Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 11448/2556

พ.ศ. 2556 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ศาลอุทธรณ์ภาค 4 กำหนดให้โจทก์ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลแทนจำเลย โดยกำหนดค่าทนายความรวม 5,000 บาท แต่ตามตาราง 6 ท้าย ป.วิ.พ. ที่แก้ไขตามพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม ป.วิ.พ. (ฉบับที่ 24) พ.ศ.2551 บัญญัติให้ศาลกำหนดค่าทนายความแต่ละชั้นศาลไม่ต่ำกว่าคดีละ 3,000 บาท ดังนั้น การที่ศาลอุทธรณ์ภาค 4 กำหนดค่าทนายความต่ำกว่าอัตราขั้นต่ำที่กฎหมายกำหนดจึงเป็นการไม่ชอบ แม้โจทก์จะไม่ได้ฎีกาในปัญหานี้ ศาลฎีกาก็เห็นสมควรกำหนดเสียใหม่ให้ถูกต้อง พิพากษายืน ให้โจทก์ใช้ค่าทนายความทั้งสามศาลรวม 9,000 บาท แทนจำเลย

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้พิพากษาให้โจทก์ได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินโฉนดเลขที่ 17205 ตำบลเขวาใหญ่ อำเภอกันทรวิชัย จังหวัดมหาสารคาม โดยการครอบครอง ขับไล่จำเลยออกไปจากที่ดินโฉนดเลขที่ 17205 ตำบลเขวาใหญ่ อำเภอกันทรวิชัย จังหวัดมหาสารคาม ห้ามจำเลยและบริวารไม่ให้เข้าเกี่ยวข้องกับที่ดินแปลงดังกล่าวอีกต่อไป ให้จำเลยชำระค่าเสียหายแก่โจทก์เป็นเงิน 25,386 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ทำละเมิดเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ ให้จำเลยชำระค่าเสียหายแก่โจทก์เป็นรายเดือน เดือนละ 2,000 บาท นับแต่วันถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยจะออกไปจากที่ดิน

จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้โจทก์ได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินโฉนดเลขที่ 17205 ตำบลเขวาใหญ่ อำเภอกันทรวิชัย จังหวัดมหาสารคาม โดยการครอบครองตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1382 ให้จำเลยและบริวารออกจากที่ดินพิพาท ห้ามจำเลยและบริวารยุ่งเกี่ยวกับที่ดินพิพาท และให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์เป็นเงิน 7,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับตั้งแต่วันทำละเมิด (วันที่ 9 พฤษภาคม 2554) ไปจนกว่าจะชำระครบถ้วน กับให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ กำหนดค่าทนายความ 3,000 บาท ค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดีโจทก์ให้เป็นพับ คำขออื่นให้ยก

จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์ ให้โจทก์ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลแทนจำเลย โดยกำหนดค่าทนายความรวม 5,000 บาท คืนค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์ให้จำเลย 367 บาท

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา โดยผู้พิพากษาที่ได้นั่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นรับรองว่ามีเหตุสมควรที่จะฎีกาในข้อเท็จจริงได้

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า

มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า โจทก์ได้กรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาทโดยการครอบครองหรือไม่ เห็นว่า ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 4 วินิจฉัยว่า ที่ดินพิพาทเป็นที่ดินมีโฉนดซึ่งมีชื่อจำเลยเป็นเจ้าของ จำเลยย่อมได้รับประโยชน์จากข้อสันนิษฐานของกฎหมายว่าจำเลยเป็นผู้ครอบครองที่ดินพิพาทตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1373 ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย แต่จำเลยให้การรับว่า โจทก์เข้าครอบครองทำประโยชน์ในที่ดินพิพาทติดต่อกันมาเป็นเวลานานเกินกว่าสิบปีแล้ว จำเลยเพียงแต่ให้การต่อสู้ว่า โจทก์ขอเข้าไปทำประโยชน์ในที่ดินพิพาท เนื่องจากที่ดินของโจทก์มีเนื้อที่น้อยไม่พอทำกินอันเป็นการกล่าวอ้างว่าโจทก์เข้าไปครอบครองทำประโยชน์ในที่ดินพิพาทโดยอาศัยสิทธิของจำเลย

