คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องจำเลยขอให้เลิกห้างหุ้นส่วนและตั้งผู้ชำระบัญชี และร้องขอให้ศาลยึดและอายัดทรัพย์สินจำเลยในกรณีมีเหตุฉุกเฉินก่อนพิพากษาศาลอนุญาต จำเลยต่อสู้ว่าโจทก์ไม่เคยเป็นหุ้นส่วนกับจำเลย และร้องขอให้ถอนการยึดและอายัด
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วสั่งให้ยกเลิกคำสั่งที่ให้ยึดหรืออายัดนั้นเสีย และให้โจทก์นำค่าธรรมเนียมมาชำระต่อศาลภายใน ๓๐ วัน ต่อมาโจทก์จำเลยทำสัญญาประนีประนอมยอมความต่อกัน และศาลพิพากษาตามยอม โจทก์ไม่นำค่าธรรมเนียมเจ้าพนักงานบังคับคดีมาชำระ ศาลชั้นต้นสั่งให้โจทก์แถลงภายใน ๗ วัน
โจทก์อุทธรณ์ ศาลชั้นต้นสั่งว่าโจทก์อุทธรณ์พ้นกำหนด ๑ เดือนนับแต่วันศาลมีคำสั่ง จึงไม่รับอุทธรณ์
โจทก์อุทธรณ์คำสั่ง ศาลอุทธรณ์สั่งว่า
ศาลชั้นต้นพิพากษาตามยอมวันที่ ๑๖ เมษายน ๒๕๐๖
โจทก์อุทธรณ์วันที่ ๑๐ พฤษภาคม ๒๕๐๘ อยู่ในระยะเวลา ๑ เดือน และอุทธรณ์ไม่ต้องห้าม ให้รับอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า ที่ศาลชั้นต้นสั่งให้โจทก์ชำระค่าธรรมเนียมเจ้าพนักงานบังคับคดีร้อยละสามครึ่งของราคาทรัพย์สินที่ยึดชอบแล้ว แต่ที่ศาลชั้นต้นให้โจทก์ชำระร้อยละสามครึ่งของจำนวนเงินที่ยึดหรืออายึดหรือราคาทรัพย์สินที่อายัดไม่ชอบ เพราะตามตาราง ๕(๔) ให้เรียกร้อยละหนึ่ง จึงพิพากษาแก้ให้โจทก์ชำระค่าธรรมเนียมเจ้าพนักงานบังคับคดีร้อยละหนึ่งของจำนวนเงินที่ได้ยึดหรืออายัดหรือราคาทรัพย์สินที่อายัดไว้แล้ว นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำสั่งของศาลชั้นต้น
ศาลฎีกาวินิจฉัย
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัย
ที่โจทก์ฎีกาว่าการยึดทรัพย์ตามวิธีการชั่วคราวก่อนพิพากษามิได้เป็นการบังคับคดีเพื่อขายทอดตลาดทรัพย์ โจทก์จึงไม่ควรต้องเสียค่าธรรมเนียมเจ้าพนักงานบังคับคดีนั้น
ศาลฎีกาเห็นว่าวิธีการชั่วคราวก่อนคำพิพากษาและการบังคับตามคำพิพากษาก็อยู่ในภาค ๔ แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งด้วยกัน และมาตรา ๒๕๙ ก็ให้นำบทบัญญัติลักษณะ ๒ แห่งภาค ๔ ว่าด้วยการบังคับคดีมาใช้บังคับแก่วิธีการชั่วคราวโดยอนุโลม ฉะนั้น เมื่อศาลสั่งให้เจ้าพนักงานบังคับคดีไปทำการยึดทรัพย์สินไม่ว่าโดยวิธีชั่วคราวก่อนพิพากาษหรือบังคับคดีตามคำพิพากษา ก็ต้องเสียค่าธรรมเนียมเจ้าพนักงานบังคับคดีตามตาราง ๕
ที่โจทก์ฎีกาว่า ศาลให้ยกเลิกคำสั่งที่ให้ยึดทรัพย์สินตามวิธีการชั่วคราวก่อนพิพากษา จึงเท่ากับไม่มีการยึดทรัพย์มาก่อนนั้น
ศาลฎีกาเห็นว่า ศาลอนุญาตให้ถอนหมายยึดตามคำขอของจำเลยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๖๑ เท่านั้น ค่าธรรมเนียมเจ้าพนักงานบังคับคดีซึ่งได้ดำเนินการยึดไปแล้ว โจทก์ยังมีหน้าที่ต้องเสียอยู่
ที่โจทก์ฎีกาว่า ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ไม่มีมาตราใดให้ศาลมีอำนาจสั่งเรียกเก็บค่าธรรมเนียมร้อยละสามครึ่งจากโจทก์ได้ ศาลฎ๊กาเห็นว่า ตามมาตรา ๑๔๙ ค่าธรรมเนียมในการดำเนินกระบวนพิจารณาให้คู่ความผู้ดำเนินกระบวนพิจารณานั้นๆ เป็นผู้ชำระ เมื่อโจทก์เป็นผู้ดำเนินกระบวนพิจารณาขอให้เจ้าพนักงานบังคับคดีไปทำการยึดทรัพย์สินของจำเลยแล้วไม่มีการขายหรือจำหน่ายศาลย่อมมีอำนาจสั่งให้โจทก์เป็นผู้ชำระค่าธรรมเนียมเจ้าพนักงานบังคับคดีตามตาราง ๕ ได้
ผลคำพิพากษา
พิพากษายืน