Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1137/2533

พ.ศ. 2533 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยที่ 1 ลูกจ้างของจำเลยที่ 2 ที่ 3 กระทำไปในทางการที่จ้างซึ่ง จำเลยที่ 2 ที่ 3 ต้อง ร่วมกันรับผิดในผลแห่งละเมิดต่อ โจทก์จำเลยที่ 2 ที่ 3 นำรถยนต์บรรทุกน้ำมันเข้าวิ่งรับขนส่งน้ำมันในนามของจำเลยที่ 4 ซึ่ง จำเลยที่ 4 ได้ ผลประโยชน์ตอบแทนร้อยละสิบ ตาม สัญญาขนส่งน้ำมันระหว่างจำเลยที่ 5 กับจำเลยที่ 4กำหนดให้จำเลยที่ 4 เป็นผู้รับผิดชอบค่าจ้างคนขับรถ ดังนี้ถือ ได้ ว่ากิจการดังกล่าวเป็นของจำเลยที่ 4 และจำเลยที่ 1เป็นลูกจ้างของจำเลยที่ 4 ด้วย เมื่อจำเลยที่ 1 เป็นผู้กระทำละเมิดก่อให้เกิดความเสียหายแก่โจทก์ จำเลยที่ 4 จึงต้อง ร่วมกันรับผิดกับจำเลยที่ 1 ที่ 2 ที่ 3 ด้วย.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นลูกจ้างกระทำการในทางการที่จ้างของจำเลยที่ 2 ถึงที่ 5 ได้ขับรถยนต์บรรทุกน้ำมันโดยละเมิดชนรถของโจทก์เสียหาย และโจทก์ได้รับบาดเจ็บถึงอันตรายสาหัสขอให้จำเลยร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายต่อโจทก์จำเลยที่ 1 ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา ส่วนจำเลยอื่นให้การต่อสู้คดีในระหว่างพิจารณาของศาลชั้นต้น จำเลยที่ 3 ถึงแก่ความตายศาลชั้นต้นเรียกนางนิ่มนวล บุญศิริ ภรรยาจำเลยที่ 3 เข้าเป็นคู่ความแทนศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ที่ 2 นางนิ่มนวล บุญศิริในฐานะผู้แทนที่นายวิทยา บุญศิริ ผู้มรณะ จำเลยที่ 3 และจำเลยที่ 4ร่วมกันชำระค่าเสียหาย 287,512 บาท พร้อมดอกเบี้ยโจทก์ทั้งสามอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิจารณาแล้วพิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ 1ที่ 2 นางนิ่มนวล

บุญศิริ ในฐานะผู้เข้าเป็นคู่ความแทนจำเลยที่ 3และจำเลยที่ 4 ร่วมกันชำระค่าเสียหาย 401,512 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยที่ 3 ที่ 4 ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติได้ว่า จำเลยที่ 2 ที่ 3 ร่วมกันเช่าซื้อรถยนต์บรรทุกน้ำมันคันหมายเลขทะเบียน80-3291 นครปฐม เพื่อนำมารับจ้างบรรทุกน้ำมันของจำเลยที่ 5โดยจำเลยที่ 5 ว่าจ้างจำเลยที่ 4 เป็นผู้รับขนส่งน้ำมันตามภาพถ่ายสัญญาขนส่งน้ำมันเอกสารหมาย จ.12 จำเลยที่ 4 ได้ให้จำเลยที่ 2ที่ 3 ร่วมรับขนส่งน้ำมันตามภาพถ่ายหนังสือสัญญาเข้ารับขนส่งเอกสารหมาย จ.11 และเอกสารหมาย ล.9 จำเลยที่ 3 ได้ว่าจ้างจำเลยที่ 1 เป็นคนขับรถยนต์คันดังกล่าวตามวันเวลาเกิดเหตุจำเลยที่ 1 ได้ขับรถยนต์บรรทุกน้ำมันหมายเลขทะเบียน 80-3291 นครปฐมด้วยความประมาทเลินเล่อชนรถยนต์คันหมายเลขทะเบียน 9ก-4203กรุงเทพมหานคร ของโจทก์ที่ 1 ที่ 2 เสียหายตามภาพถ่ายหมายจ.15 โจทก์ที่ 1 เป็นผู้ขับโดยมีโจทก์ที่ 2 ที่ 3 นั่งโดยสารมาด้วยได้รับอันตรายสาหัส ที่จำเลยที่ 3 ฎีกาเฉพาะเรื่องค่าเสียหายว่าโจทก์ไม่มีสิทธิเรียกค่าขาดประโยชน์จากการที่ไม่ได้ใช้รถยนต์ของตนและไม่มีสิทธิเรียกค่าเสียหายจากการทนทุกข์ทรมานนั้นเห็นว่า

