Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 11320/2556

พ.ศ. 2556 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การที่โจทก์ที่ 1 กับจำเลยที่ 1 ตกลงทำสัญญาซื้อขายที่ดินพิพาทกันโดยทั้งสองฝ่ายต่างรู้อยู่แล้วว่าที่ดินแปลงดังกล่าวมีข้อกำหนดห้ามโอนภายใน 10 ปี แม้สัญญาซื้อขายที่ดินจะกำหนดไปจดทะเบียนโอนสิทธิครอบครองกันในวันพ้นระยะเวลาห้ามโอนก็ตาม ก็เป็นนิติกรรมที่มีวัตถุประสงค์ต้องห้ามชัดแจ้งโดยกฎหมายจึงตกเป็นโมฆะ การยึดถือครอบครองที่ดินพิพาทของจำเลยที่ 1 จึงถือว่าเป็นการครอบครองไว้แทนโจทก์ที่ 1 การที่จำเลยที่ 1 กรอกข้อความลงในหนังสือมอบอำนาจที่โจทก์ที่ 1 ลงลายมือชื่อมอบอำนาจให้ไว้ขณะที่ยังไม่ได้กรอกข้อความ และจำเลยที่ 1 ลงลายมือชื่อปลอมชื่อโจทก์ทั้งสองในการรับรองสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนและสำเนาบัตรข้าราชการของโจทก์ทั้งสองแล้วนำเอกสารดังกล่าวพร้อมกับหนังสือให้ความยินยอมของโจทก์ที่ 2 ในการซื้อขายที่ดินพิพาทระหว่างโจทก์ที่ 1 กับจำเลยที่ 1 ไปดำเนินการจดทะเบียนโอนที่ดินพิพาทตามสัญญาซื้อขายจากชื่อของโจทก์ที่ 1 มาเป็นชื่อของจำเลยที่ 1 นั้นก็เพื่อดำเนินการให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของโจทก์ที่ 1 และจำเลยที่ 1 ที่ตกลงกันในสัญญาซื้อขายไว้แต่เดิม เป็นกระทำภายในขอบอำนาจที่โจทก์ที่ 1 มอบให้ไว้แต่เดิม และเอกสารที่รับรองก็เป็นเอกสารที่แท้จริง การกระทำของจำเลยที่ 1 ก็หาทำให้โจทก์ทั้งสองได้รับความเสียหายแต่อย่างใดไม่ จำเลยที่ 1 จึงไม่มีความผิดฐานปลอมเอกสารและใช้เอกสารปลอม

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสี่ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 86, 91, 264, 267, 268

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่า คดีมีมูลเฉพาะจำเลยที่ 1 และที่ 2 ให้ประทับฟ้อง จำเลยอื่นให้ยกฟ้อง จำเลยที่ 1 และที่ 2 ให้การปฏิเสธ

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง

โจทก์ทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 264 วรรคแรก, มาตรา 268 วรรคแรก ประกอบมาตรา 264 วรรคแรก ให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 268 วรรคแรก ประกอบมาตรา 264 วรรคแรก เพียงกระทงเดียวตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 268 วรรคสอง จำคุก 1 ปี ปรับ 4,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลง โทษไว้มีกำหนด 2 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 หากจำเลยที่ 1 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยที่ 1 ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาข้อกฎหมายที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 1 ว่า การกระทำของจำเลยที่ 1 ที่กรอกข้อความลงในหนังสือมอบอำนาจและลงลายมือชื่อปลอมชื่อโจทก์ทั้งสองในสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนและสำเนาบัตรประจำตัวข้าราชการของโจทก์ที่ 1 และที่ 2 ตามลำดับเพื่อดำเนินการทำนิติกรรมซื้อขายที่ดินพิพาทตามสัญญาที่เป็นโมฆะนั้นก่อให้เกิดความเสียหายแก่โจทก์ทั้งสอง อันเป็นความผิดตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2 หรือไม่ ปัญหานี้ศาลอุทธรณ์ภาค 2 วินิจฉัยว่า การที่โจทก์ที่ 1 กับจำเลยที่ 1 ตกลงทำสัญญาซื้อขายที่ดินพิพาทกันโดยทั้งสองฝ่ายต่างรู้อยู่แล้วว่าที่ดินแปลงดังกล่าวมีข้อกำหนดห้ามโอนภายใน 10 ปี แม้สัญญาซื้อขายที่ดินจะกำหนดไปจดทะเบียนโอนสิทธิครอบครองกันในวันพ้นระยะเวลาห้ามโอนก็ตาม

