Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1117/2506

พ.ศ. 2506 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

คดีไม่มีทุนทรัพย์(คดีฟ้องขับไล่)ที่ต้องห้ามอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงนั้น แม้จะไม่ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงด้วย ศาลฎีกาก็รับพิจารณาข้อเท็จจริงที่ได้ว่ากันมาแล้วในศาลชั้นต้น และศาลอุทธรณ์เท่านั้นศาลอุทธรณ์ไม่วินิจฉัยข้อเท็จจริงให้เพราะต้องห้ามอุทธรณ์ต้องถือว่าข้อเท็จจริงนั้นมิได้ว่ากันมาในศาลอุทธรณ์ แม้คดีจะฎีกาข้อเท็จจริงได้ ศาลฎีกาก็ไม่วินิจฉัยข้อเท็จจริงนี้ให้

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากที่เช่า ค่าเช่าปีละ 120 บาท โดยมิได้เรียกค่าเช่าและค่าเสียหาย จำเลยต่อสู้ว่าได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าฯ และต่อสู้ในข้ออื่น ๆก่อนสืบพยาน โจทก์จำเลยรับกันมีใจความสำคัญข้อหนึ่งว่า"โจทก์จำเลยรับว่า จำเลยได้ใช้บ้านนี้ทำการค้าติดต่อกันเป็นเวลา 3 ปี และเสียภาษีการค้าด้วย แต่จำเลยเลิกตลอดมา และจำเลยอยู่อาศัยในบ้านนี้มาจนทุกวันนี้ 7-8 ปีแล้ว จำเลยเลิกเพราะไม่สามารถทำการค้าและไม่มีคนมาซื้อ" แล้วขอให้ศาลวินิจฉัยว่าจำเลยได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าหรือไม่ ประเด็นอื่น ๆ ไม่ติดใจและไม่ติดใจสืบพยานต่อไปศาลจังหวัดเพชรบุรีเห็นว่า การที่จำเลยเปลี่ยนแปลงเจตนาเดิมมาเป็นที่อยู่อาศัยไม่ปรากฏว่าโจทก์ได้รู้เห็นยินยอมด้วย จำเลยไม่ได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าฯ ให้ขับไล่จำเลยจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์เห็นว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ที่จำเลยอุทธรณ์ว่า หลังจากจำเลยเลิกทำการค้าแล้ว โจทก์คงยอมให้จำเลยใช้บ้านเป็นที่อยู่อาศัย เป็นการเปลี่ยนเจตนาการเช่ามาเป็นเพื่ออยู่อาศัยนั้น เป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามไม่วินิจฉัยอุทธรณ์ข้อนี้ให้ คงพิพากษายืนจำเลยฎีกาศาลฎีกาเห็นว่า เมื่อศาลชั้นต้นวินิจฉัยไว้แล้วว่า ไม่ปรากฏว่าโจทก์ได้รู้เห็นยินยอมกับการที่จำเลยเปลี่ยนเจตนาการเช่านั้นเป็นการวินิจฉัยในปัญหาข้อเท็จจริง จำเลยอุทธรณ์ในข้อนี้ ศาลอุทธรณ์ไม่รับวินิจฉัยให้ เพราะต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 224 นั้นชอบแล้ว เมื่อจำเลยฎีกาก็ยกปัญหานี้ขึ้นมาอีกศาลฎีกาเห็นว่า ปัญหานี้ศาลอุทธรณ์ไม่วินิจฉัยให้มาแล้วเพราะต้องห้าม จึงต้องถือว่าเป็นข้อเท็จจริงที่มิได้ว่ากันมาในศาลอุทธรณ์ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 ศาลฎีกาไม่วินิจฉัยให้ คงพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สำราญ ศิริพันธ์ · ชวน สิงหลกะ · คร้าม สิวายะวิโรจน์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 883/2515

คดีที่โจทก์ฟ้องและจำเลยฟ้องแย้ง จะอุทธรณ์ฎีกาได้เพียงใดหรือไม่ ต้องแยกพิจารณาคนละส่วน โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยผู้เช่าช่วงตึกจากโจทก์ เป็นคดีฟ้องขับไล่ผู้เช่าออกจากอสังหาริมทรัพย์อันมีค่าเช่าไม่เกินเดือนละ…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2549 (เลขอ้างอิง 268919)

การที่จำเลยร่วมอุทธรณ์ว่า ผู้ตายเป็นผู้ขับรถโดยประมาทเลินเล่อแต่เพียงผู้เดียว เป็นอุทธรณ์โต้แย้งดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลชั้นต้นที่ฟังว่า ย. ลูกจ้างจำเลยที่ 1 มีส่วนประมาทเลินเล่อด้วย อุทธร…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 38/2549

คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 3 ร่วมกันหรือแทนกันคืนของหมั้นสร้อยคอทองคำหนัก 5 บาท ราคา 32,500 บาท ให้แก่โจทก์ทั้งสอง และให้จำเลยที่ 2 และที่ 3 ร่วมกันหรือแทนกันคืนเงินสินสอดจำนวน…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1809/2546

เมื่อข้อเท็จจริงที่จำเลยยกขึ้นอ้างในฎีกาเป็นข้อเท็จจริงเดียวกันกับที่จำเลยได้กล่าวอ้างไว้ในอุทธรณ์ซึ่งไม่ผ่านการวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ ภาค 1 เพราะศาลอุทธรณ์ภาค 1 ไม่รับวินิจฉัยเนื่องจากเป็นคดีที่ต้องห้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1106/2541

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินภายในเส้นสีน้ำเงิน จำเลยบุกรุกเข้าไปในที่ดินของโจทก์ในบริเวณเส้นสีแดงเนื้อที่ 3 ไร่เศษ ราคา 15,000 บาทตามแผนที่ท้ายฟ้อง และตัดฟันต้นไม้ของโจทก์คิดค่าเสียห…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้