คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องว่า ซื้อที่ดินมีโฉนดมาจากผู้มีชื่อแล้วได้ครอบครองเป็นเจ้าของตลอดมา ปรากฎว่าจำเลยได้อาศัยปลูกเรือนอยู่ในเขตที่ดินของโจทก์มานานแล้ว บัดนี้จำเลยเถียงกรรมสิทธิ จึงขอให้ขับไล่จำเลย จำเลยต่อสู้ว่กรรมสิทธิและอ้างว่า ได้ครอบครองที่พิพาทมาด้วยความสงบและเปิดเผยโดยเจตนาเป็นเจ้าของมานาน ๒๐ ปีแล้ว ศาลชั้นต้น พิพากษายกฟ้อง
คำพิพากษาศาลล่าง
โจทก์อุทธรณ์ ,
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
ศาลฎีกาวินิจฉัย
โจทก์ฎีกา, ศาลฎีกา เห็นว่า ทางพิจารณาฟังได้ว่า ก่อนที่โจทก์ซื้อที่ดินแปลงนี้ไว้จากจุ่น โจทก์ทราบและเห็นมาด้วยตนเองแล้วว่า จำเลยครอบครองอยู่ในที่พิพาทมาก่อนนานเกินกว่า ๑๐ ปีแล้ว ในชั้นแรกโจทก์เข้าใจว่าเขตโฉนดไมกินที่พิพาท แม้ต่อมาภายหลังได้ความว่ากินถึงที่พิพาทด้วยก็ดี โจทก์จะอ้างว่า โจทก์ควรได้ที่ดินเต็มเขตโฉนดที่ได้ซื้อไว้ตามในมาตรา ๑๒๙๙, ๑๓๐๐ แห่ง ป.ม.แพ่งฯ หาได้ไม่ เพราะเมื่อโจทก์ซื้อไว้ทราบอยู่แล้วจำเลยครอบครอง ทีพิพาทมาอย่างเป็นเจ้าของ จึงฟังไม่ได้ว่า โจทก์ซื้อที่รายพิพาทไว้โดยสุจริต (อ้างฎีกาที่ ๗๖๒/๒๔๙๔)
ผลคำพิพากษา
จึงพิพากษายืน