ก็เป็นนิติกรรมที่มีวัตถุประสงค์ต้องห้ามชัดแจ้งโดยกฎหมายจึงตกเป็นโมฆะ การยึดถือครอบครองที่ดินพิพาทของจำเลยที่ 1 จึงถือว่าเป็นการครอบครองไว้แทนโจทก์ ดังนั้น การที่จำเลยที่ 1 กรอกข้อความลงในหนังสือมอบอำนาจ ตลอดจนลงลายมือชื่อปลอมชื่อโจทก์ทั้งสองในสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนและสำเนาบัตรข้าราชการของโจทก์ทั้งสองเพื่อดำเนินการทำนิติกรรมซื้อขายที่ดินตามสัญญาที่เป็นโมฆะ ย่อมก่อให้เกิดความเสียหายแก่โจทก์ทั้งสอง การกระทำของจำเลยที่ 1 จึงเป็นความผิดฐานปลอมเอกสารและใช้เอกสารปลอมดังที่โจทก์ทั้งสองฟ้อง ส่วนจำเลยที่ 1 ฎีกาว่า แม้การทำสัญญาซื้อขายที่ดินพิพาทระหว่างโจทก์ที่ 1 และจำเลยที่ 1 จะเป็นโมฆะก็ตาม แต่จำเลยที่ 1 ก็ได้ครอบครองทำประโยชน์ในที่ดินดังกล่าวตลอดมาจนล่วงเลยระยะเวลาห้ามโอนเป็นเวลาหลายปีจนปัจจุบันที่ดินดังกล่าวได้มีการออกโฉนดที่ดินแล้วถือว่าโจทก์ที่ 1 สละเจตนาครอบครองที่ดินนับแต่วันที่ล่วงพ้นกำหนดระยะเวลาห้ามโอนการครอบครองที่ดินของจำเลยที่ 1 จึงเป็นการครอบครองโดยเจตนายึดถือเพื่อตน

ย่อมได้สิทธิครอบครองถือไม่ได้ว่าจำเลยที่ 1 ครอบครองที่ดินแทนโจทก์ที่ 1 การที่จำเลยที่ 1 นำเอกสารสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของโจทก์ที่ 1 สำเนาบัตรประจำตัวข้าราชการของโจทก์ที่ 2 และหนังสือมอบอำนาจไปดำเนินการจดทะเบียนโอนที่ดินพิพาทจากชื่อของโจทก์ที่ 1 มาเป็นชื่อของจำเลยที่ 1 ก็เพื่อดำเนินการให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของคู่สัญญาที่ตกลงกันไว้แต่เดิม ซึ่งโจทก์ที่ 2 สามีโจทก์ที่ 1 ก็ได้ยินยอมและรับทราบการซื้อขายที่ดินมาตั้งแต่ต้น การกระทำของจำเลยที่ 1 จึงไม่ได้ทำให้โจทก์ทั้งสองได้รับความเสียหายและไม่เป็นความผิดฐานปลอมเอกสารและใช้เอกสารปลอมตามที่โจทก์ทั้งสองฟ้อง เห็นว่า ข้อเท็จจริงยุติแล้วว่า การที่จำเลยที่ 1 ลงลายมือชื่อมอบอำนาจให้ไว้ขณะที่ยังไม่ได้กรอกข้อความ และจำเลยที่ 1 ลงลายมือชื่อปลอมชื่อโจทก์ทั้งสองในการรับรองสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนและสำเนาบัตรข้าราชการของโจทก์ทั้งสองแล้วนำเอกสารดังกล่าวพร้อมกับหนังสือให้ความยินยอมของโจทก์ที่ 2 ในการซื้อขายที่ดินพิพาทระหว่างโจทก์ที่ 1 กับจำเลยที่ 1 ไปดำเนินการจดทะเบียนโอนที่ดินพิพาทตามสัญญาซื้อขายจากชื่อของโจทก์ที่ 1 มาเป็นชื่อของจำเลยที่ 1 นั้นก็เพื่อดำเนินการให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของโจทก์ที่ 1 และจำเลยที่ 1 ที่ตกลงกันในสัญญาซื้อขายไว้แต่เดิม โดยได้ความว่าในวันที่ทำสัญญาซื้อขาย

