Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1157/2521

พ.ศ. 2521 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ถูกจำเลยขับรถชน ร่างกายโจทก์พิการ เดินไม่ได้แขนขวาเป็นอัมพาต ต้องนอนอยู่กับเตียง อันเป็นผลโดยตรงที่เกิดจากการที่จำเลยทำละเมิดขับรถชนโจทก์ ตามลักษณะเห็นได้ว่าร่างกายโจทก์ต้องพิการและเป็นอัมพาตไปตลอดชีวิต โจทก์จะต้องเสียค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลตลอดไป แม้จะเป็นค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นในเวลาอนาคตจำเลยก็ต้องรับผิดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 444โจทก์ขอให้จำเลยรับผิดค่าเสียหายในอนาคตเป็นเวลา 5 ปีเมื่อปรากฏว่าโจทก์ถึงแก่กรรมหลังจากวันฟ้อง 3 ปี 1 เดือน ศาลก็กำหนดให้จำเลยรับผิดค่าเสียหายในอนาคตนับจากวันฟ้องไปอีกเพียง 3 ปี 1 เดือน

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 เป็นตัวแทนจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นเจ้าของรถบรรทุกเล็ก ได้ขับรถชนโจทก์ได้รับบาดเจ็บสาหัสกลายเป็นคนพิการ จึงขอให้จำเลยร่วมกันชดใช้ค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลทั้งที่โจทก์ต้องเสียไปแล้วและที่จะต้องเสียต่อไปในอนาคตเป็นเวลา 5 ปีจำเลยทั้งสองให้การว่า เหตุที่เกิดรถชนไม่ใช่ความผิดของจำเลยที่ 1 โจทก์เรียกค่าเสียหายไม่ได้ ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า จำเลยทั้งสองต้องรับผิดใช้ค่าเสียหายให้โจทก์ คือ ค่ารถแท็กซี่ที่ภริยาโจทก์ต้องไปดูแลโจทก์ที่โรงพยาบาลเป็นเงิน 2,250 บาท ค่าจ้างคนดูแล 5,000 บาท ค่ายาและค่านวด 750 บาท รวมเป็นเงิน 8,000 บาทโจทก์อุทธรณ์ขอให้เพิ่มค่ารักษาพยาบาลที่โจทก์ได้จ่ายไปแล้ว และให้จำเลยจ่ายค่ารักษาพยาบาลในอนาคตอีกด้วยศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยร่วมกันชดใช้ค่ารักษาพยาบาลเพิ่มขึ้นเป็น 1,750 บาท และให้จำเลยร่วมกันจ่ายเงินค่ารักษาพยาบาลในอนาคตอีก 5,000 บาทแก่โจทก์

นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นโจทก์ฎีกาขอให้เพิ่มค่ารักษาพยาบาลให้อีกจำเลยทั้งสองฎีกาว่า ที่ศาลอุทธรณ์ให้เพิ่มค่ารักษาพยาบาลเป็น 1,750 บาทนั้น เกินสมควร และโจทก์ไม่มีสิทธิได้รับค่าเสียหายในอนาคตระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา โจทก์ถึงแก่กรรมศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่ศาลอุทธรณ์กำหนดค่ารักษาพยาบาลก่อนฟ้องเป็นเงิน 1,750 บาทนั้นน้อยเกินไป ควรกำหนดให้ 2,500 บาท ส่วนปัญหาเรื่องโจทก์มีสิทธิได้รับค่ารักษาพยาบาลในอนาคตหรือไม่นั้น เห็นว่าหลังจากโจทก์ฟ้องคดีแล้ว ร่างกายโจทก์ยังพิการ เดินไปไหนมาไหนไม่ได้ แขนขวาเป็นอัมพาต ต้องนอนอยู่กับเตียง อันเป็นผลโดยตรงที่เกิดจากการที่จำเลยที่ 1 ทำละเมิดขับรถชนโจทก์ตามลักษณะเห็นได้ว่าร่างกายโจทก์ต้องพิการและเป็นอัมพาตไปตลอดชีวิต

โจทก์ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลตลอดไป แม้จะเป็นค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นในเวลาอนาคต จำเลยก็ต้องรับผิดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 444 และที่ศาลอุทธรณ์กำหนดให้ค่ารักษาพยาบาลในอนาคตเป็นเงิน 5,000 บาทนั้นน้อยไป ควรกำหนดให้เป็นรายเดือน เดือนละ 750 บาท โจทก์ขอให้จำเลยรับผิดค่ารักษาพยาบาลในอนาคตเป็นเวลา 5 ปี เมื่อปรากฏว่าโจทก์ถึงแก่กรรมหลังจากวันฟ้อง 3 ปี 1 เดือน จึงให้จำเลยรับผิดต่อไปอีกเพียง 3 ปี 1 เดือน เป็นเงิน 27,750 บาท

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่ารักษาพยาบาลก่อนฟ้องเป็นเงิน 2,500 บาท และค่ารักษาพยาบาลในอนาคตอีก 27,750 บาท แก่โจทก์นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ชลูตม์ สวัสดิทัต · ประภาศน์ อวยชัย · พัลลภ สังโขบล
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6502/2558

จำเลยที่ 1 ทำสัญญาประกันภัยรถยนต์กระบะหมายเลขทะเบียน ผท 6565 ชลบุรีไว้กับจำเลยที่ 2 ผู้รับประกันภัย ในวันเกิดเหตุ จำเลยที่ 1 ขับรถคันดังกล่าวไปตามถนนสายอ่างศิลามุ่งหน้าไปตลาดอ่างศิลาซึ่งเป็นถนนมีช่องเ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2416/2534

การ ขาย อสังหาริมทรัพย์ ของ ผู้เยาว์ ผู้เยาว์ เอง หรือ ผู้ใช้ อำนาจ ปกครอง จะ กระทำ มิได้ เว้นแต่ ศาล จะ อนุญาต ตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1574 เมื่อ ผู้แทนโดยชอบธรรม ต้องห้าม โดย กฎหมาย มิใ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2614/2522

จำเลยที่ 2 เป็นเจ้าหน้าที่ของการรถไฟแห่งประเทศไทย -จำเลยที่ 3 มีหน้าที่ปิดกั้นแผงกั้นถนนเมื่อมีขบวนรถไฟวิ่งผ่านตรงที่ทางรถไฟตัดผ่านถนน ในวันเกิดเหตุ จำเลยที่ 2 ละทิ้งหน้าที่ไป ตามพระราชบัญญัติจัดวางกา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1533/2519

โจทก์หลายคนฟ้องจำเลยให้รับผิดฐานละเมิดมาในฟ้องเดียวกัน โดยแยกทุนทรัพย์ที่โจทก์แต่ละคนเรียกร้องเป็นจำนวนเท่าใดมาชัดเจน เป็นส่วนของแต่ละคนมิได้เรียกร้องเป็นจำนวนรวมกันมา เมื่อทุนทรัพย์ของโจทก์คนใดไม่เกิ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2358/2518

กรณีที่จำเลยจะขอให้พิจาณาคดีใหม่ได้จะต้องเป็นเรื่องที่จำเลยขาดนัดพิจารณาและศาลมีคำสั่งว่าจำเลยขาดนัดพิจารณาเสียก่อน การที่จำเลยไม่มาศาลในวันนัดสืบพยานจำเลย และศาลชั้นต้นเห็นว่าจำเลยประวิงคดีไม่อนุญาตใ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้