้ได้แก่บุคคลซึ่งในสัญญายอมไว้โดยเฉพาะให้เป็นผู้ไถ่ถอนได้ เมื่อนายกองผู้ขายเดิมไม่ได้ทำสัญญายอมให้โจทก์เป็นคนไถ่ถอน โจทก์ก็ไม่มีสิทธิที่จะไถ่ทรัพย์นั้น เป็นข้อที่จำเลยมิได้ยกขึ้นว่าในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ต้องห้ามตามมาตรา 249 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นผู้รับมรดกจากบิดามารดา โดยเฉพาะที่ดินบ้านเนื้อที่ประมาณ 2 ไร่ 1 งาน 6 ตารางวา เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2497 นายกองแบ่งที่ดินดังกล่าวขายฝากไว้กับจำเลยเนื้อที่ 24 ตารางวา เป็นเงิน 1,000 บาท มีกำหนด 10 ปี ต่อมาโจทก์ประสงค์จะขอไถ่ถอน จำเลยไม่ยอม ขอให้ศาลบังคับจำเลยให้การว่า นายกองบิดาโจทก์ได้ขายฝากที่ดินไว้กับจำเลยยาว 24 วา ต่อมานายกองกู้เงินจำเลยไป 3,700 บาท แล้วไม่มีเงินชำระ จึงเอาที่ดินอื่นรวมทั้งที่ดินที่ขายฝากตีใช้หนี้ ส่วนที่พิพาทเป็นที่ดินคนละแปลง คือเป็นที่ดินที่จำเลยซื้อจากบิดาโจทก์เมื่อปี พ.ศ. 2495 ได้ปลูกสร้างห้องแถวสามห้องเป็นเจ้าของโดยสงบและเปิดเผย ฟ้องโจทก์เคลือบคลุมศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยไปจดทะเบียนรับไถ่

หากจำเลยไม่ไปให้ถือเอาคำพิพากษามาเป็นการแสดงเจตนาของจำเลย ให้จำเลยรื้อถอนห้องแถวในที่ดินและทำดินให้อยู่ในสภาพเดิม ให้ขับไล่จำเลยและบริวารออกจากที่ดินจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนศาลฎีกาเห็นว่า ข้อที่จำเลยฎีกาว่าที่พิพาทเป็นของจำเลย จำเลยซื้อจากนายกองบิดาโจทก์ ส่วนที่ซึ่งนายกองบิดาโจทก์ขายฝากจำเลยเป็นที่คนละแปลงนั้น เป็นฎีกาในข้อเท็จจริง คดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยรับการไถ่โอนที่ดินคืนให้โจทก์ จำเลยต่อสู้ว่าที่พิพาทไม่ใช่ที่พิพาทที่ขายฝาก จึงเป็นคดีที่มีคำขออันคำนวณเป็นราคาเงินได้เมื่อราคาที่พิพาทไม่เกินห้าพันบาท

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกาคัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงไม่ได้ ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 247ข้อที่ว่าฟ้องโจทก์เคลือบคลุมนั้น เห็นว่าในคำฟ้องโจทก์บรรยายไว้แล้วว่า ที่นายกองขายฝากนั้นอยู่ตรงไหน พร้อมทั้งแสดงแผนที่สังเขปท้ายฟ้องและมีสำเนาทะเบียนบุริมสิทธิ ฯลฯ แนบมาท้ายฟ้องเห็นว่าคำฟ้องได้แสดงชัดแจ้งซึ่งสภาพแห่งข้อหาทั้งข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาเช่นว่านั้นสมบูรณ์ตามมาตรา 172 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งแล้ว

ที่จำเลยฎีกาว่านายกองบิดาโจทก์ผู้ขายฝากตายเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2505 โจทก์ไม่ปฏิบัติตามมาตรา 1754 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ คดีโจทก์ขาดอายุความแล้ว นั้น เห็นว่า อายุความตามมาตรา 1754 เป็นอายุความห้ามฟ้องคดีมรดกหรือคดีที่เจ้าหนี้ขอบังคับตามสิทธิเรียกร้องอันมีต่อเจ้ามรดก ส่วนคดีที่เจ้ามรดกเป็นเจ้าหนี้ มิได้กำหนดอายุความไว้เป็นพิเศษในมาตรา 1754 แต่อย่างใด เมื่อคดีนี้เป็นคดีที่โจทก์ซึ่งเป็นทายาทของนายกองผู้ขายเดิม ฟ้องขอไถ่ทรัพย์คืนจากจำเลยซึ่งเป็นผู้รับซื้อฝากตามมาตรา 497(1) ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ แม้โจทก์จะฟ้องจำเลยหลังจากนายกองผู้ขายเดิมตายเกิน 1 ปี คดีโจทก์ก็ไม่ขาดอายุความ เพราะคดีนี้ไม่เป็นคดีมรดกหรือเป็นคดีที่เจ้าหนี้ขอบังคับตามสิทธิเรียกร้องอันมีต่อเจ้ามรดก

จะนำอายุความตามมาตรา 1754 มาใช้บังคับแก่คดีนี้ไม่ได้ข้อที่ว่าจำเลยฎีกาว่าสิทธิในการไถ่ทรัพย์ตามมาตรา 497 พึงใช้ได้แก่บุคคลซึ่งในสัญญายอมไว้โดยเฉพาะให้เป็นผู้ไถ่ถอนได้ เมื่อนายกองผู้ขายเดิมไม่ได้ทำสัญญายอมให้โจทก์เป็นคนไถ่ถอนได้ โจทก์ก็ไม่มีสิทธิที่จะไถ่ทรัพย์นั้น เป็นข้อที่จำเลยมิได้ยกขึ้นว่าในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ต้องห้ามตามมาตรา 249 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งจึงไม่รับวินิจฉัยพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เพรียง โรจนรัส · จิตติ ติงศภัทิย์ · ไฉน บุญยก
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้