Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1135/2504

พ.ศ. 2504 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การที่จำเลยพาอาวุธปืนไปในถนนสาธารณก่อนแล้วจึงใช้ปืนยิงฆ่าเขาตายนั้น ต้องมีความผิดตามมาตรา 371 กระทงหนึ่งด้วย แต่ให้ลงโทษตามมาตรา 288 ซึ่งเป็นกระทงหนักที่สุดตามมาตรา 91 ได้ ไม่ใช่มาตรา 90 การที่ผู้ตายรู้อยู่ว่าหญิงเป็นภรรยาของจำเลยแล้วยังพยายามติดต่อทางชู้สาวเอาไปเป็นภรรยาจนได้ จำเลยยังมีเยื่อใยจึงติดตามไปพบทั้งภรรยาและผู้ตายเดินมาด้วยกัน จำเลยได้วิงวอนขอให้ภรรยากลับไปอยู่กับตน ผู้ตายกลับสบประมาทว่าเป็น "หน้าตัวเมีย ผู้หญิงเขาไม่รักจะตามมาทำไม" ถือว่ารุนแรงสำหรับกรณีเช่นจำเลยนี้และเป็นเหตุให้บันดาลโทสะเพราะถูกข่มเหงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรมตามมาตรา 72 และคำนึงถึงเหตุผลเช่นนี้กับเหตุผลตามมาตรา 56 แล้ว ศาลรออาญาโทษจำคุกไว้ตามมาตรา 56 ได้

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานพาอาวุธปืนไปตามถนนสาธารณและใช้อาวุธปืนดังกล่าวฆ่านายแม้น ลักษณะวรรธนะ โดยเจตนา ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๘๘,๓๗๑ ริบของกลาง

จำเลยให้การรับสารภาพในข้อหาฐานพาอาวุธปืนไปตามถนนสาธารณ แต่ต่อสู้ป้องกันตัวและเกียรติยศชื่อเสียงในข้อหาว่ายิงนายแม้นตาย แต่เมื่อสืบพยานโจทก์ได้ ๒ ปาก จำเลยขอถอนคำให้การเดิมและรับสารภาพผิดดังฟ้องโจทก์ทุกประการ และแถลงถึงมูลเหตุที่ทำให้จำเลยต้องกระทำผิดขอความกรุณา ศาลสั่งตัดพยานอ้างว่ารูปคดีวินิจฉัยได้แล้ว พิพากษาว่าจำเลยผิดดังฟ้อง แต่ให้ลงโทษตามมาตรา ๒๘๘ อันเป็นบทหนักตามมาตรา ๙๐ ให้จำคุกจำเลย ๑๕ ปี

จำเลยให้การรับสารภาพมีประโยชน์แก่การพิจารณา ลดให้กึ่งหนึ่งตามมาตรา ๗๘ คงจำคุกจำเลย ๗ ปี ๖ เดือน ของกลางริบ

คำพิพากษาศาลล่าง

จำเลยอุทธรณ์ว่า ยิงผู้ตายเพราะบันดาลโทสะเนื่องจากถูกข่มเหงอย่างร้ายแรง ขอให้ลงโทษสถานเบาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๒ ศาลอุทธรณ์ว่า จำเลยได้พาปืนไปในถนนสาธารณก่อนแล้ว จึงใช้ปืนยิงนายแม้น จำเลยต้องมีความผิดและว่า ผู้ตายประพฤติชั่วผิดศีลธรรมอย่างร้ายแรง พยายามจะเอาภริยาของจำเลยเป็นภริยา จำเลยว่ากล่าวตักเตือนและขอร้องผู้ตายแล้วก็ไม่เชื่อฟัง ผลที่สุดจำเลยต้องเซ้งร้านตัดผมที่ระยองไปอยู่กรุงเทพฯ แต่ผู้ตายก็ยังลอบไปพบนางสุนันท์จนกระทั่งต้องยอมเป็นภริยาผู้ตายและหนีไปอยู่ด้วย นับว่าเป็นการข่มเหงน้ำใจจำเลยอย่างร้ายแรงมาก และเมื่อจำเลยไปพบผู้ตายกับนางสุนันท์เดินเที่ยวด้วยกัน ได้พูดขอให้ภริยากลับไปอยู่กับจำเลย

