Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1109/2499

พ.ศ. 2499 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ฟ้องขอให้ลงโทษตามกฎหมายอาญา มาตรา 145 จะต้องได้ความว่าจำเลยเป็นเจ้าพนักงาน โดยปกติผู้ที่จะเป็นเจ้าพนักงานจะต้องเป็นข้าราชการตามกฎหมายเว้นแต่จะมีกฎหมาย บัญญัติไว้เป็นพิเศษให้เป็นเจ้าพนักงาน จำเลยเป็นผู้รักษาการในตำแหน่งเลขาธิการมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ตั้งแต่ พ.ศ.2494 ในปัจจุบันเป็นเลขาธิการก็ตามตามตำแหน่งนี้ก็ไม่อยู่ในความหมายของ พระราชบัญญัติข้าราชการพลเรือนมาตรา 23 ส่วนในพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พ.ศ.2495มาตรา 50 ถึง 54 บัญญัติให้สิทธิต่างๆ แก่เจ้าหน้าที่มหาวิทยาลัยบางประการเหมือนกับข้าราชการพลเรือนสามัญทุกประการก็ตาม แต่ก็มิได้มีบทบัญญัติใดให้ผู้ที่ทำงานในมหาวิทยาลัยเป็นเจ้าพนักงาน

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

พ.ร.บ.มหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมือง พ.ศ.2476 มาตรา 50 พ.ร.บ.มหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมือง พ.ศ.2476 มาตรา 51 พ.ร.บ.มหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมือง พ.ศ.2476 มาตรา 52 พ.ร.บ.มหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมือง พ.ศ.2476 มาตรา 53 พ.ร.บ.มหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมือง พ.ศ.2476 มาตรา 54 กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 145 ป.วิ.อ. มาตรา 161 ป.อ. มาตรา 145

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่าโจทก์เป็นคณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ จำเลยเป็นผู้รักษาการในตำแหน่งเลขาธิการมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ตั้งแต่ พ.ศ. 2494 มีอำนาจและหน้าที่ตามกฎหมายเมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2495 และ 11 กรกฎาคม 2495 เวลากลางวันอันเป็นวันประชุมครั้งที่ 7/2495 และครั้งที่ 9/2495 ตามลำดับวันที่ดังกล่าว จำเลยนี้ได้บังอาจละเว้นการอันจำเลยมีหน้าที่พึงกระทำในตำแหน่งหน้าที่ของจำเลยปิดบังความจริงมิได้เปิดเผยหรือทัดทานตามหน้าที่ของจำเลยซึ่งเป็นผู้รู้ความจริงในเรื่องรายงานการดูงานของโจทก์ซึ่งได้เขียนขึ้นในขณะโจทก์ดูงานเกี่ยวกับการศึกษาอยู่ ณ ประเทศอเมริกาและได้ส่งมายังมหาวิทยาลัยประมาณ 10 ฉบับโดยความรู้เห็นของจำเลยในตำแหน่งหน้าที่เป็นเหตุให้สภามหาวิทยาลัยเข้าใจผิดว่าโจทก์ไปทำงานรับจ้างอยู่กับฝรั่งในสหรัฐอเมริกาได้เงินเดือน

ๆ ละ 500 เหรียญ และเป็นผลให้ที่ประชุมสภามหาวิทยาลัยมีมติในครั้งแรกที่ 7/2495 ให้เรียกตัวโจทก์กลับถ้าไม่กลับก็ให้สละตำแหน่งให้ผู้อื่น และมีมติครั้งหลังที่ 9/2495ให้จำเลยติดต่อกับกระทรวงต่างประเทศเพื่อขอร้องให้ช่วยโทรเลขถามเอกอัครราชทูตไทยประจำสหรัฐอเมริกาว่าโจทก์ได้ไปรับจ้างฝรั่งทำงานจริงหรือไม่ โดยตำแหน่งหน้าที่ตามกฎหมาย จำเลยมีหน้าที่ต้องทำรายงานการดูงานของโจทก์เสนอต่อสภามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เพื่อทราบ แต่จำเลยหานำเสนอตามหน้าที่ไม่ กลับปิดบังไว้ทั้งนี้ด้วยเจตนาอันไม่สุจริตเป็นการนำมาซึ่งความเลื่อมเสียชื่อเสียงและดูหมิ่นเกลียดชังจากกรรมการสภามหาวิทยาลัยและบุคคลทั้งหลายและเกือบจะทำให้โจทก์ต้องสูญเสียตำแหน่งหน้าที่ราชการอันเป็นการนำมาซึ่งความเสียหายต่อประเทศชาติแก่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และแก่ตัวโจทก์

เพราะโจทก์ต้องปฏิเสธคำเชิญให้เข้าประชุมแทนมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยฮอบกินส์ โจทก์ถือว่าจำเลยกระทำการผิดต่อกฎหมายอาญา มาตรา 145, 43 เหตุเกิดที่ตำบลท่าพระจันทร์ อำเภอพระนคร จังหวัดพระนครศาลอาญาถือว่าการกระทำของจำเลยเท่าที่โจทก์บรรยายมาในฟ้องไม่ผิดกฎหมายอาญา มาตรา 145 พิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์อุทธรณ์

