Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1147/2544

พ.ศ. 2544 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ทั้งสองทำสัญญาค้ำประกันการทำงานของ ค. กับจำเลย และนำโฉนดที่ดินมอบให้แก่จำเลยยึดถือไว้เป็นหลักประกัน ตามหนังสือสัญญาค้ำประกันระบุว่า ในการขอคืนหลักประกันจะกระทำได้ต่อเมื่อ ค. สิ้นสภาพจากการเป็นพนักงาน โดยไม่ได้กระทำการใดให้นายจ้างเสียหาย เมื่อ ค. ลาออกจากการเป็นลูกจ้างจำเลย จึงเป็นการสิ้นสภาพการเป็นพนักงาน สัญญาค้ำประกันของโจทก์ทั้งสองย่อมระงับสิ้นไป แม้ ค. ทำหนังสือยินยอมเปลี่ยนแปลงเพิ่มเติมหลักเกณฑ์ในการขอคืนหลักทรัพย์ใหม่ ก็หามีผลผูกพันโจทก์ทั้งสองไม่ และข้อความในสัญญาค้ำประกันฉบับหลังหาใช่เป็นการขยายข้อความที่ว่า โดยไม่ได้กระทำการใดให้นายจ้างเสียหายตามสัญญาค้ำประกันเดิม ดังนั้นจำเลยจึงต้องคืนโฉนดที่ดินหลักทรัพย์ค้ำประกันแก่โจทก์ทั้งสอง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ทั้งสองฟ้องขอให้บังคับจำเลยคืนโฉนดที่ดินเลขที่ ฉต. 19212 ตำบลเมือง อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก พร้อมบ้านทาวน์เฮาส์ 2 ชั้น ที่ตั้งอยู่บนที่ดินแปลงดังกล่าวแก่โจทก์ทั้งสอง

จำเลยให้การขอให้ยกฟ้องและฟ้องแย้งขอบังคับโจทก์ทั้งสองร่วมกันชำระเงิน 128,401.48 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี จากต้นเงิน 117,600 บาท นับแต่วันถัดจากวันฟ้องแย้งไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่จำเลย

โจทก์ทั้งสองให้การแก้ฟ้องแย้ง ขอให้ยกฟ้องแย้ง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลแรงงานกลางพิจารณาแล้ววินิจฉัยว่า นายคธาเทพไม่ได้จงใจหรือละทิ้งหน้าที่ไม่เก็บเงินจากลูกค้า 5 ราย ให้แก่จำเลย เนื่องจากได้ย้ายไปประจำเขตอื่นพ้นความรับผิดชอบไปแล้ว และการที่นายคธาเทพทำหนังสือให้คำยินยอมปฏิบัติตามหลักเกณฑ์การขอคืนหลักทรัพย์ค้ำประกันเอกสารหมาย ล. 9 ว่า ถอนหลักทรัพย์ประกันคืนได้ต่อเมื่อนายคธาเทพสิ้นสุดการเป็นพนักงานและจำเลยได้รับชำระค่าสินค้าที่ลูกค้าสั่งซื้อจากนายคธาเทพครบถ้วนนั้น โจทก์ทั้งสองไม่ได้ยินยอมด้วย พิพากษาให้จำเลยคืนโฉนดที่ดินเลขที่ ฉต. 19212 แก่โจทก์ทั้งสอง คำขออื่นให้ยกและยกฟ้องแย้ง

จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า คงมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลยเพียงข้อเดียวว่า โจทก์ทั้งสองมีสิทธิขอรับโฉนดที่ดินเลขที่ ฉต. 19212 คืนจากจำเลยหรือไม่ ศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงในเบื้องต้นว่า เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน 2538 นายคธาเทพได้เข้าทำงานเป็นลูกจ้างจำเลยทำหน้าที่พนักงานขาย มีหน้าที่ขายผลิตภัณฑ์ยาของจำเลยให้แก่ลูกค้าตามภูมิภาคต่าง ๆ มีโจทก์ทั้งสองเข้าเป็นผู้ค้ำประกันการทำงานมีความรับผิดชอบร่วมกันในวงเงิน 300,000 บาท และโจทก์ทั้งสองได้มอบโฉนดที่ดินเลขที่ ฉต. 19212 ให้แก่จำเลยไว้เป็นหลักประกันด้วย ตามหนังสือสัญญาค้ำประกันเอกสารหมาย ล. 8 ต่อมาวันที่ 1 มกราคม 2541 นายคธาเทพได้ลาออกจากการทำงานเป็นลูกจ้างของจำเลย