ส่วนปัญหาว่าการที่โจทก์เข้าไปครอบครองทำประโยชน์ในที่ดินพิพาทเป็นการเข้าไปโดยพลการอย่างเป็นเจ้าของที่ดินแปลงนั้น หรือเป็นการเข้าไปทำประโยชน์ด้วยความยินยอมของจำเลย ข้อเท็จจริงได้ความจากโจทก์และจำเลยตรงกันว่า จำเลยเป็นผู้ครอบครองทำประโยชน์ในที่ดินพิพาทมาแต่เดิม หลังจากนั้นโจทก์จึงเข้าไปครอบครองทำประโยชน์ในที่ดินพิพาท แม้โจทก์จะนำสืบว่า โจทก์เข้าไปทำประโยชน์โดยไม่ได้รับความยินยอมจากจำเลย แต่เมื่อพิเคราะห์ว่าจำเลยเป็นผู้ครอบครองทำประโยชน์ในที่ดินพิพาทอยู่ก่อน หากจำเลยไม่ยินยอมอนุญาตให้โจทก์เข้าไปทำประโยชน์ในที่ดินพิพาท โจทก์จะเข้าไปในที่ดินแปลงนั้นได้อย่างไร ยิ่งไปกว่านั้นยังได้ความว่า ในระหว่างที่โจทก์เข้าไปทำประโยชน์ในที่ดินพิพาท

จำเลยยังนำโฉนดที่ดินแปลงพิพาทไปมอบให้แก่ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรเพื่อเป็นประกันหนี้ที่สามีของโจทก์กู้ยืมจากธนาคารดังกล่าว แสดงให้เห็นว่าจำเลยยังหวงกันที่ดินพิพาทเป็นของตน หาได้สละละทิ้งให้โจทก์ทำประโยชน์อย่างอิสระไม่ พยานหลักฐานที่จำเลยนำสืบว่า โจทก์เข้าไปในที่ดินพิพาทโดยอาศัยสิทธิของจำเลยมีน้ำหนักน่าเชื่อถือ แม้จำเลยจะเบิกความตอบคำถามติงของทนายจำเลยว่า หลังจากที่ทางราชการออกโฉนดที่ดินแปลงพิพาทแล้ว โจทก์เคยบอกจำเลยว่า โจทก์จะครอบครองที่ดินพิพาทอย่างเป็นของตนเอง แต่ไม่ได้ความชัดว่าโจทก์บอกแก่จำเลยเมื่อปีใด จึงรับฟังไม่ได้ว่าโจทก์ได้บอกกล่าวไปยังจำเลยเพื่อเปลี่ยนลักษณะแห่งการยึดถือจนเกินกว่าสิบปีแล้ว โจทก์จึงไม่ได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทด้วยการครอบครอง

ที่โจทก์ฎีกาว่า คำเบิกความของโจทก์กับนายทองบู่ พยานโจทก์เกี่ยวกับเหตุการณ์ในการมอบโฉนดที่ดินแปลงพิพาทให้แก่โจทก์ไม่ขัดแย้งกันดังที่ศาลอุทธรณ์ภาค 4 วินิจฉัย ศาลฎีกาได้ตรวจดูคำเบิกความของโจทก์กับนายทองบู่แล้ว โจทก์เบิกความว่า หลังจากที่นายสมจิตรจดทะเบียนหย่ากับจำเลยแล้ว นายสมจิตรกับจำเลยได้พาโจทก์กับนายทองบู่ไปยังสำนักงานที่ดินจังหวัดมหาสารคาม เพื่อจดทะเบียนโอนที่ดินแปลงพิพาทให้แก่นายสมจิตรแต่มีเหตุขัดข้องที่ทำให้ไม่สามารถโอนได้ นายสมจิตรกับจำเลยจึงฝากโฉนดที่ดินไว้กับเจ้าพนักงานที่ดิน แต่นายทองบู่กลับเบิกความว่า หลังจากนั้นอีก 2 ถึง 3 วัน นายสมจิตรได้มอบโฉนดที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์ต่อหน้านายทองบู่ ซึ่งขัดแย้งกับคำเบิกความของโจทก์อย่างสิ้นเชิง หาใช่ข้อแตกต่างกันในเรื่องแปลความหมายของถ้อยคำถามที่โจทก์ฎีกาไม่

ที่โจทก์ฎีกาว่า เหตุที่เอกสารหลักฐานการจดทะเบียนการหย่าระหว่างจำเลยกับนายสมจิตรไม่ได้บันทึกว่าจำเลยตกลงยกที่ดินให้แก่นายสมจิตรและยอมมอบเงิน 20,000 บาท ให้แก่นายสมจิตร ก็เพราะเป็นเรื่องที่นายสมจิตรกับจำเลยตกลงกันด้วยวาจา จึงไม่จำเป็นต้องบันทึกข้อความดังกล่าวไว้ท้ายทะเบียนหย่านั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยกับศาลอุทธรณ์ภาค 4 ว่า ข้อความที่โจทก์กล่าวอ้างเป็นเรื่องที่มีความสำคัญ หากมีข้อตกลงเช่นว่านั้นจริงไม่มีเหตุผลใดที่นายสมจิตรกับจำเลยจะไม่บันทึกไว้ให้ปรากฏ การที่ไม่ได้บันทึกข้อความตามที่โจทก์กล่าวอ้างไว้ท้ายทะเบียนหย่า แสดงให้เห็นว่าไม่มีข้อตกลงว่าให้ยกที่ดินพิพาทให้แก่นายสมจิตรแต่อย่างใด กล่าวโดยสรุป

ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยกับศาลอุทธรณ์ภาค 4 ว่า โจทก์ซึ่งมีภาระการพิสูจน์ให้ศาลเชื่อว่าโจทก์เข้าครอบครองทำประโยชน์ในที่ดินพิพาทโดยสงบ โดยเปิดเผยและด้วยเจตนาเป็นเจ้าของติดต่อกันมาเกินกว่าสิบปีไม่สามารถพิสูจน์ข้อเท็จจริงให้สมดังข้ออ้างของตน ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษายกฟ้องโจทก์ชอบแล้ว ฎีกาข้ออื่นของโจทก์ไม่มีผลเปลี่ยนแปลงคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 4 ได้

อนึ่ง ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 4 กำหนดให้โจทก์ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลแทนจำเลย โดยกำหนดค่าทนายความรวม 5,000 บาท นั้น เห็นว่า ตามตาราง 6 ท้ายประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ที่แก้ไขตามพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง (ฉบับที่ 24) พ.ศ.2551 บัญญัติให้ศาลกำหนดค่าทนายความไม่ต่ำว่าคดีละ 3,000 บาท ซึ่งหมายความถึงแต่ละชั้นศาล ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 4 กำหนดค่าทนายความต่ำกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนดเป็นการไม่ชอบ แม้โจทก์จะไม่ได้ฎีกาในปัญหานี้ ศาลฎีกาก็เห็นสมควรกำหนดเสียใหม่ให้ถูกต้อง

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน ให้โจทก์ใช้ค่าทนายความทั้งสามศาลรวม 9,000 บาท แทนจำเลย

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
กำพล ภู่สุดแสวง · ปดารณี ลัดพลี · แรงรณ ปริพนธ์พจนพิสุทธิ์
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดมหาสารคาม - นายปัญจชัย เพ็ญประทุม
ศาลอุทธรณ์ภาค 4 - นางรุ่งรัตน์ วิจิตรจงกล
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
พ.1533/2556
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
พ1390/2554
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
พ2605/2554
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8626/2557

ข้อความตามรายงานกระบวนพิจารณาระบุว่า คู่ความแถลงร่วมกันว่าคดีสามารถตกลงกันได้โดยโจทก์และจำเลยตกลงจะไปหย่าขาดจากกัน โดยให้โจทก์เป็นผู้ใช้อำนาจปกครองบุตรผู้เยาว์เพียงฝ่ายเดียว โจทก์ขอถอนคำฟ้องในประเด็นท…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3543/2545

การดำเนินการเกี่ยวกับการรับจดทะเบียนหรือไม่รับจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าอยู่ในกรอบอำนาจหน้าที่และการควบคุมของกรมทรัพย์สินทางปัญญา จำเลยที่ 1 ตามพระราชกฤษฎีกาแบ่งส่วนราชการกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5348/2540

สัญญากู้ยืมเงินมีข้อความระบุชัดเจนว่าจำเลยได้รับเงิน80,000 บาท ไปแล้วในวันทำสัญญา การที่จำเลยนำสืบว่าไม่ได้รับเงินเต็มตามจำนวน 80,000 บาท ตามที่ระบุไว้ในสัญญา เนื่องจากโจทก์นำหนี้เงินกู้เดิม10,000 บาท…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5955/2540

เมื่อสิทธิเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนของจำเลยเกิดขึ้นแล้วตั้งแต่วันเกิดเหตุ ดังนั้นโดยนัยแห่ง ป.พ.พ.มาตรา 206, 224 วรรคหนึ่ง จำเลยจึงชอบที่จะฟ้องเรียกดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีของต้นเงินค่าสินไหมทดแทนเอ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1253/2537

การโอนหุ้นชนิดระบุชื่อตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1129 วรรคสาม จะนำมาใช้แก่บริษัทหรือบุคคลภายนอกไม่ได้จนกว่าจะได้จดแจ้งการโอนทั้งชื่อและสำนักของผู้รับโอนนั้นลงในทะเบียนผู้ถือหุ้น เมื่อจำเลยยัง…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้