Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1108/2534

พ.ศ. 2534 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของจำเลยกำหนดว่า ห้ามพนักงานดื่มหรือเสพสุราในขณะปฏิบัติงานหรือในบริเวณโรงงานหรือบริษัทโดยมิได้รับอนุญาตจากฝ่ายบริหารเป็นอันขาดผู้ใดฝ่าฝืนถือเป็นความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง ระเบียบข้อบังคับดังกล่าวมีความมุ่งหมายที่จะห้ามมิให้พนักงานมึนเมาสุราในขณะปฏิบัติงาน เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายแก่กิจการของจำเลยและผู้ปฏิบัติงานในสถานที่ทำงานของจำเลย การที่โจทก์ออกไปดื่มสุราข้างนอกบริษัทแล้วเมาสุรากลับเข้าไปทำงานในโรงงานหรือบริษัท ย่อมถือได้ว่าโจทก์เมาสุราในขณะปฏิบัติงานนั่นเองอันเป็นการฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับดังกล่าวและเมื่อลักษณะงานของโจทก์เป็นงานขับรถเครน ยกของหนักซึ่งโจทก์ต้องใช้ความระมัดระวังอย่างสูง ทั้งเคยมีอุบัติเหตุเกี่ยวกับเครนทำให้พนักงานของจำเลยได้รับบาดเจ็บสาหัสการกระทำของโจทก์จึงเป็นการฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับในกรณีร้ายแรง จำเลยเลิกจ้างโจทก์ได้โดยไม่ต้องตักเตือนเป็นหนังสือก่อน ไม่ต้องบอกกล่าวล่วงหน้าไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย และไม่ใช่การเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม.

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยค้างจ่ายค่าจ้างและเลิกจ้างโจทก์โดยไม่มีความผิด อันเป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม ขอให้จำเลยจ่ายค่าจ้างค่าชดเชย สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า ค่าเสียหายกับเงินเพิ่มพร้อมดอกเบี้ยให้แก่โจทก์จำเลยให้การและฟ้องแย้งว่า เลิกจ้างโจทก์เพราะโจทก์จงใจละทิ้งหน้าที่เพื่อแสวงหาประโยชน์จากค่าจ้างโดยไม่มีสิทธิได้รับและกลับเข้าทำงานขณะมึนเมาสุรา เป็นการฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับของจำเลยอย่างร้ายแรง ไม่ใช่เลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม ขอให้ยกฟ้องและให้โจทก์จ่ายค่าเสียหายให้แก่จำเลยโจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งว่า ในวันที่จำเลยกล่าวหาว่าโจทก์ละทิ้งหน้าที่นั้น โจทก์ไปพบเจ้าหน้าที่แรงงานจังหวัดกรณีจำเลยทำผิดกฎหมายและโจทก์ไม่ได้ดื่มสุรากลับเข้ามามึนเมาในขณะทำงานขอให้ยกฟ้องแย้งศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าจ้างและเงินประกันให้แก่โจทก์ คำขออื่นของโจทก์ให้ยก และยกฟ้องแย้งของจำเลยโจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า

คำพิพากษาศาลล่าง

โจทก์อุทธรณ์สรุปเป็นใจความว่า โจทก์ไม่ได้ฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับของจำเลยเป็นกรณีร้ายแรงตามเอกสารหมาย ล.2 ข้อ 9.3.5 ซึ่งกำหนดว่า "ห้ามพนักงานดื่มหรือเสพสุรา เครื่องดองของเมา หรือยาเสพติดใด ๆ ในขณะปฏิบัติงานหรือในบริเวณโรงงานหรือบริษัท.....ฯลฯ.... โดยมิได้รับอนุญาตจากฝ่ายบริหารเป็นอันขาด ผู้ใดฝ่าฝืนถือเป็นความผิด" และข้อ 9.8.2กำหนดว่า "การกระทำความผิดดังต่อไปนี้ บริษัทฯ ถือว่าเป็นความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง....ดื่มสุรา.....ใบบริเวณบริษัทฯ" ระเบียบข้อบังคับดังกล่าวมีข้อความระบุชัดว่าจะต้องเป็นการดื่มในบริเวณโรงงานเท่านั้น แต่โจทก์เมาสุราจากข้างนอกแล้วกลับเข้าไปทำงานจึงไม่ผิดระเบียบนั้น เห็นว่า ระเบียบข้อบังคับของจำเลยข้อ 9.3.5ดังกล่าวมีความมุ่งหมายที่จะห้ามมิให้พนักงานมึนเมาสุราในขณะปฏิบัติงานเพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายแก่กิจการของจำเลยและผู้ปฏิบัติงานในสถานที่ทำงานของจำเลย

ดังนั้น การที่โจทก์ออกไปดื่มสุราหรือเครื่องดอง ของเมาข้างนอกบริษัทฯและเมาสุรากลับเข้าไปทำงานในโรงงานหรือบริษัทฯ ย่อมถือได้ว่าโจทก์เมาสุราในขณะปฏิบัติงานนั่นเอง ซึ่งถือว่าโจทก์ฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับดังกล่าว

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ที่โจทก์อุทธรณ์ว่าการฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับดังกล่าวไม่เป็นกรณีร้ายแรงนั้น เห็นว่า ศาลแรงงานกลางได้ฟังข้อเท็จจริงว่างานขับรถเครนยกของหนักที่โจทก์ทำต้องใช้ความระมัดระวังอย่างสูง และเคยมีอุบัติเหตุเกี่ยวกับเครนทำให้พนักงานของจำเลยได้รับบาดเจ็บสาหัสเมื่อปรากฏว่าโจทก์เมาสุราเข้ามาปฏิบัติงานซึ่งต้องใช้ความระมัดระวังอย่างสูงการกระทำของโจทก์ดังกล่าวย่อมถือว่าเป็นการฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับในกรณีร้ายแรง ตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงานข้อ 47(3) จำเลยจึงเลิกจ้างโจทก์ได้โดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยและไม่จำต้องตักเตือนเป็นหนังสือก่อนดังที่โจทก์อ้าง ทั้งจำเลยเลิกจ้างโจทก์ได้โดยมิพักต้องบอกกล่าวล่วงหน้าตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 853 ส่วนที่โจทก์อุทธรณ์ว่า

จำเลยเลิกจ้างโจทก์เป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมนั้น เห็นว่า เมื่อการกระทำของโจทก์เป็นการฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับเป็นกรณีร้ายแรงดังได้วินิจฉัยมาข้างต้นการที่จำเลยเลิกจ้างโจทก์จึงมีเหตุอันสมควร ไม่ใช่การเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมดังที่โจทก์อ้าง อุทธรณ์ของโจทก์ฟังไม่ขึ้นพิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ชลิต ประไพศาล · ครีภูมิ สุวรรณโรจน์ · พรชัย สมรรถเวช
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้