จำเลยที่ 3 ไม่ได้ให้การต่อสู้เรื่องดังกล่าวไว้ เพิ่งหยิบยกขึ้นอ้างในชั้นฎีกาเป็นการต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยฎีกาของจำเลยที่ 3คงมีปัญหาตามฎีกาของจำเลยที่ 4 ประการแรกว่า จำเลยที่ 4จะต้องรับผิดในผลแห่งละเมิดร่วมกับจำเลยที่ 1 หรือไม่ศาลฎีกาเห็นว่า จำเลยที่ 1 ลูกจ้างของจำเลยที่ 2 ที่ 3 กระทำไปในทางการที่จ้างซึ่งจำเลยที่ 2 ที่ 3 ต้องร่วมกันรับผิดในผลแห่งละเมิดต่อโจทก์ จำเลยที่ 2 ที่ 3 นำรถยนต์บรรทุกน้ำมันคันหมายเลขทะเบียน 80-3291 นครปฐม เข้าวิ่งรับขนส่งน้ำมันในนามของจำเลยที่ 4 ซึ่งจำเลยที่ 4 ได้ผลประโยชน์ตอบแทนร้อยละสิบทั้งนี้ตามสัญญาขนส่งน้ำมันระหว่างจำเลยที่ 5 กับจำเลยที่ 4กำหนดให้จำเลยที่ 4 เป็นผู้รับผิดชอบค่าจ้างคนขับรถ จึงถือได้ว่ากิจการดังกล่าวเป็นของจำเลยที่ 4 และจำเลยที่ 1 เป็นลูกจ้างของจำเลยที่ 4 ด้วย เมื่อจำเลยที่ 1 เป็นผู้กระทำละเมิดก่อให้เกิดความเสียหายแก่โจทก์ จำเลยที่ 4 จึงต้องร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 1ที่ 2 ที่ 3 ด้วย ..."

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เจริญ นิลเอสงฆ์ · ก้าน อันนานนท์ · อัมพร ทองประยูร
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 882/2567

กรมธรรม์ประกันภัย ข้อ 6 ระบุเหตุที่โจทก์สละสิทธิไล่เบี้ยจากผู้ใช้รถยนต์โดยได้รับความยินยอมจากผู้เอาประกันภัยว่า ในกรณีที่มีความเสียหายต่อรถยนต์ เมื่อบุคคลอื่นเป็นผู้ใช้รถยนต์โดยได้รับความยินยอมจากผู้เ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4382/2566

ตามคำพิพากษาในคดีก่อนศาลฎีกามีคำวินิจฉัยในส่วนความรับผิดของโจทก์เพียงข้อหาเดียวว่า โจทก์เป็นนายจ้างของ ป. และ ป. ได้กระทำละเมิดในทางการที่จ้าง โจทก์จึงต้องร่วมรับผิดชดใช้ความเสียหายให้แก่โจทก์ทั้งสามใ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 361/2563

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยเฉพาะคดีส่วนอาญาเท่านั้น โจทก์จึงไม่มีสิทธิฎีกาในคดีส่วนแพ่งได้ แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อคดีส่วนอาญาฟังได้ว่าจำเลยใช้อาวุธมีดแทงทำร้ายผู้เสียหายจนเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กาย ดังนั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 355/2563

จำเลยที่ 2 ประกอบกิจการให้เช่ารถแท็กซี่ มีรถแท็กซี่ให้เช่ามากถึง 60 คัน จำเลยที่ 2 จึงเป็นผู้ประกอบกิจการให้เช่ารถแท็กซี่รายใหญ่ จำเลยที่ 2 เช่าซื้อรถแท็กซี่คันเกิดเหตุจากโจทก์ซึ่งจดทะเบียนประเภทรถยนต…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5724/2562

โจทก์บรรยายฟ้องข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการกระทำของ จ. ซึ่งเป็นลูกจ้างและตัวแทนของจำเลยที่เป็นเหตุโต้แย้งสิทธิของโจทก์แล้ว แม้โจทก์จะมิได้กล่าวในฟ้องเกี่ยวกับลักษณะการเป็นตัวแทน โจทก์ก็นำสืบได้เพราะเป็นข้อ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้