Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1133/2529

พ.ศ. 2529 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

เมื่อจำเลยให้การว่าจำเลยได้ครอบครองทำประโยชน์ในที่ดินพิพาทโดยความสงบและโดยเปิดเผยด้วยเจตนาเป็นเจ้าของเกินกว่า 10 ปี อันเป็นข้อต่อสู้ของจำเลยว่า จำเลยครอบครองที่พิพาทจนได้กรรมสิทธิ์โดยทางปรปักษ์ ซึ่งแสดงให้เห็นได้ในตัวว่าที่ดินพิพาทไม่ใช่ของจำเลย ฉะนั้นจำเลยจะอ้างว่าที่ดินพิพาทอยู่ในเขตโฉนดที่ดินของตน โดยนำสืบว่าจำเลยได้ทำคันนาขึ้นใหม่ในที่ดินของจำเลยตลอดเขตที่ดินของจำเลยซึ่งรวมทั้งที่พิพาทด้วยจึงรับฟังไม่ได้

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่าโจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รวมในโฉนดที่ดินร่วมกับโจทก์ โจทก์ได้ยื่นคำขอรังวัดแบ่งแยกกรรมสิทธิ์ จำเลยได้ร้องคัดค้านแนวเขตที่ดินด้านทิศเหนือเข้ามาในที่ดินของโจทก์โดยอ้างว่าเป็นที่ดินของจำเลยรวมประมาณ ๔ ไร่เศษ ทำให้โจทก์เสียหาย ขอให้ศาลพิพากษาห้ามจำเลยและบริวารเข้าไปเกี่ยวข้องในที่ดินของโจทก์โฉนดดังกล่าว

จำเลยให้การว่าที่ดินพิพาทเป็นที่ดินของจำเลย ไม่เคยเห็นโจทก์ครอบครองทำกิน จำเลยได้ครอบครองทำประโยชน์ที่ดินพิพาทโดยความสงบและเปิดเผยด้วยเจตนาเป็นเจ้าของติดต่อกันมาเกินกว่า ๑๐ ปีแล้ว โจทก์ทราบถึงการครอบครองของจำเลยแล้วโจทก์ซื้อที่พิพาทไว้โดยไม่สุจริต ขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า ที่ดินพิพาทเป็นของโจทก์ ส่วนที่โจทก์ขอให้ห้ามจำเลยเข้าเกี่ยวข้องนั้นให้ยก

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์ในประเด็นที่ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์ด้วย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่าที่พิพาทเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์ วินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายว่า ที่จำเลยนำสืบว่าจำเลยได้ทำคันนาขึ้นใหม่ในที่ดินของจำเลยตลอดเขตที่ดินของจำเลยตามแนวเส้นสีเขียวในแผนที่พิพาทกลางนั้น เห็นว่าตามคำให้การของจำเลย จำเลยให้การว่าจำเลยได้ครอบครองทำประโยชน์ในที่ดินพิพาทตามแผนที่ท้ายฟ้องหมายเลข ๒ สีเขียว คือ ตามแนวเส้นสีเขียวในแผนที่พิพาทกลางนั้นโดยความสงบและโดยเปิดเผยด้วยเจตนาเป็นเจ้าของเกินกว่า ๑๐ ปี อันเป็นข้อต่อสู้ของจำเลยว่า จำเลยครอบครองที่พิพาทจนได้กรรมสิทธิ์โดยทางปรปักษ์ ซึ่งแสดงให้เห็นได้ในตัวว่าที่ดินพิพาทไม่ใช่ของจำเลยฉะนั้นจำเลยจะอ้างว่าที่ดินพิพาทอยู่ในเขตโฉนดที่ดินของตนดังกล่าวข้างต้นจึงรับฟังไม่ได้ ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษากลับเป็นว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์ ให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมรวมสามศาลให้โจทก์ โดยกำหนดค่าทนายรวม ๒,๕๐๐ บาท.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุชาติ จิวะชาติ · พิชัย วุฒิจำนงค์ · อำนวย เปล่งวิทยา
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดธัญบุรี - นายบรรจง สงกรานต์
ศาลอุทธรณ์ - นายเสงี่ยม ทวีชัยการ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2424/2542

โจทก์ฟ้องขอให้ขับไล่จำเลยโดยบรรยายฟ้องว่า โจทก์เป็นนิติบุคคลและเป็นราชการบริหารส่วนท้องถิ่น มีอำนาจหน้าที่ในการดูแลรักษาที่ดินสาธารณะ โจทก์เป็นเจ้าของที่ดินพิพาท ซึ่งปัจจุบันใช้เป็นที่ตั้งของโรงเรียน…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1589/2567

ตามคำให้การของจำเลยที่ 2 ที่ให้การว่า เดิมที่ดินส่วนที่จำเลยที่ 2 คัดค้านเป็นของ พ. ที่ขายให้จำเลยที่ 1 และ อ. โดยมิได้ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ แล้วบุคคลทั้งสองยกให้จำเลยที่ 2 จำ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2443/2563

ท. ยกที่ดินพิพาทให้จำเลย จำเลยยื่นคำร้องขอแสดงกรรมสิทธิ์ที่ดินที่จำเลยครอบครองทำประโยชน์มาแล้วประมาณ 18 ปี ที่ดินพิพาทจึงไม่ใช่ทรัพย์มรดกของ ท. และไม่มีเหตุที่จำเลยจะต้องครอบครองแทนทายาทคนอื่น โจทก์จึ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 17094/2555

คำให้การของจำเลยตอนต้นเป็นการกล่าวให้เห็นที่มาของการเข้าครอบครองที่ดินพิพาทว่าเนื่องมาจากการซื้อจากบุคคลภายนอกโดยมิได้ทำสัญญาซื้อขายกันเพื่อให้เห็นเหตุและเจตนาในการเข้าครอบครอง ส่วนที่ให้การต่อมาว่า จ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1069/2554

คำให้การของจำเลยที่ว่า ที่ดินส่วนที่จำเลยคัดค้านเป็นที่ดินของจำเลยเอง หากไม่ใช่ที่ดินของจำเลย จำเลยก็ได้ครอบครองโดยสงบเปิดเผยเป็นระยะเวลาติดต่อกันเกินกว่า 10 ปี จนได้กรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครอง ถือเป็…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้