Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 11584/2553

พ.ศ. 2553 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

แม้จะไม่มีบทบัญญัติกฎหมายใดระบุว่า เมื่อได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานจำพวกที่ 3 แล้ว ใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานจำพวกที่ 2 ที่ได้รับอยู่ก่อนหน้านั้นเป็นอันสิ้นสุดลงก็ตาม แต่เมื่อโรงงานที่จำเลยทั้งสองใช้ประกอบกิจการนั้นเป็นโรงงานแห่งเดียวกันและมีวัตถุประสงค์ประกอบกิจการอย่างเดียวกันแล้ว การที่จำเลยที่ 1 ขออนุญาตเปลี่ยนแปลงการประกอบกิจการโรงงานจากจำพวกที่ 2 เป็นจำพวกที่ 3 โดยมีวัตถุประสงค์เพิ่มกำลังแรงม้าเครื่องจักรในการประกอบกิจการมากขึ้นก็เพื่อให้สามารถผลิดผลงานได้มากขึ้นเป็นการเพิ่มผลประโยชน์ให้แก่จำเลยทั้งสองย่อมแสดงว่าจำเลยที่ 1 ไม่ประสงค์ใช้ใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานจำพวกที่ 2 ที่อนุญาตให้ใช้เครื่องจักรแรงม้าต่ำในการประกอบกิจการอีกต่อไปแล้ว ทั้งยังเป็นการประกอบกิจการในโรงงานแห่งเดียวกันและในกิจการประเภทเดียวกันด้วย จึงเป็นไปไม่ได้ว่าโรงงานแห่งเดียวกันจะมีใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานหลายจำพวกหลายฉบับ

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

พ.ร.บ.โรงงาน พ.ศ.2535 มาตรา 12 พ.ร.บ.โรงงาน พ.ศ.2535 มาตรา 50

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ.2535 มาตรา 12, 50 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83

จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ.2535 มาตรา 12 วรรคหนึ่ง, 50 วรรคหนึ่ง ปรับคนละ 100,000 บาท ไม่ชำระค่าปรับสำหรับจำเลยที่ 1 ให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29 ส่วนจำเลยที่ 2 ให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30

จำเลยทั้งสองอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยทั้งสองฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีสิ่งแวดล้อมวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงเบื้องต้นที่โจทก์และจำเลยทั้งสองไม่ได้นำสืบโต้แย้งกันฟังยุติได้ว่า จำเลยที่ 1 เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด มีจำเลยที่ 2 เป็นกรรมการผู้จัดการ จำเลยที่ 1 ประกอบกิจการโรงงานพิมพ์สิ่งพิมพ์ต่าง ๆ เดิมจำเลยที่ 1 ได้แจ้งขอประกอบกิจการโรงงานจำพวกที่ 2 ใช้กำลังเครื่องจักรไม่เกิน 50 แรงม้า แต่ต่อมาปี 2538 จำเลยที่ 1 ได้ขอเปลี่ยนแปลงการประกอบกิจการโรงงานเป็นจำพวกที่ 3 ที่ใช้กำลังเครื่องจักรเกิน 50 แรงม้า และได้รับอนุญาตจากกรมโรงงานอุตสาหกรรมแล้ว ต่อมาจำเลยที่ 1 ถูกร้องเรียนว่า โรงงานของจำเลยที่ 1 ปล่อยน้ำเสียและส่งกลิ่นเหม็น ก่อความเดือดร้อนแก่ชาวบ้าน อันเป็นการฝ่าฝืนเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในใบอนุญาต

