Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1095/2543

พ.ศ. 2543 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ตามสัญญาจ้างระบุว่า หากผู้ว่าจ้างให้ผู้รับจ้างพ้นจากการเป็นพนักงานของผู้ว่าจ้างก่อนสิ้นอายุของสัญญา โดยผู้รับจ้างไม่ได้กระทำความผิดและหรือผู้ว่าจ้างยังไม่ได้ปฏิบัติตามสัญญาที่จะมอบหุ้นให้แก่ผู้รับจ้าง ผู้ว่าจ้างจะจ่ายเงินให้แก่ผู้รับจ้างเป็นเงินจำนวนหนึ่งภายใน 60 วัน นับแต่ผู้ว่าจ้างให้ผู้รับจ้างพ้นจากความเป็นพนักงานของผู้ว่าจ้าง ข้อความดังกล่าวเป็นการตกลงจะชำระเงินให้ผู้รับจ้างหากเลิกจ้างก่อนครบกำหนดตามสัญญาโดยผู้รับจ้างไม่มีความผิด และหรือผู้ว่าจ้างยังไม่ได้ปฏิบัติตามสัญญา จึงมีลักษณะเป็นการทำสัญญากำหนดค่าเสียหายไว้ล่วงหน้า ในกรณีผู้ว่าจ้างไม่ชำระหนี้ หรือไม่ชำระหนี้ให้ถูกต้องสมควร อันเป็นเบี้ยปรับ ตาม ป.พ.พ. มาตรา 379 ศาลมีอำนาจใช้ดุลพินิจลดลงได้ตามที่เห็นสมควร ตามมาตรา 383 วรรคสอง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน 65,758,900 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี จากต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยทั้งสองขาดนัดและขาดนัดพิจารณา

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า โจทก์เป็นลูกจ้างของจำเลยทั้งสอง เข้าทำงานเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2539 ตำแหน่งผู้บริหารระดับอาวุโส จำเลยทั้งสองมีหนังสือเลิกจ้างโจทก์โดยไม่ปรากฏว่าโจทก์ได้กระทำความผิด จำเลยทั้งสองจึงต้องรับผิดจ่ายค่าชดเชยและสินจ้างแทนการบอกกล่าวหน้าให้โจทก์ ส่วนที่โจทก์ขอให้จำเลยทั้งสองชำระเงินจำนวน 60,000,000 บาท กรณีที่ไม่สามารถโอนหุ้นได้ตามสัญญานั้น ตามสัญญาจ้างแรงงาน ข้อ 5 ระบุว่า "หากผู้ว่าจ้างให้ผู้รับจ้างพ้นจากการเป็นพนักงานของผู้ว่าจ้างก่อนสิ้นอายุสัญญานี้ โดยผู้รับจ้างไม่ได้กระทำความผิดและหรือผู้ว่าจ้างยังไม่ได้ปฏิบัติตามสัญญาข้อ 2 เสร็จสิ้นสมบูรณ์ ผู้ว่าจ้างจะจ่ายเงินเดือนผู้รับจ้างเป็นเงิน 60,000,000 บาท

ภายใน 60 วัน นับตั้งแต่วันที่ผู้ว่าจ้างให้ผู้รับจ้างพ้นจากความเป็นพนักงานของผู้ว่าจ้าง" เป็นการกำหนดค่าเสียหายกรณีที่จำเลยทั้งสองไม่สามารถโอนหุ้นให้แก่โจทก์และเลิกจ้างโจทก์ก่อนครบกำหนดสัญญาไว้ ค่าเสียหายดังกล่าวถือเป็นเบี้ยปรับอย่างหนึ่ง ซึ่งตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 383 บัญญัติว่า ถ้าเบี้ยปรับที่ริบนั้นสูงเกินส่วน ศาลจะลดลงเป็นจำนวนพอสมควรก็ได้ เห็นสมควรกำหนดค่าเสียหายส่วนนี้ให้เป็นเงิน 750,000 บาท พิพากษาให้จำเลยทั้งสองชำระเงิน 1,508,900 บาท โดยจำเลยที่ 2 ไม่ต้องรับผิดเป็นส่วนตัว พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้อง (วันที่ 11 มีนาคม 2542) จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า ตามสัญญาจ้างแรงงาน ข้อ 2 ระบุว่า "ผู้ว่าจ้างจะมอบหุ้นของผู้ว่าจ้างหรือหุ้นของบริษัทในเครือวัฏจักรให้แก่ผู้รับจ้างเป็นมูลค่าไม่ต่ำกว่า 50,000,000 บาท ภายในปีที่สองของสัญญานี้" และข้อ 5 ระบุว่า "หากผู้ว่าจ้างให้ผู้รับจ้างพ้นจากการเป็นพนักงานของผู้ว่าจ้างก่อนสิ้นอายุของสัญญานี้ โดยผู้รับจ้างไม่ได้กระทำความผิดและหรือผู้ว่าจ้างยังไม่ได้ปฏิบัติตามสัญญาในข้อ 2 เสร็จสิ้นสมบูรณ์ ผู้ว่าจ้างจะจ่ายเงินให้แก่ผู้รับจ้างเป็นเงิน 60,000,000 บาท ภายใน 60 วัน นับตั้งแต่วันที่ผู้ว่าจ้างให้ผู้รับจ้างพ้นจากความเป็นพนักงานของผู้ว่าจ้าง" ในข้อนี้ศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยทั้งสองจ้างโจทก์เข้าทำงานเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2539 และเลิกจ้างโจทก์เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2540 โดยที่โจทก์ไม่มีความผิด และจำเลยทั้งสองไม่สามารถโอนหุ้นตามสัญญาจ้างแรงงาน ข้อ 2 มูลค่าไม่ต่ำกว่า 50,000,000 บาท ให้แก่โจทก์ได้

