Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1159/2531

พ.ศ. 2531 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

กรณีที่นายจ้างขอเลิกจ้างกรรมการลูกจ้างโดยกล่าวหาว่ากระทำผิดนั้น การเลิกจ้างจำต้องอยู่ภายใต้บังคับระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของนายจ้างซึ่งเป็นข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง เมื่อความผิดฐานแจ้งอาการป่วยด้วยความเท็จตามระเบียบเกี่ยวกับการทำงานของผู้ร้องกำหนดให้ผู้ร้องมีสิทธิเลิกจ้างลูกจ้างได้ก็ต่อเมื่อได้ลงโทษด้วยการเตือนเป็นหนังสือก่อนแล้ว ดังนั้นเมื่อไม่ปรากฏว่าผู้ร้องเคยลงโทษผู้คัดค้านซึ่งเป็นลูกจ้างด้วยการเตือนเป็นหนังสือมาก่อน แม้ผู้ร้องจะขอเลิกจ้างโดยยินยอมจ่ายค่าชดเชยและสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าก็ไม่ทำให้ผู้ร้องมีสิทธิเลิกจ้าง.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 52

คำฟ้องและคำให้การ

ผู้ร้องยื่นคำร้องว่านายชาญยุทธ ปัญจรักลูกจ้างของผู้ร้องทำงานตำแหน่งพนักงานทำความสะอาดเป็นกรรมการลูกจ้าง ตั้งแต่เดือนมกราคม 2530 ถึงเดือนพฤศจิกายน 2530 ได้ใช้สิทธิลาป่วยเป็นจำนวน 28 วันโดยไม่สุจริต ทำให้ผู้ร้องเสียหาย การกระทำของนายชาญยุทธเป็นการจงใจทำให้ผู้ร้องได้รับความเสียหายตามประกาศกระทรวงมหาดไทยเรื่อง การคุ้มครองแรงงานข้อ 47 (2) ขอให้ศาลมีคำสั่งอนุญาตให้ผู้ร้องเลิกจ้างนายชาญยุทธ โดยผู้ร้องยินยอมจ่ายค่าชดเชยและสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าให้ตามกฎหมาย นายชาญยุทธยื่นคำคัดค้านว่าผู้คัดค้านได้ใช้สิทธิลาป่วยโดยสุจริตการลาป่วยของผู้คัดค้านมิได้เกินกว่ามาตรฐานขั้นต่ำตามกฎหมายที่กำหนดสิทธิให้กับลูกจ้างผู้คัดค้านมิได้จงใจทำให้ผู้ร้องได้รับความเสียหาย การเลิกจ้างไม่ชอบด้วยพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์พ.ศ.2518 มาตรา 121 และมาตรา 123 ขอให้ยกคำร้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่าการที่ผู้คัดค้านขอลาป่วยตามสิทธิทั้ง 28 วันโดยหลายวันไม่ได้ป่วยจริง ผู้คัดค้านมีเจตนาหลีกเลี่ยงในการปฏิบัติหน้าที่ ถือได้ว่าผู้คัดค้านเจ็บป่วยจนหย่อนสมรรถภาพในการทำงาน ย่อมเป็นเหตุสมควรที่ผู้ร้องจะเลิกจ้างผู้คัดค้านได้เพื่อมิให้กิจการของผู้ร้องต้องเสื่อมเสียชื่อเสียงในด้านความสะอาดและบริการไม่ดี อนุญาตให้ผู้ร้องเลิกจ้างผู้คัดค้านได้

ผู้คัดค้านอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า 'ผู้คัดค้านอุทธรณ์ว่าการที่ผู้คัดค้านลาป่วยเป็นเท็จเพื่อหลีกเลี่ยงการปฏิบัติงานตามหน้าที่นั้น ผู้คัดค้านใช้สิทธิลาป่วยถูกต้องตามระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน จึงไม่ใช่เป็นการจงใจทำให้ผู้ร้องไดรับความเสียหาย และไม่ใช่เป็นความผิดกรณีที่ร้ายแรงซึ่งผู้ร้องจะมีสิทธิเลิกจ้างผู้คัดค้านโดยไม่ต้องตักเตือนเป็นหนังสือตามระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของผู้ร้อง อีกประการหนึ่ง การที่ผู้ร้องขอเลิกจ้างผู้คัดค้านในระหว่างที่ข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างระหว่างผู้ร้องกับสหภาพแรงงาน ซึ่งผู้คัดค้านเป็นสมาชิกและเป็นกรรมการมีผลใช้บังคับ เป็นการฝ่าฝืนต่อพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์พ.ศ. 2518

