คำฟ้องและคำให้การ
คดีนี้ นางเป้าเป็นโจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้ง ๓ สมคบกันกลุ้มรุมชกต่อยนายติ๊บ บุตรโจทก์ ถูกที่สำคัญ ทำให้ได้รับบาดเจ็บ ถึงตาย ขอให้ลงโทษตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา ๒๕๑ โจทก์ยื่นคำฟ้องลงวันที่ ๒ มิถุนายน ๒๔๙๕ ศาลสั่งไต่สวนมูลฟ้อง ออกหมายนัดส่งสำเนาฟ้องให้จำเลยทราบวันไต่สวน ซึ่งกำหนดวันที่ ๓๐ มิถุนายน ๒๔๙๕ เสร็จแล้ว. ครั้นวันที่ ๒๖ มิถุนายน ๒๔๙๕ อัยการจังหวัดลำปาง ยื่นฟ้องจำเลยในกรณีเดียวกันนี้เป็นอีกสำนวนหนึ่ง หาว่าจำเลยทั้ง สามฝ่ายหนึ่ง ผู้ตายอีกฝ่ายหนึ่งได้ชกต่อยวิวาททำร้ายร่างกายกันในถนนหลวง และผู้ตายถึงแก่ความตาย ขอให้ลงโทษ ตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา ๒๕๓ จำเลยรับสารภาพ
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลจังหวัดลำปางพิพากษาเสร็จไปในวันเดียวกันนั้นเองว่า จำเลยมีความผิดตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา ๒๕๓, ๕๙ จำคุกคนละ ๖ เดือน ให้รอการลงอาญาไว้ ดังนี้ศาลจังหวัดลำปางจึงเห็นว่า คดีที่โจทก์ฟ้องนี้ แม้จะฟ้องขึ้นมาก่อนอัยการ แต่ศาลก็ยังมิได้ไต่สวนและประทับฟ้อง จึงย่อมระงับไปตาม ป.ม.วิ.อาญามาตรา ๓๙(๔) จึงสั่งไม่รับฟ้องไว้ไต่สวน.
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
ศาลฎีกาวินิจฉัย
โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาโดยที่ประชุมใหญ่ เห็นว่า กรณีเรื่องนี้ ศาลได้มีคำพิพากษาเสร็จเด็ดขาดไปแล้ว แม้โจทก์จะฟ้องไว้ก่อนและ ต่างฐานโทษหนักกว่าก็ดี แต่ก็โดยอาศัยการกระทำอันเดียวกันนั้นเอง จึงต้องห้ามตาม ป.ม.วิ.อาญามาตรา ๓๙ (๔)
ผลคำพิพากษา
จึงพิพากษายืน.