จำเลยที่ 1 ได้ชำระราคาที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์ที่ 1 ครบถ้วนแล้วโจทก์ที่ 1 จึงลงลายมือชื่อในหนังสือมอบอำนาจพร้อมกับมอบเอกสารบัตรประจำตัวประชาชนและบัตรประจำตัวข้าราชการของโจทก์ทั้งสองกับหนังสือให้ความยินยอมในการซื้อขายที่ดินของโจทก์ที่ 2 ให้แก่จำเลยที่ 1 ไว้ล่วงหน้าเพื่อให้ไปดำเนินการโอนที่ดินแปลงดังกล่าวด้วยตนเองเมื่อพ้นกำหนดระยะเวลาห้ามโอนแล้ว แม้การทำสัญญาซื้อขายที่ดินพิพาทระหว่างโจทก์ที่ 1 กับจำเลยที่ 1 จะเป็นโมฆะก็ตาม แต่การที่จำเลยที่ 1 กรอกข้อความในหนังสือมอบอำนาจดังกล่าวของโจทก์ที่ 1 รวมทั้งได้ลงลายมือชื่อรับรองสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนและสำเนาบัตรข้าราชการของโจทก์ทั้งสองนั้น ก็ได้กระทำภายในขอบอำนาจที่โจทก์ที่ 1 มอบให้ไว้แต่เดิม และเอกสารที่รับรองก็เป็นเอกสารที่แท้จริง

ทั้งนี้เพื่อดำเนินการให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของการมอบอำนาจของโจทก์ที่ 1 ที่ให้ไว้ ซึ่งโจทก์ที่ 1 มีหน้าที่ต้องไปจดทะเบียนโอนที่ดินพิพาทให้แก่จำเลยที่ 1 ตามสัญญาซื้อขายในขณะนั้น จำเลยที่ 1 หาได้กรอกข้อความผิดไปจากวัตถุประสงค์ของการมอบอำนาจ อีกทั้งไม่ปรากฏว่าโจทก์ที่ 1 ได้ยกเลิกหนังสือมอบอำนาจดังกล่าวแต่อย่างใดด้วย ประกอบกับเอกสารที่ลงลายมือชื่อรับรองก็เป็นเอกสารที่ถูกต้องแท้จริง ดังนั้น การกระทำของจำเลยที่ 1 ก็หาทำให้โจทก์ทั้งสองได้รับความเสียหายแต่อย่างใดไม่ จำเลยที่ 1 จึงไม่มีความผิดฐานปลอมเอกสารและใช้เอกสารปลอมดังที่โจทก์ฟ้อง ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาลงโทษจำเลยที่ 1 มานั้นไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของจำเลยที่ 1 ฟังขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 1 ด้วย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
แรงรณ ปริพนธ์พจนพิสุทธิ์ · ปดารณี ลัดพลี · พันธุ์เลิศ บุญเลี้ยง
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดจันทบุรี - นายเกรียงไกร จรรยามั่น
ศาลอุทธรณ์ภาค 2 - นายยอน พลาบดีวัฒน
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
อ.7248/2554
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
อ2963/2547
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
อ2759/2549
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2229/2566

ป.พ.พ. มาตรา 850 บัญญัติว่า "อันว่าประนีประนอมยอมความนั้น คือ สัญญาซึ่งผู้เป็นคู่สัญญาทั้งสองฝ่ายระงับข้อพิพาทอันใดอันหนึ่งซึ่งมีอยู่หรือจะมีขึ้นนั้นให้เสร็จไปด้วยต่างยอมผ่อนผันให้แก่กัน" เมื่อพิจารณา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1496/2567

โจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยหลอกลวงผู้เสียหายด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จและปกปิดข้อความจริงซึ่งควรบอกให้แจ้งว่า จำเลยประกอบอาชีพให้บริการรับยื่นขอวีซ่า ใบถิ่นที่อยู่ ใบต่างด้าว และสามารถยื่นคำขอเปลี่ยนสั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7212/2567

โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยที่ 1 ปลอมเอกสารและใช้เอกสารปลอม ขอให้ลงโทษจำเลยที่ 1 ตาม ป.อ. มาตรา 264, 268 ซึ่งแต่ละฐานความผิดมีระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ คดีจึง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 89/2567

คดีนี้แม้โจทก์จะบรรยายฟ้องแยกการกระทำผิดของจำเลยกับพวกมาเป็นข้อ ๆ โดยมีคำขอท้ายฟ้องตาม ป.อ. มาตรา 91 และจำเลยให้การรับสารภาพตามฟ้องก็ตาม แต่เมื่อพิเคราะห์ถึงพฤติการณ์แห่งคดีจากข้อเท็จจริงตามฟ้องแล้วปร…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6181/2567

"ใช้" ตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2554 หมายความว่า เอามาทำให้เกิดผลหรือประโยชน์ การที่จำเลยนำรถยนต์ที่มีหมายเลขประจำตัวถังและหมายเลขประจำเครื่องยนต์รวมทั้งแผ่นป้ายทะเบียนปลอมมาจอดแสดงอยู่ที่เต…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้