คำฟ้องและคำให้การ
คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานขับขี่รถยนต์โดยประมาท เป็นเหตุให้ทรัพย์สินของผู้อื่นเสียหายแล้วหลบหนีไม่แสดงตัวและแจ้งเหตุต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 43(4), 78, 157, 160
ระหว่างพิจารณาคดีของศาลชั้นต้น
ผู้ร้องยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์อ้างว่าเป็นเจ้าของรถยนต์ซึ่งถูกชนเสียหายในคดีนี้
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลชั้นต้นเห็นว่าความผิดตามที่โจทก์ฟ้องเป็นความผิดต่อเจ้าพนักงานของรัฐผู้ร้องเข้าร่วมเป็นโจทก์ไม่ได้ จึงสั่งยกคำร้อง
ผู้ร้องอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
ศาลฎีกาวินิจฉัย
ผู้ร้องฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "มีปัญหาตามฎีกาของผู้ร้องว่าผู้ร้องเป็นผู้เสียหายที่มีสิทธิขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ในคดีนี้หรือไม่เห็นว่าแม้ผู้ร้องจะเป็นเจ้าของรถที่เสียหายเพราะถูกรถที่จำเลยขับชนก็ตาม แต่ผู้ร้องมิใช่ผู้ได้รับความเสียหายเนื่องจากการกระทำความผิดของจำเลยตามพระราชบัญญัติจราจรทางบกที่โจทก์ฟ้อง อันเป็นความผิดเกี่ยวกับรัฐ ผู้ร้องจึงมิใช่ผู้เสียหายที่จะมีสิทธิขอเข้าร่วมเป็นโจทก์กับพนักงานอัยการศาลอุทธรณ์พิพากษาชอบแล้ว ฎีกาผู้ร้องฟังไม่ขึ้น"
ผลคำพิพากษา
พิพากษายืน