Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1115/2539

พ.ศ. 2539 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ศาลแรงงานวินิจฉัยว่าผู้ที่มีอำนาจอนุมัติให้โจทก์เกษียณอายุก่อนครบกำหนดได้คือกรรมการผู้จัดการดังนั้นที่ผู้จัดการโรงงานของจำเลยบันทึกลงในคำขอเกษียณอายุก่อนครบกำหนดของโจทก์ว่าเพื่อพิจารณาอนุมัติจึงเป็นการบันทึกเสนอให้กรรมการผู้จัดการพิจารณาเท่านั้นหาใช่เป็นการอนุมัติให้โจทก์เกษียณอายุก่อนครบกำหนดไม่

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน มาตรา 2

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 4 มกราคม 2525 จำเลยจ้างโจทก์เข้าทำงานเป็นลูกจ้าง ต่อมาเมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2537 โจทก์ได้ขอลาออกและขอเกษียณอายุก่อนครบกำหนด และจำเลยได้อนุมัติแล้วซึ่งเป็นไปตามข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างฉบับลงวันที่ 9กันยายน 2532 โจทก์จึงมีสิทธิได้รับเงินค่าเกษียนอายุเป็นจำนวน6 เท่าของค่าจ้างอัตราสุดท้ายรวมเป็นเงิน 232,770 บาท โจทก์ได้ทวงถามแล้วแต่จำเลยไม่ยอมชำระ ขอให้บังคับจำเลยจ่ายเงินจำนวนดังกล่าวพร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันที่โจทก์ลาออกจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์จำเลยให้การว่า ข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างฉบับลงวันที่9 กันยายน 2532 มีผลบังคับใช้ 3 ปี จึงสิ้นผลตั้งแต่วันที่ 9กันยายน 2535 ก่อนที่โจทก์จะลาออกและขอเกษียณอายุก่อนครบกำหนดแล้ว

อีกทั้งโจทก์ไม่ได้รับอนุมัติจากผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้นในการขอเกษียณอายุก่อนครบกำหนดตามข้อบังคับเกี่ยวกับสภาพการจ้างฉบับเดิม และข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างฉบับใหม่ลงวันที่27 กันยายน 2536 ไม่ได้กำหนดเกี่ยวกับค่าเกษียณอายุก่อนครบกำหนดไว้ โจทก์จึงไม่มีสิทธิที่จะได้รับเงินค่าเกษียณอายุก่อนครบกำหนดจากจำเลย ขอให้ยกฟ้องศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า การที่โจทก์ทำเรื่องขอเกษียณอายุก่อนครบกำหนดแยกต่างหากจากเรื่องขอลาออก จำเลยจึงแยกพิจารณาอนุมัติให้โจทก์ลาออกก่อนแล้วจึงพิจารณาเรื่องขอเกษียณอายุก่อนครบกำหนดในภายหลังได้ การพิจารณาเรื่องเกษียณอายุก่อนครบกำหนดเป็นดุลพินิจของจำเลยที่จะอนุมัติให้พนักงานผู้ใดมีสิทธิก็ได้

กรณีฟังได้ว่าโจทก์ได้รับอนุมัติให้ลาออกโดยไม่ได้รับอนุมัติให้เกษียณอายุก่อนกำหนด จำเลยจึงไม่ต้องจ่ายเงินค่าเกษียณอายุให้โจทก์พิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาข้อกฎหมายต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์ว่า ผู้จัดการโรงงานของจำเลยบันทึกลงในเอกสารหมาย จ.3 ว่า เพื่อพิจารณาอนุมัติเป็นการอนุมัติให้โจทก์เกษียณอายุก่อนครบกำหนดหรือไม่ และศาลแรงงานกลางไม่วินิจฉัยประเด็นข้อพิพาทข้อ 1 ชอบหรือไม่ เห็นว่าศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่าผู้ที่มีอำนาจอนุมัติให้โจทก์เกษียณอายุก่อนครบกำหนดได้คือกรรมการผู้จัดการ ดังนั้น ที่ผู้จัดการโรงงานของจำเลยบันทึกลงในคำขอเกษียณอายุก่อนครบกำหนดของโจทก์ตามเอกสารหมายจ.3 ว่า เพื่อพิจารณาอนุมัติ จึงเป็นการบันทึกเสนอให้กรรมการผู้จัดการพิจารณาเท่านั้นหาใช่เป็นการอนุมัติให้โจทก์เกษียณอายุก่อนครบกำหนดตามที่โจทก์อุทธรณ์ไม่

เมื่อฟังไม่ได้ว่าจำเลยอนุมัติให้โจทก์เกษียณอายุก่อนครบกำหนดจึงไม่จำต้องวินิจฉัยในประเด็นข้อพิพาทข้อ 1 ที่ว่า ข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างลงวันที่ 9 กันยายน 2532 ในเรื่องลูกจ้างขอเกษียณอายุก่อนครบกำหนดมีผลใช้บังคับได้หรือไม่อีกต่อไป เพราะถึงแม้จะวินิจฉัยว่าข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างดังกล่าวยังมีผลใช้บังคับก็ไม่ทำให้ผลของคดีเปลี่ยนแปลงไปพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ชลอ ทองแย้ม · พรชัย สมรรถเวช · ณรงค์ ตันติเตมิท
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2417/2544

ตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงานฯ ข้อ 2 และข้อ 47 ประกอบ ป.พ.พ. มาตรา 583 บทบัญญัติกฎหมายดังกล่าว หมายความว่า ลูกจ้างคือผู้ซึ่งตกลงทำงานให้แก่นายจ้างโดยได้รับค่าจ้าง ทั้งนี้ลูกจ้างต้อง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1830/2544

โจทก์บรรยายฟ้องไว้ชัดแจ้งว่า จำเลยเป็นนายจ้างของลูกจ้างผู้มีชื่อจำนวน 55 คน ได้กระทำผิดด้วยการฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดของประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 46 และ พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7038/2544

ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงานฯ ข้อ 2 และข้อ 47 ประกอบ ป.พ.พ. มาตรา 583 หมายความว่า ลูกจ้างคือผู้ซึ่งตกลงทำงานให้แก่นายจ้างโดยรับค่าจ้าง ทั้งนี้ ลูกจ้างต้องปฏิบัติตามข้อบังคับเกี่ยวกับ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7381/2543

ศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงว่า เจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลและผู้บังคับบัญชาของโจทก์แจ้งให้โจทก์ทราบว่านายจ้างเลิกจ้าง กับนำหนังสือแจ้งการเลิกจ้างเอกสารหมาย ล. 2 มาให้โจทก์ดู ซึ่งจำเลยที่ 2 ยังไม่ได้มีคำสั่งเ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7330/2543

นายจ้างบอกเลิกจ้างลูกจ้างตั้งแต่วันที่ 31 กรกฎาคม 2541 และไม่ให้ลูกจ้างทำงานตั้งแต่วันดังกล่าว คงจ่ายแต่เฉพาะสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าให้ลูกจ้าง เงินดังกล่าวจึงไม่ใช่เงินที่นายจ้างจ่ายให้ลูกจ้างเป…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้