คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์จึงไม่มีสิทธิฟ้องเรียกค่าเสียหาย พิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า "ปัญหาวินิจฉัยมีว่า การที่จำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยมีคำสั่งปลดออกจากงานเป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมหรือไม่
คำพิพากษาศาลล่าง
โจทก์อุทธรณ์ว่าคำสั่งปลดโจทก์ออกจากงานนั้นขัดต่อระเบียบข้อบังคับของจำเลย จึงเป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมเห็นว่า ตามข้อบังคับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคว่าด้วยระเบียบพนักงานข้อ 43 กำหนดว่า "การลงโทษปลดออกนั้นจะกระทำได้ เมื่อพนักงานผู้ใดกระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรงตามข้อ 41 และข้อ 42 แต่โทษยังไม่ถึงกับจะต้องถูกไล่ออกหรือถึงกับจะต้องถูกไล่ออก แต่มีเหตุผลอันควรลดหย่อน" การที่โจทก์นำรถของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคไปปักเสา2 ต้น และยกหม้อแปลงขึ้นบนคานนั่งร้านหม้อแปลงให้แก่ผู้รับเหมาในโรงเรียนม่วงมิตรวิทยาคม ตามที่ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยเป็นยุติแล้วนั้น การกระทำของโจทก์ดังกล่าวนั้น นอกจากจะเป็นการผิดข้อบังคับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคว่าด้วยระเบียบพนักงานหมวด 5เรื่องวินัย ข้อ 38(3) ที่กำหนดว่า
"ต้องปฏิบัติตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชา ซึ่งสั่งโดยชอบด้วยกฎหมายและระเบียบ หรือวิธีปฏิบัติของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ห้ามขัดขืนหรือหลีกเลี่ยง..." แล้วการกระทำของโจทก์ดังกล่าวนั้นยังต้องด้วย ข้อ 41(3) ที่กำหนดว่า "ทุจริตต่อหน้าที่การงาน" ด้วย เพราะการกระทำของโจทก์ดังกล่าวเป็นการแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมายสำหรับผู้อื่นคือผู้รับเหมาที่โจทก์นำรถของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคไปปักเสาและยกหม้อแปลงขึ้นบนคานนั่งร้านให้ ซึ่งมีโทษถึงไล่ออก ดังนั้นการที่จำเลยลงโทษโจทก์โดยมีคำสั่งปลดออกนั้น เป็นการลงโทษที่ชอบด้วยระเบียบข้อบังคับดังกล่าวแล้ว ไม่เป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม..."
ผลคำพิพากษา
พิพากษายืน.