จำเลยทั้งสองจึงถูกกรมโรงงานอุตสาหกรรมเปรียบเทียบปรับและสั่งการให้ปรับปรุงแก้ไขหลายครั้ง แต่จำเลยทั้งสองยังคงประกอบกิจการต่อไปเช่นเดิม กรมโรงงานอุตสาหกรรมจึงมีคำสั่งปิดโรงงานจำเลยที่ 1 ตามหนังสือลงวันที่ 19 มิถุนายน 2543 ต่อมาวันที่ 9 ตุลาคม 2543 และวันที่ 11 มกราคม 2544 เจ้าหน้าที่กรมโรงงานอุตสาหกรรมตรวจพบว่าจำเลยทั้งสองยังคงประกอบกิจการโรงงานอยู่ จึงมีหนังสือแจ้งจำเลยทั้งสองว่ากระทำความผิดตามพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ.2535 ให้จำเลยทั้งสองมาพบนิติกรของกรมโรงงานอุตสาหกรรมเพื่อเปรียบเทียบปรับ จำเลยทั้งสองไปพบและให้การรับสารภาพกับยินยอมให้เปรียบเทียบปรับ แต่ต่อมาเมื่อกองนิติการส่งเรื่องให้คณะกรรมการเปรียบเทียบคดีเปรียบเทียบปรับพิจารณาแล้ว

มีมติไม่พิจารณาเปรียบเทียบปรับจำเลยทั้งสอง โดยเห็นว่าจำเลยทั้งสองมีประวัติถูกดำเนินคดีมาแล้วหลายครั้ง เป็นการกระทำความผิดซ้ำซากจึงไม่ควรเปรียบเทียบปรับ แต่ให้กรมโรงงานอุตสาหกรรมแจ้งความร้องทุกข์ดำเนินคดีแก่จำเลยทั้งสอง คดีมีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยทั้งสองว่า จำเลยทั้งสองกระทำความผิดตามฟ้องโจทก์หรือไม่ โดยจำเลยทั้งสองฎีกาโต้แย้งเป็นทำนองว่า แม้ภายหลังจากที่จำเลยที่ 1 ได้ขอเปลี่ยนแปลงการประกอบกิจการโรงงานจำพวกที่ 2 เป็นจำพวกที่ 3 และได้รับอนุญาตแล้วก็ตาม แต่จำเลยที่ 1 ก็ยังคงชำระค่าธรรมเนียมการประกอบกิจการโรงงานจำพวกที่ 2 ต่อเนื่องกันมาทุกปี และขณะเกิดเหตุโรงงานจำเลยที่ 1 ก็ใช้กำลังเครื่องจักรไม่เกิน 50 แรงม้า ซึ่งเป็นการประกอบกิจการโรงงานจำพวกที่ 2 เมื่อไม่มีบทบัญญัติกฎหมายใดระบุว่า

เมื่อจำเลยที่ 1 ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการโรงงานจำพวกที่ 3 แล้ว ให้ถือว่าใบอนุญาตให้ประกอบกิจการโรงงานจำพวกที่ 2 ของจำเลยที่ 1 เป็นอันสิ้นสุดลงแต่อย่างใด ประกอบกับจำเลยทั้งสองได้ชำระค่าธรรมเนียมรายปีมาตลอด จึงถือได้ว่าขณะเกิดเหตุจำเลยทั้งสองประกอบกิจการโรงงานจำพวกที่ 2 ไม่ใช่ประกอบกิจการโรงงานจำพวกที่ 3 ที่ถูกสั่งปิด ฉะนั้นจำเลยทั้งสองจึงไม่ได้กระทำผิดตามฟ้องนั้น เห็นว่า แม้จะไม่มีบทบัญญัติกฎหมายใดระบุว่า เมื่อได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานจำพวกที่ 3 แล้ว ใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานจำพวกที่ 2 ที่ได้รับอยู่ก่อนหน้านั้นเป็นอันสิ้นสุดลงก็ตาม แต่เมื่อข้อเท็จจริงได้ความว่า โรงงานที่จำเลยทั้งสองใช้ประกอบกิจการนั้นเป็นโรงงานแห่งเดียวกันและมีวัตถุประสงค์ประกอบกิจการอย่างเดียวกันแล้ว

