Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 114/2499

พ.ศ. 2499 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การซื้อขายเรือนโดยทำสัญญาซื้อขายกันที่กรมการอำเภอโดยมีข้อตกลงว่าโจทก์จะได้รื้อเอาไปภายในกำหนด 3 วันนั้นเป็นการขายสังหาริมทรัพย์ โจทก์ทำสัญญาซื้อขายเรือนกับเจ้าของเดิม ณ ที่ว่าการอำเภอโดยตกลงกันว่าจะรื้อเรือนไปภายใน 3 วัน แต่แล้วโจทก์กลับไม่รื้อเรือนไปตามข้อตกลงและกลับยอมให้เจ้าของเดิมเช่าเรือนพิพาทต่อไปอีกเป็นเวลานานถึง 10 ปี ถ้าโจทก์จะมีสิทธิเหนือพื้นดินของเจ้าของเดิมก็ต้องจดทะเบียนสิทธิต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตาม ป.พ.พ. ม.1299 จึงจะใช้ยันจำเลยผู้ซื้อซึ่งเป็นบุคคลภายนอกได้ แต่คดีนี้ปรากฏว่าไม่มีนิติกรรมจดทะเบียนสิทธิเหนือพื้นดินต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ เมื่อจำเลยซึ่งเป็นบุคคลภายนอกได้ซื้อที่พิพาทโดยสุจริตและโดยเสียค่าตอบแทนทั้งได้จดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่เป็นหลักฐานอีกด้วยเรือนซึ่งเป็นส่วนความย่อมติดไปกับที่ดิน จำเลยจึงได้กรรมสิทธิ์ในเรือนนี้ด้วย. (ประชุมใหญ่ครั้งที่ 3/2499).

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่าเดิมนายบุญช่วย นางทองคำ คล่องสั่งสอนได้ขายเรือนให้โจทก์ ๑ หลังได้จดทะเบียนต่ออำเภอบ้านหมี่ แล้วนายบุญช่วย นางทองคำขอเช่าอยู่ต่อไป ต่อมาจำเลยเป็นโจทก์ฟ้องขับไล่นางทองคำ โจทก์จึงทราบว่านิติกรรมซื้อขายระหว่างจำเลยและนายบุญช่วยเฉพาะเรือนพิพาทไม่สมบูรณ์เพราะนายบุญช่วยทราบดีอยู่แล้วว่าเรือนเป็นของโจทก์ ๆ ให้ผู้แทนแจ้งให้จำเลยทราบ จำเลยโต้แย้ง ขอให้ศาลพิพากษาว่าเรือนพิพาทเป็นของโจทก์ ห้ามจำเลยขัดขวาง

จำเลยให้การว่านายบุญช่วยขายเรือนและที่ดินให้จำเลยโดยสุจริตมีค่าตอบแทนจดทะเบียนต่อกรมการอำเภอแล้ว ครั้นราวปลาย พ.ศ.๒๔๙๒ นายบุญช่วยตาย จำเลยให้นางทองคำภรรยานายบุญช่วยออกจากเรือนและที่ดินนางทองคำผิดไม่ยอมออกเรื่องถึงกรมการอำเภอ ทำยอมนางทองคำสัญญายอม จำเลยจึงฟ้องศาลโจทก์ทราบแต่มิได้ร้องสอดเข้ามาเป็นจำเลยร่วมกับนางทองคำ เมื่อศาลพิพากษาขับไล่นางทองคำแล้วโจทก์แกล้งฟ้องเพื่อช่วยเหลือนางทองคำผู้เป็นญาติ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นเห็นว่าคดีพอวินิจฉัยได้แล้วจึงให้งดสืบพยานจำเลยแล้วพิพากษาว่าสัญญาซื้อขายเรือนเมื่อรื้อเอาไปเป็นนิติกรรมที่ ก.ม.มิได้บัญญัติให้จดทะเบียนแม้จะได้จดทะเบียนไว้ไม่มีลักษณะเป็นนิติกรรมจดทะเบียนไม่มีผลยันจำเลยซึ่งเป็นบุคคลภายนอก การที่โจทก์ให้นายบุญช่วยเช่าและครอบครองต่อมาเป็นเวลา ๑๐ ปี จำเลยได้ซื้อที่ดินและเรือนจากนายบุญช่วย การกระทำเช่นนี้ทำให้บุคคลภายนอกสำคัญผิดว่าเป็นเรือนของนายบุญช่วย จึงให้ยกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับคำพิพากษาศาลชั้นต้นว่ากรรมสิทธิ์ในเรือนพิพาทเป็นของโจทก์ห้าม จำเลยขัดขวางในการที่โจทก์จะรื้อถอน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา ศาลฎีกาฟังพยานจำเลยแถลงคารมและประชุมปรึกษาคดีโดยมติที่ประชุมใหญ่แล้ว เรือนที่นายบุญช่วยขายให้โจทก์โดยทำสัญญาซื้อขายกันที่กรมการอำเภอบ้านหมี่ตามเอกสารหมาย จ.๑ว่าโจทก์จะได้รื้อเอาไปภายในกำหนด ๓ วันนั้นเป็นการขายสังหาริมทรัพย์ ไม่เป็นโมฆะโจทก์ควรได้กรรมสิทธิ์ตามนัยคำพิพากษาฎีกาที่ ๙๒๓/๒๔๘๕ ระหว่างนายผัน นาคเลื่อน โจทก์ นายบุญธรรม นางปิ่น จำเลย ส่วนการที่โจทก์ไม่รื้อเรือนไปตามข้อตกลงกลับยอมให้นายบุญช่วยเช่าเรือนพิพาทต่อไปอีกเป็นเวลานานถึง ๑๐ ปี ถ้าโจทก์จะมีสิทธิเหนือพื้นดินของนายบุญช่วยก็ต้องจดทะเบียนสิทธิต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตาม ป.พ.พ. ม.๑๒๙๙ จึงจะใช้ยันจำเลยผู้ซื้อซึ่งเป็นบุคคลภายนอกได้ แต่คดีนี้ปรากฏว่าโจทก์มีสัญญาซื้อขายเรือนกับนายบุญช่วย

ณ ที่ว่าการอำเภอแต่ไม่มีนิติกรรมจดทะเบียนสิทธิเหนือพื้นดินต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ฝ่ายจำเลยซึ่งเป็นบุคคลภายนอกได้ซื้อที่พิพาทโดยเสียค่าตอบแทนและโดยสุจริตทั้งได้จดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่เป็นหลักฐานอีกด้วยเรือนเป็นส่วนควบย่อมติดไปกับที่ดินจำเลยจึงควรได้กรรมสิทธิ์ในเรือนนี้ด้วย ฎีกาจำเลยฟังขึ้นจึง

ผลคำพิพากษา

พิพากษากลับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้ยกฟ้องโจทก์ ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลต่างให้เป็นพับไป.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
วิเทศจรรยารักษ์ · ประมูล สุวรรณศร · ดุลยทรรศน์ปฏิภาณ
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดลพบุรี - นายสุเมธ นวบุศย์
ศาลอุทธรณ์ - หลวงประไพพิทยาคุณ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้