Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 114/2488

พ.ศ. 2488 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

หญิงมีสามีกู้เงินโดยไม่ได้รับความยินยอมของสามีสัญญานั้นเป็นโมฆียะ เมื่อสามีบอกล้างนิติกรรมนั้นแล้วหญิงก็ต้องรับผิดเป็นส่วนตัวซึ่งเจ้าหนี้ฟ้องขอแยกสินบริคณห์เพื่อเอาชำระหนี้ได้ เมื่อคดีไม่ปรากฎว่าเป็นสามีภรรยากันมาก่อนหรือหลังใช้ประมวลแพ่งฯ บรรพ 5 ศาลย่อมแบ่งสินสมรสให้สามีภรรยานั้นคนละครึ่ง.

คำฟ้องและคำให้การ

ศาลพิพากษาให้จำเลยที่ ๑-๒ ใช้เงินกู้แก่โจทก์แล้วโจทก์ยึดทรัพย์จำเลยที่ ๓-๔ ซึ่งเป็นสามีจำเลยที่ ๑-๒ ร้องขัดทรัพย์ว่าจำเลยที่ ๑-๒ กู้โดยไม่ได้รับความยินยอมจากคนและตนได้บอกล้างนิติกรรมกู้แล้ว ศาลจึงสั่งสอนการยึด โจทก์จึงมาฟ้องคดีขอให้แยกสินบริคณห์ส่วนของจำเลยที่ ๑ กับที่ ๓ คนละกึ่ง ส่วนของจำเลยที่ ๒ และที่ ๔ คนละกึ่ง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้โจทก์ชนะคดีดังฟ้อง

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์เห็นว่าการขอแยกสินบริคณห์ชำระหนี้ของภรรยาได้นั้นเฉพาะแต่หนี้ตาม ม.๓๙ และ ๔๑ เท่านั้น หนี้รายนี้ไม่ใช่หนี้ตามมาตรานั้น จึงขอแยกสินบริคณห์ไม่ได้ ให้ยกฟ้อง

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาเห็นว่าหญิงมีสามีเป็นบุคคลบรรลุนิติภาวะแล้ว นิติกรรมที่ทำขึ้นจึงผูกพันหญิงได้ตาม ป.ม.แพ่งฯ ม.๓๗ และตามมาตรา ๑๔๘๓ เจ้าหนี้ย่อมมีสิทธิขอให้แยกสินบริคณห์ออกเป็นสินส่วนตัวของหญิงเพื่อบังคับคดีได้ โดยมิได้มีข้อจำกัดว่า จะต้องเป็นกรณีย์ที่หญิงก่อนหนี้ขึ้นตาม ม.๓๙ และ ๔๑ และที่ศาลชั้นต้นให้แบ่งแยกสินบริคณห์เป็น ๒ ส่วน เป็นของภรรยา ๑ ส่วนก็ชอบแล้ว เพราะทางพิจารณาไม่ปรากฎว่า คดีอยู่ในบังคับกฎหมายลักษณะผัวเมียอันจะต้องแบ่งแยกเป็นของสามี ๒ ส่วน ภรรยา ๑ ส่วน

ผลคำพิพากษา

จึงพิพากษากลับศาลอุทธรณ์ ยืนตามศาลชั้นต้น

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
มนูภันย์วิมลสาร · ทิพปัญญา · นาถปรีชา
ศาลล่าง
ศาลชั้นต้น - นายชวน ชินสุวรรณ
ศาลอุทธรณ์ - นายทิพย์ปริญญา กลัมพะสุต
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้