การที่จำเลยที่ 1 ขออนุญาตเปลี่ยนแปลงการประกอบกิจการโรงงานจากจำพวกที่ 2 เป็นจำพวกที่ 3 โดยมีวัตถุประสงค์เพิ่มกำลังแรงม้าเครื่องจักรในการประกอบกิจการมากขึ้นก็เพื่อให้สามารถผลิตผลงานได้มากขึ้น เป็นการเพิ่มผลประโยชน์ให้แก่จำเลยทั้งสอง ย่อมแสดงว่าจำเลยที่ 1 ไม่ประสงค์ใช้ใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานจำพวกที่ 2 ที่อนุญาตให้ใช้เครื่องจักรแรงม้าต่ำในการประกอบกิจการอีกต่อไปแล้ว ทั้งยังเป็นการประกอบกิจการในโรงงานแห่งเดียวกันและในกิจการประเภทเดียวกันด้วย จึงเป็นไปไม่ได้ว่าโรงงานแห่งเดียวกันจะมีใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานหลายจำพวกหลายฉบับ ดังนั้นแม้จะไม่มีบทบัญญัติกฎหมายใดระบุว่า เมื่อจำเลยที่ 1 ได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานจำพวกที่ 3 แล้ว

ใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานจำพวกที่ 2 ที่จำเลยที่ 1 ได้รับอยู่แล้วเป็นอันสิ้นสุดลง ตามที่จำเลยทั้งสองกล่าวอ้างก็ตาม แต่โดยข้อเท็จจริงและเหตุผลดังกล่าวแล้วถือได้ว่าใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานจำพวกที่ 2 ของจำเลยที่ 1 ได้สิ้นสุดลงเพราะเหตุที่จำเลยที่ 1 แสดงเจตนาเลิกใช้ใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานจำพวกที่ 2 แล้ว ส่วนการที่จำเลยที่ 1 ชำระค่าธรรมเนียมรายปีสำหรับใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานจำพวกที่ 2 ต่อเนื่องกันมานั้นก็เป็นการชำระหนี้ตามอำเภอใจ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 407 ส่วนที่อ้างว่าจำเลยทั้งสองยอมทำบันทึกคำให้การรับสารภาพและยินยอมให้กรมโรงงานอุตสาหกรรมเปรียบเทียบปรับนั้น จำเลยทั้งสองเพียงแต่ต้องการให้ข้อพิพาทจบลงโดยเร็วนั้น ก็ไม่ใช่ข้อพิสูจน์ว่าจำเลยทั้งสองจะไม่ได้กระทำความผิดตามที่โจทก์ฟ้องแต่อย่างใด ดังนั้น ที่ศาลอุทธรณ์ฟังว่าจำเลยทั้งสองกระทำผิดตามฟ้องและพิพากษาลงโทษจำเลยทั้งสองมานั้นชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยทั้งสองฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ประเสริฐ โอนพรัตน์วิบูล · ประทีป เฉลิมภัทรกุล · พันวะสา บัวทอง
แหล่งที่มา
สำนักวิชาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 459/2567

ความผิดฐานแปรรูปไม้ประดู่โดยไม่ได้รับอนุญาต ฐานมีไม้ประดู่แปรรูปไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ฐานแปรรูปไม้ประดู่และไม้สะเดาโดยไม่ได้รับอนุญาต และฐานมีไม้ประดู่และไม้สะเดาแปรรูปไว้ในครอบครองโดยไม่ได้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4339/2558

โจทก์ระบุข้อหาของจำเลยมาในช่องฐานความผิดที่หน้าฟ้องว่า ตั้งและประกอบกิจการโรงงาน (ในท้องที่ห้ามตั้งโรงงาน) โดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย และมีคำขอท้ายฟ้องให้ลงโทษจำเลยตาม พ.ร.บ.โรงงาน พ.ศ.2535 มาตรา 12, 32 (1),…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10769/2554

ความผิดฐานประกอบกิจการโรงงานจำพวกที่ 3 โดยไม่ได้รับใบอนุญาตตาม พ.ร.บ.โรงงาน พ.ศ.2535 มาตรา 5, 7, 12, 50 เป็นความผิดอาญาแผ่นดินไม่ใช่ความผิดต่อส่วนตัวอันยอมความได้ คดีนี้พนักงานอัยการได้มีหนังสือถึงพนั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 486/2546

พระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. 2535 มาตรา 12 และมาตรา 13 กำหนดไว้ชัดเจนว่าไม่ว่าจะเป็นการตั้งโรงงานหรือประกอบกิจการโรงงานจำพวกที่ 3 ผู้ประกอบกิจการโรงงานจะต้องยื่นคำขอรับใบอนุญาตและต้องได้รับใบอนุญาตจากผู้อ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้