หลังจากนั้นเมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 2541 โจทก์ทั้งสองได้มีหนังสือขอให้จำเลยคืนโฉนดที่ดินเลขที่ ฉต. 19212 แก่โจทก์ทั้งสอง ตามหนังสือเรื่องถอนการค้ำประกันให้ส่งโฉนดที่ดินคืนและใบตอบรับ แต่จำเลยไม่คืน และยังฟังได้อีกว่า นายคธาเทพขายเวชภัณฑ์ยาให้แก่ลูกค้าของจำเลยรวม 5 ราย แต่ขณะเมื่อถึงกำหนดเก็บเงินค่าสินค้าเวชภัณฑ์ยาจากลูกค้า นายคธาเทพได้ย้ายไปรับผิดชอบในเขตอื่น ภาระความรับผิดชอบของนายคธาเทพซึ่งจะต้องเก็บเงินจากลูกค้าจึงตกได้แก่พนักงานขายคนใหม่ การที่ลูกค้าทั้งห้ารายผิดนัดชำระหนี้ค่าสินค้าเวชภัณฑ์ยาแก่จำเลยจึงไม่อยู่ในความรับผิดของนายคธาเทพ โจทก์ทั้งสองจึงไม่ต้องชำระเงินตามฟ้องแย้งแก่จำเลย เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2540 นายคธาเทพได้ทำหนังสือให้คำยินยอมปฏิบัติตามหลักเกณฑ์การขอถอนคืนหลักทรัพย์ค้ำประกันเอกสารหมาย

ล. 9 ไว้ต่อจำเลยโดยไม่ปรากฏว่าโจทก์ทั้งสองได้ลงลายมือชื่อให้ความยินยอมไว้จากข้อเท็จจริงที่ศาลแรงงานกลางฟังมาดังกล่าว เห็นว่า ตามหนังสือสัญญาค้ำประกันเอกสารหมาย ล. 8 ข้อ 5 ระบุว่า "?และในการขอถอนคืนหลักทรัพย์ในการค้ำประกันจะกระทำได้ต่อเมื่อนายคธาเทพได้สิ้นสุดสภาพจากการเป็นพนักงานของบริษัทแล้วเป็นเวลา 6 เดือน นับแต่วันที่พ้นสภาพการจ้างดังกล่าว โดยไม่ได้กระทำการใดให้นายจ้างเสียหาย เว้นแต่จะได้รับความเห็นชอบจากนายจ้างเป็นลายลักษณ์อักษรก่อนทุกครั้ง?" ดังนั้นเมื่อปรากฏว่านายคธาเทพได้ลาออกจากการทำงานเป็นลูกจ้างของจำเลยโดยที่ไม่ปรากฏว่านายคธาเทพได้กระทำการใดให้จำเลยเสียหายแล้ว จำเลยจำต้องคืนโฉนดที่ดินเลขที่

