Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1123/2525

พ.ศ. 2525 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

เมื่อผู้จะขายได้ทำสัญญาจะขายที่พิพาทให้แก่จำเลย และจำเลยได้เข้าครอบครองที่พิพาทตลอดมาตามสัญญาจะซื้อขาย แม้สิทธิครอบครองจะยังไม่โอนมาเป็นของจำเลยเพราะคู่สัญญาประสงค์จะให้มีการโอนทางทะเบียน แต่การที่จำเลยเข้าครอบครองที่พิพาทตามสัญญาโดยความยินยอมของผู้จะขายนั้นหาเป็นการละเมิดหรือผิดสัญญาไม่ ทั้งยังมีสิทธิยึดหน่วงอันมีผลให้ยึดหน่วงที่ดินนั้นไว้จนกว่าจะมีการโอนกรรมสิทธิ์ได้ด้วย ดังนี้ ความตายของผู้จะขายไม่เป็นเหตุให้ทายาทผู้รับมรดกปฏิเสธ ไม่ยอมปฏิบัติตามสัญญา (อ้างคำพิพากษาฎีกาที่ 253/2497)

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ทั้งสองเป็นบุตรนายพุ่ม ก่อนถึงแก่กรรมนายพุ่มมีที่ดินสวนยาง ๑ แปลง ที่ดินแปลงนี้ตกได้แก่โจทก์ซึ่งเป็นทายาท โจทก์ทั้งสองจะเข้าครอบครองจัดการมรดก จำเลยทั้งสามกลับเถียงกรรมสิทธิ์ว่านายพุ่มขายให้ตนแล้ว จำเลยทั้งสามได้เข้ากรีดยางในที่ดินดังกล่าวตั้งแต่นายพุ่มถึงแก่กรรมเป็นต้นมา ขอให้พิพากษาว่าที่ดินพิพาทเป็นของโจทก์ทั้งสองห้ามจำเลยทั้งสามและบริวารเข้าเกี่ยวข้อง ให้ขับไล่จำเลยทั้งสามและบริวารออกจากที่พิพาท ให้จำเลยทั้งสามร่วมกันใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์เป็นรายเดือนจนกว่าจำเลยทั้งสามจะออกไปจากที่พิพาท

จำเลยทั้งสามให้การว่าซื้อที่พิพาทจากนายพุ่มและได้ชำระเงินครบถ้วนแล้วได้เข้าครอบครองที่พิพาทตั้งแต่วันทำสัญญาซื้อขายเป็นต้นมาในฐานะเป็นเจ้าของ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า นายพุ่มได้ทำสัญญาจะขายที่พิพาทให้แก่จำเลยทั้งสามแต่ในระหว่างที่ยังไม่มีการโอนทางทะเบียน สิทธิครอบครองยังไม่โอนไปยังจำเลยทั้งสามพิพากษาว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์ทั้งสอง ให้ขับไล่จำเลยและบริวารออกจากที่พิพาท ห้ามจำเลยและบริวารเข้าเกี่ยวข้อง ให้จำเลยทั้งสามร่วมกันใช้ค่าเสียหายให้โจทก์เป็นรายปีนับแต่วันฟ้องจนกว่าจำเลยทั้งสามจะออกจากที่พิพาท

คำพิพากษาศาลล่าง

จำเลยทั้งสามอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยทั้งสามฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายว่า เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่านายพุ่มได้ทำสัญญาจะขายที่พิพาทให้แก่จำเลยทั้งสาม และจำเลยทั้งสามได้ครอบครองที่พิพาทตลอดมาตามสัญญาจะซื้อขาย แม้สิทธิครอบครองจะยังไม่โอนมาเป็นของจำเลยทั้งสามเพราะคู่สัญญาประสงค์จะให้มีการโอนทางทะเบียน แต่การที่จำเลยเข้าครอบครองที่พิพาทตามสัญญาจะซื้อขายโดยความยินยอมของผู้จะขายนั้น หาเป็นการละเมิดหรือผิดสัญญาแต่อย่างใดไม่ทั้งผู้จะซื้อได้ครอบครองที่ดินตามสัญญาจะซื้อขายยังมีสิทธิยึดหน่วง อันมีผลให้ยึดหน่วงที่ดินตามสัญญาจะซื้อขายไว้จนกว่าจะมีการโอนกรรมสิทธิ์ได้ด้วยตามนัยคำพิพากษาฎีกาที่ ๒๕๓/๒๔๙๗ ระหว่างนายยา ปุ่นสุวรรณ์ โจทก์ นางตุ่น นุ่นโสภา กับพวก จำเลยความตายของผู้จะขายไม่เป็นเหตุให้ทายาทผู้รับมรดกมีสิทธิปฏิเสธไม่ยอมปฏิบัติตามสัญญาโจทก์ทั้งสองไม่มีอำนาจฟ้องขับไล่และเรียกค่าเสียหายจากจำเลยทั้งสาม

ผลคำพิพากษา

พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ศักดิ์ สนองชาติ · เฟื่องขจิต รัศมิภูติ · สมศักดิ์ ปาลวัฒน์วิไชย
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดสงขลา - นายสุชาติ สุขสุมิตร
ศาลอุทธรณ์ - นายวินิจ วินิจนัยภาค
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้