เช่นนี้ การที่โจทก์ทำงานในปีที่สองแต่ยังไม่ครบกำหนดตามสัญญาจ้างแรงงาน ที่กำหนดไว้ในข้อ 4 ให้มีกำหนดเวลา 6 ปี แล้วจำเลยทั้งสองได้เลิกจ้างโจทก์โดยที่โจทก์ไม่ได้กระทำผิด และจำเลยทั้งสองยังไม่ได้ปฏิบัติตามสัญญาข้อ 2 โดยมอบหุ้นของผู้ว่าจ้างหรือหุ้นของบริษัทในเครือวัฏจักรให้แก่โจทก์ผู้รับจ้างเป็นมูลค่าไม่ต่ำกว่า 50,000,000 บาท ภายในปีที่สองให้แก่โจทก์ ถือว่าจำเลยทั้งสองผิดสัญญาจ้างในข้อ 5 แล้ว แต่ตามสัญญาจ้าง ข้อ 5 ที่กำหนดให้ผู้ว่าจ้างจ่ายเงินให้แก่ผู้รับจ้างเป็นเงินจำนวน 60,000,000 บาท นั้น ข้อความในสัญญาดังกล่าวเป็นการตกลงจะชำระเงิน 60,000,000 บาท ให้ผู้รับจ้างหากผู้ว่าจ้างเลิกจ้างผู้รับจ้างก่อนครบกำหนดตามสัญญาโดยผู้รับจ้างไม่มีความผิดและหรือผู้ว่าจ้างยังไม่ได้ปฏิบัติตามสัญญาในข้อ 2 จึงมีลักษณะเป็นการทำสัญญากำหนดค่าเสียหายไว้ล่วงหน้าในกรณีผู้ว่าจ้างไม่ชำระหนี้หรือไม่ชำระหนี้ให้ถูกต้องสมควรอันเป็นเบี้ยปรับตามมาตรา 379 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ซึ่งศาลมีอำนาจใช้ดุลพินิจลดลงได้ตามที่เห็นสมควรตามมาตรา 383 วรรคหนึ่ง แห่งบทบัญญัติดังกล่าว ส่วนการใช้ดุลพินิจลดเบี้ยปรับลงมากน้อยเพียงใดนั้นเป็นปัญหาข้อเท็จจริง กรณีจึงไม่มีเหตุที่ศาลฎีกาจะเปลี่ยนแปลงแก้ไข ศาลแรงงานกลางพิพากษาชอบแล้ว อุทธรณ์ของโจทก์พังไม่ขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
กมล เพียรพิทักษ์ · สละ เทศรำพรรณ · จรัส พวงมณี
ศาลล่าง
ศาลแรงงานกลาง - นางสาวสุวรรณา มีนะโยธิน
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4836/2567

การที่จำเลยที่ 1 ผู้เช่าซื้อผิดนัดไม่ชำระค่าเช่าซื้อตั้งแต่งวดแรก ต่อมาจำเลยที่ 1 ส่งมอบรถยนต์ที่เช่าซื้อคืนให้แก่โจทก์ผู้ให้เช่าซื้อโดยไม่ปรากฏว่าโจทก์กับจำเลยที่ 1 มีข้อพิพาทโต้แย้งในส่วนที่เกี่ยวกั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3661/2566

จำเลยที่ 1 ขอสินเชื่อจากโจทก์โดยตกลงชำระดอกเบี้ยโดยใช้อัตราดอกเบี้ยอ้างอิงระยะสั้นกรุงเทพ (BIBOR) (3 เดือน) บวกร้อยละ 3 ต่อปี และสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ: อัตราดอกเบี้ยอ้างอิงลอนดอน (LIBOR) บวกร้อยละ 3 ต่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3290/2566

ตามสัญญาเงินกู้ ข้อ 4 ระบุว่า "หากผู้กู้ค้างชำระดอกเบี้ยเกินกว่าหนึ่งปี ผู้กู้ยอมให้นำดอกเบี้ยที่ค้างชำระ มารวมกับเงินต้นเดิมเป็นเงินต้นใหม่ และให้คิดดอกเบี้ยจากเงินต้นใหม่นี้ โดยจะคิดทบไปทุกปี จนกว่า…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1301/2566

การที่โจทก์กับจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นคู่สัญญากู้ยืมตกลงกันเป็นหนังสือให้เอาดอกเบี้ยที่ค้างชำระไม่น้อยกว่าหนึ่งปีทบเข้ากับต้นเงินแล้วให้คิดดอกเบี้ยในจำนวนเงินที่ทบเข้ากันนั้น เป็นข้อตกลงที่มีผลใช้บังคับได้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1101/2566

โจทก์เรียกให้จำเลยทั้งหกชําระดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 18 ต่อปี ภายหลังจากจำเลยที่ 1 ผิดนัดไม่ชําระหนี้แก่โจทก์ เนื่องจากโจทก์อาศัยข้อตกลงระหว่างโจทก์และจำเลยที่ 1 ตามคําขอสินเชื่อ คําขอสินเชื่อธุรกิจ ประ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้