Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1121/2480

พ.ศ. 2480 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

++++ ++++ที่ต้องห้ามฎีกาในข้อเท็จจริง เมื่อผู้พิพากษาซึ่งนั่ง+++ในศาลชั้นต้นรับอนุญาตให้ฎีกาในข้อเท็จจริงได้ดังนี้ ศาลฎีกา++พิจารณาต่อไปได้+++โจทก์ฟ้องอ้างว่าจำเลยมี+++ฝิ่นซึ่งมีมอร์ฟินผสมอยุ่ด้วย ในชั้นพิจารณาโจทก์อ้างผู้เชี่ยวชาญซึ่งได้ตรวจแยกธาตุยารายนี้เบิกความว่ามีมอร์ฟินจริง แต่โจทก์มิได้นำยาที่ได้แยกธาตุแล้วมาเป็นพะยานที่ศาลและ++++ให้จำเลยตรวจดูด้วย++++ยาที่มีได้ตรวจแยก++++เป็นพะยานเท่านั้น++ลงโทษจำเลยมิได้++ที่โจทก์จะให้ผู้ชำนาญตรวจแยกธาตุของกลางจำเลยควรมีโอกาศส่งผู้ชำนาญฝ่ายตนไปตรวจการ++ด้วย

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานมียาอดฝิ่นซึ่งมีมอร์ฟินอันเป็นยาเสพติดให้โทษเจือปนอยู่ ศาลชั้นต้นลงโทษปรับจำเลย ๕๐ บาศาลอุทธรณ์แก้ให้ปรับจำเลย ๔ เท่าราคายาของกลางเป็นเงิน ๘๑๒ บาท

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกาในข้อเท็จจริงและกฎหมายโดยศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกา ศาลฎีกาตัดสินว่าในเบื้องต้นต้องวินิจฉัยว่าโจทก์มีพะยานหลักฐานพอแสดงว่ายาของกลางมามอร์ฟินเจือปนอยู่หรือไม่ โจทก์มี ว. ผู้เชี่ยวชาญเบิกความว่าได้ตรวจแยกธาตุยาของกลาง ๑๒ ตลับมีมอร์ฟินเจือปนอยู่จริงโจทก์อ้างแต่เม็ดยาของกลางซึ่งยังไม่ได้แยกธาตุเป็นพะยานต่อศาล ส่วนยาที่ได้แยกธาตแล้วหรือมอร์ฟินซึ่งอ้างว่าได้จากการแยกธาตุโจทก์หาได้อ้างมาเป็นพะยานไม่ ในคดีนี้สิ่งของซึ่งเป็นพะยานวัดถุสำคัญคือยาที่ ว. ได้แยกธาตุแล้ว แต่โจทก์มิได้นำส่งศาลทั้งมิได้ให้จำเลยดูดังที่ประมวลวิธีพิจารณาอาญามาตรา ๒๔๑, ๒๔๒,บัญญัติไว้ มีแต่คำ ว. เบิกความถึงลอย ๆ เท่านั้น

อนึ่งเห็นว่าในเรื่องเช่นนี้ถ้าโจทก์จะให้ผู้ชำนาญแยกธาตุของกลางจำเลยควรมีโอกาศส่งผู้ชำนาญฝ่ายจำเลยไปตรวจการแยกธาตุด้วย มิฉะนั้นจำเลยอาจเสียเปรียบมาก จึงเห็นว่าคดีโจทก์ไม่มีหลักฐานพอแสดงว่าจำเลยมีความผิดดังข้อหา จึงไม่จำต้องวินิจฉัยข้อกฎหมาย

ผลคำพิพากษา

พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เทฟโนต์ · นิติศาสตร์ · พลางกูร
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้