ฉต. 19212 แก่โจทก์ทั้งสอง ส่วนการที่นายคธาเทพยินยอมลงลายมือชื่อในหนังสือให้คำยินยอมตามเอกสารหมาย ล. 9 ก็ผูกพันเฉพาะนายคธาเทพผู้ที่ตกลงยินยอมแต่เพียงผู้เดียว หามีผลผูกพันถึงโจทก์ทั้งสองผู้ค้ำประกันซึ่งเป็นผู้มอบโฉนดที่ดินอันเป็นหลักทรัพย์ประกันที่มิได้ตกลงยินยอมด้วยไม่ ทั้งข้อความในหนังสือให้ความยินยอมตามเอกสารหมาย ล 9 ที่ว่า การขอคืนหลักทรัพย์ค้ำประกันจะกระทำได้ต่อเมื่อนายคธาเทพสิ้นสุดสภาพการเป็นลูกจ้างและจำเลยได้รับการชำระหนี้การสั่งซื้อสินค้าจากลูกค้าที่นายคธาเทพเป็นผู้ขายสินค้าให้ไว้ครบถ้วนแล้ว ก็เห็นได้ว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงเพิ่มเติมหลักเกณฑ์ในการขอคืนหลักทรัพย์ใหม่ตามที่กำหนดไว้เดิมในหนังสือสัญญาค้ำประกันฉบับแรกข้อ 5 ที่กำหนดว่า

โจทก์ทั้งสองจะถอนคืนหลักทรัพย์ค้ำประกันได้ต่อเมื่อนายคธาเทพสิ้นสุดสภาพการเป็นลูกจ้างโดยที่นายคธาเทพมิได้กระทำการใดให้จำเลยเสียหาย ข้อความในเอกสารหมาย ล. 9 ดังกล่าวหาใช่เป็นการขยายข้อความที่ว่า "โดยไม่ได้กระทำการใดให้จำเลยเสียหาย" ในสัญญาค้ำประกันตามเอกสารหมาย ล. 9 ดังที่จำเลยอุทธรณ์ไม่ ที่ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยคืนโฉนดที่ดินอันเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันชอบแล้ว

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
วิธวิทย์ หิรัญรุจิพงศ์ · กมล เพียรพิทักษ์ · หัสดี ไกรทองสุก
ศาลล่าง
ศาลแรงงานกลาง - นายประภัทรพงษ์ ฉายสิวศาลอุทธรณ์ -
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3259/2554

แม้ตามสัญญาค้ำประกันที่จำเลยที่ 5 ทำไว้เมื่อปี 2536 และปี 2538 ระบุให้ค้ำประกันหนี้ของจำเลยที่ 1 ที่จะมีต่อไปในภายหน้าด้วย โดยสัญญาค้ำประกันที่ทำเมื่อปี 2536 มีจำเลยที่ 2 และที่ 9 เป็นผู้ร่วมค้ำประกัน…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8143/2548

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้โจทก์เป็นผู้จัดการนำส่งสำเนาอุทธรณ์โดยมีคำสั่งว่า "รับอุทธรณ์ของโจทก์สำเนาให้จำเลยแก้ภายใน 15 วัน ให้โจทก์นำส่งภายใน 5 วัน ไม่มีผู้รับโดยชอบให้ปิด หากส่งไม่ได้ให้โจทก์แถลงเพื่อดำเ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7499/2547

โจทก์ฟ้องให้จำเลยที่ 2 ในฐานะทายาทของพันโท ช. รับผิดตามสัญญาค้ำประกันที่พันโท ช. ค้ำประกันหนี้เงินกู้ของพันโท ป. ไว้แก่โจทก์ เมื่อความรับผิดของผู้ค้ำประกันที่ผูกพันตนต่อเจ้าหนี้ ผู้ค้ำประกันจะต้องรับผ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1379/2546

จำเลยทราบอยู่แล้วว่ามีพยานเอกสารอะไรบ้างที่จะต้องนำมาสืบ และสามารถยื่นบัญชีระบุพยานดังกล่าวได้ การที่จำเลยต้องให้พนักงานของจำเลยค้นหาเอกสารหลายครั้งจึงพบย่อมถือเป็นความบกพร่องล่าช้าของพนักงานจำเลย อัน…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 199/2545

สัญญาค้ำประกันเป็นสัญญาที่ผู้ค้ำประกันมีความรับผิดแต่เพียงฝ่ายเดียว การตีความจึงต้องเป็นไปโดย เคร่งครัด จำเลยที่ 2 เป็นผู้ลงลายมือชื่อในสัญญาค้ำประกันต่อหน้าโจทก์โดยระบุว่าใช้หนี้สินทั้งหมดของจำเลยที่…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้