ผู้ตายกลับพูดสบประมาทอย่างร้ายแรงและยังติดตามไปพูดจากกันอีกจนจำเลยทนไม่ไหว จึงใช้ปืนยิงนายแม้นเพราะบันดาลโทสะเนื่องจากถูกข่มเหงอย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรม จำเลยควรได้รับความเมตตาปราณีอย่างยิ่ง พิพากษาแก้ว่าจำเลยผิดมาตรา ๒๘๘ และ ๓๗๑ แต่ให้ลงโทษตามมาตรา ๒๘๘ ซึ่งเป็นบทหนักตามมาตรา ๙๑ จำเลยกระทำผิดขณะบันดาลโทสะ ควรได้รับความปราณีลดโทษให้ตามมาตรา ๗๒ จึงให้จำคุกจำเลย ๔ ปี จำเลยรับสารภาพ มีประโยชน์แก่การพิจารณา ปราณีลดโทษให้ตามมาตรา ๗๘ กึ่งหนึ่ง คงจำคุกจำเลย ๒ ปี จำเลยไม่เคยต้องโทษจำคุกมาก่อน และเมื่อพิจารณาเหตุผลต่างๆ ในคดีนี้ปรากฎว่า จำเลยมีความประพฤติดีมีบุตรเล็กๆ ต้องเลี้ยงดู และพิจารณาดูเหตุผลตามมาตรา ๕๖ แล้ว เห็นควรรอการลงโทษจำเลยไว้มีกำหนด ๕ ปี

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การกระทำของผู้ตายอย่างนี้กระทบกระเทือนต่อจิตใจของจำเลยผู้เป็นสามีอย่างยิ่ง และเนื่องจากจำเลยยังมีเยื่อใยตัดไม่ขาดจากนางสุนันท์จึงได้ติดตามไปพบนางสุนันท์กับผู้ตายในวันเกิดเหตุ ผู้ตายได้กล่าวสบประมาทจำเลยว่า "เป็นหน้าตัวเมีย ผู้หญิงเขาไม่รักจะตามมาทำไม" คำกล่าวเช่นนี้ต้องถือว่าเป็นถ้อยคำที่รุนแรงในกรณีของจำเลย ซึ่งต้องถูกพรากเมียของตนไปโดยชู้รักเป็นเหตุทำให้จำเลยบันดาลโทสะ เพราะถูกสบประมาทอย่างร้ายแรง ที่จำเลยยิงผู้ตายเป็นเพราะบันดาลโทสะเนื่องจากถูกข่มเหงอย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรม

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เชื้อ คงคากุล · ประกอบ หุตะสิงห์ · จิตติ ติงศภัทิย์
ศาลล่าง
ศาลอาญา - นายใหญ่
ศาลยาชีวินศาลอุทธรณ์ - นายมณี ชุติวงศ์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2885/2537

ความผิดฐานพาอาวุธไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุสมควร ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 371 ศาลชั้นต้นลงโทษปรับจำเลย 100 บาท ต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2952/2567

ความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยบันดาลโทสะ และฐานพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยเปิดเผยหรือโดยไม่มีเหตุสมควร มิใช่ความผิดต่อส่วนตัว แม้จำเลยที่ 1 นำเงินมาชดใช้ให้แก่ผู้ร้องทั้งสองจนเป็นที่พอใจและ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3761/2563

แม้โจทก์บรรยายฟ้องว่าในวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุตามฟ้องจำเลยกับพวกร่วมกันกระทำความผิดต่อกฎหมายหลายกรรมต่างกันโดยบรรยายฟ้องเป็นข้อ 1 (ก) ว่า จำเลยกับพวกร่วมกันทำวัตถุระเบิดที่นายทะเบียนไม่อาจออกใบอนุญา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8710/2560

จำเลยเพียงเข้าไปชกต่อยและถีบผู้เสียหาย พฤติการณ์ยังฟังไม่ได้ว่าจำเลยเป็นตัวการร่วมกับพวกใช้มีดแทงผู้เสียหายโดยมีเจตนาฆ่า เมื่อข้อเท็จจริงฟังไม่ได้ว่าจำเลยรู้ว่า อ. พาอาวุธมีดมา จำเลยจึงไม่มีความผิดฐาน…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 15497/2556

ขณะเกิดเหตุผู้ตายยืนอยู่ใกล้กับผู้เสียหายห่างกันไม่เกิน 50 เมตร และผู้เสียหายเบิกความตอบทนายโจทก์ร่วมว่า ในครั้งแรกจำเลยยิงอาวุธปืนติดต่อกัน 2 นัด ผู้เสียหายถูกยิงนัดที่ 2 หลังจากนั้นผู้ตายจึงถูกยิง ก…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้