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลอุทธรณ์เห็นว่าจำเลยไม่มีฐานะเป็นเจ้าพนักงานตามกฎหมาย จึงไม่มีความผิดตามกฎหมายที่โจทก์ฟ้อง พิพากษายืนโจทก์ฎีกาศาลฎีกาฟังคำแถลงการณ์ของโจทก์แล้วฟ้องโจทก์ที่ขอให้ลงโทษจำเลยตามกฎหมายอาญา มาตรา 145 นี้จะต้องได้ความว่าจำเลยเป็นเจ้าพนักงาน โจทก์อ้างว่าจำเลยเป็นผู้รักษาการในตำแหน่งเลขาธิการมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เมื่อ พ.ศ. 2494 ในปัจจุบันเป็นเลขาธิการปรึกษาแล้วเห็นว่าโดยปกติผู้ที่เป็นเจ้าพนักงาน ผู้นั้นจะต้องเป็นข้าราชการตามกฎหมาย เว้นแต่จะมีกฎหมายบัญญัติไว้เป็นพิเศษให้เป็นเจ้าพนักงานดังเช่นพระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ. 2496 มาตรา 44 บัญญัติให้เจ้าพนักงานเทศบาลมีฐานะเป็นเจ้าพนักงานตามความหมายแห่งกฎหมายอาญาเป็นต้น และในพระราชบัญญัติข้าราชการพลเรือนมาตรา 23 บัญญัติถึงข้าราชการพลเรือนว่ามีอยู่ 8 ประเภท

ก็ไม่กินความถึงจำเลยนี้ ส่วนพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พ.ศ.2495 ก็เพียงแต่บัญญัติให้มหาวิทยาลัยนี้เป็นนิติบุคคลมีหน้าที่จัดการศึกษาและค้นคว้าในศาสตร์ต่าง ๆ โดยมุ่งส่งเสริมวิชาการชั้นสูงและวัฒนธรรมแห่งชาติเท่านั้น มิได้มีบทบัญญัติให้ผู้ที่ทำงานในมหาวิทยาลัยเป็นเจ้าพนักงานแต่อย่างไรข้อที่โจทก์ฎีกาอ้างความในมาตรา 50-54 ว่าผู้ที่เป็นเจ้าหน้าที่ในมหาวิทยาลัยเป็นเจ้าพนักงานนั้น ความในมาตราเหล่านี้มีบัญญัติไว้แต่เพียงว่าให้เจ้าหน้าที่มหาวิทยาลัยมีสิทธิแต่งเครื่องแบบข้าราชการพลเรือน ฯ และมีสิทธิได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ และให้มีสิทธิอื่น ๆ บรรดาที่รัฐให้แก่ข้าราชการพลเรือนสามัญทุกประการเว้นแต่การรับบำเหน็จบำนาญเท่านั้น

มิได้บัญญัติให้เป็นข้าราชการหรือเป็นเจ้าพนักงานตามกฎหมาย แต่อย่างไรฉะนั้นจึงถือว่าจำเลยเป็นเจ้าพนักงานตามกฎหมายมิได้ส่วนข้อที่โจทก์ฎีกาว่า ศาลยกฟ้องโจทก์เสียทันทีไม่ชอบนั้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 161 ก็บัญญัติไว้ว่าให้ศาลยกฟ้อง ไม่ประทับฟ้อง หรือสั่งให้โจทก์แก้ฟ้องให้ถูกต้องอย่างใดอย่างหนึ่งได้ ฉะนั้นการที่ศาลสั่งยกฟ้องจะว่ากระทำผิดกฎหมายมิได้

ผลคำพิพากษา

จึงพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ธรรมบัณฑิตสิทธิศฤงคาร · จักรปาณีศรีศีลวิสุทธิ์ · ดุลยกรณ์พิทารณ์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 56/2490

การที่จะเป็นความผิดฐานหมิ่นประมาทตามกฏหมายนั้นถ้อยคำที่กล่าวจะต้องมุ่งเจาะจงตัวบุคคลใดบุคคลหนึ่งโดยฉะเพาะ กล่าวความว่า คำโฆษณาของพวกและพรรคประชาธิปัตย์เป็นการหลอกลวงราษฎรให้หลงเชื่อ ดังนี้ แม้โจทก์จะแ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 298/2567

แม้อุทธรณ์ของโจทก์จะเป็นการขอให้ศาลวินิจฉัยในปัญหาข้อกฎหมายว่าโจทก์มีอำนาจฟ้องหรือไม่ แต่ก่อนที่ศาลจะวินิจฉัยในประเด็นดังกล่าวได้นั้น ศาลจำต้องวินิจฉัยในปัญหาข้อเท็จจริงเสียก่อนว่า ตราที่โจทก์ประทับใน…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1552/2566

การที่จำเลยที่ 2 ซึ่งได้ลงลายมือชื่อเป็นผู้อุทธรณ์ให้ผู้ต้องขังชาย ด. เป็นผู้เขียนอุทธรณ์ และผู้ต้องขังชาย ด. ได้ลงลายมือชื่อในช่องผู้เรียง ผู้เขียนหรือผู้พิมพ์ไว้ท้ายฟ้องอุทธรณ์ โดยผู้ต้องขังชาย ด. ม…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1090/2566

ป.วิ.อ มาตรา 158 บัญญัติว่า "ฟ้องต้องทำเป็นหนังสือและมี...(7) ลายมือชื่อโจทก์ ผู้เรียง ผู้เขียนหรือพิมพ์ฟ้อง" และมาตรา 161 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "ถ้าฟ้องไม่ถูกต้องตามกฎหมายให้ศาลสั่งโจทก์แก้ฟ้องให้ถูกต…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2656/2563

เมื่อในคดีส่วนอาญาศาลพิพากษาว่าจำเลยที่ 1 และที่ 2 เป็นตัวการร่วมกันในการกระทำความผิดฐานหน่วงเหนี่ยวกักขังผู้ร้องที่ 2 และฐานกรรโชกทรัพย์ผู้ร้องที่ 1 จำเลยที่ 2 จึงต้องร่วมกับจำเลยที่ 1 ชดใช้ค่าสินไหม…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้