พิเคราะห์แล้วเห็นว่าการที่พระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์พ.ศ.2518 มาตรา 52บัญญัติให้การเลิกจ้างกรรมการลูกจ้างต้องได้รับอนุญาตจากศาลแรงงานเป็นการคุ้มครองกรรมการลูกจ้างมิให้นายจ้างกลั่นแกล้งหรือเลิกจ้างกรรมการลูกจ้างด้วยสาเหตุความผิดเพียงเล็กน้อยโดยให้อยู่ในอำนาจของศาลแรงงานที่จะพิจารณาว่านายจ้างมีเหตุจำเป็นหรือเหตุอื่นสมควรที่จะเลิกจ้างกรรมการลูกจ้างหรือไม่ แต่กรณีที่นายจ้างเลิกจ้างโดยกล่าวหาว่ากรรมการลูกจ้างกระทำผิดนั้น การเลิกจ้างก็จำต้องอยู่ภายใต้บังคับระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของนายจ้างซึ่งเป็นข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง คดีนี้ข้อเท็จจริงได้ความว่าผู้คัดค้านซึ่งเป็นกรรมการลูกจ้างได้ลาป่วยในรอบปีพ.ศ.2530 รวม 28 วันโดยมิได้เจ็บป่วยจึงเป็นการลาป่วยเป็นเท็จซึ่งเป็นการกระทำผิดต่อระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของผู้ร้อง

คือเป็นความผิดประเภท 'ค' ฐานแจ้งอาการป่วยด้วยความเท็จตามที่กำหนดไว้ในคู่มือสำหรับพนักงานประจำปี 2525 หน้า 126 แต่ตามคู่มือดังกล่าวหน้า 114 ได้กำหนดขั้นตอนการลงโทษความผิดประเภท 'ค'ไว้ว่า 'ความผิดครั้งที่หนึ่งออกหนังสือเตือนเป็นลายลักษณ์อักษรครั้งสุดท้าย ความผิดครั้งที่สองปลดออกจากงานโดยไม่จ่ายค่าชดเชย' ดังนั้นจึงเห็นได้ชัดว่ากรณีที่ผู้คัดค้านกระทำผิดฐานแจ้งอาการป่วยด้วยความเท็จนั้น ระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของผู้ร้องกำหนดให้ผู้ร้องมีสิทธิเลิกจ้างได้ต่อเมื่อได้ลงโทษผู้คัดค้านด้วยการเตือนเป็นหนังสือก่อนแล้วแต่ข้อเท็จจริงไม่ปรากฏว่าผู้ร้องเคยลงโทษผู้คัดค้านด้วยการเตือนเป็นหนังสือมาก่อน ฉะนั้นที่ผู้ร้องขอเลิกจ้างผู้คัดค้านซึ่งเป็นการลงโทษอย่างหนึ่งจึงเป็นการขอลงโทษผิดขั้นตอนต่อระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานซึ่งผูกพันผู้ร้อง

แม้ผู้ร้องจะขอเลิกจ้างโดยยินยอมจ่ายค่าชดเชยและสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าตามกฎหมายแล้วก็ไม่ทำให้ผู้ร้องมีสิทธิเลิกจ้าง ผู้ร้องจึงไม่มีเหตุที่จะเลิกจ้างผู้คัดค้าน ที่ศาลแรงงานกลางอนุญาตให้ผู้ร้องเลิกจ้างผู้คัดค้าน จึงไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกาอุทธรณ์ข้อนี้ของผู้คัดค้านฟังขึ้นไม่จำต้องวินิจฉัยอุทธรณ์ข้ออื่นของผู้คัดค้าน'

ผลคำพิพากษา

พิพากษากลับให้ยกคำร้องของผู้ร้อง.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุพจน์ นาถะพินธุ · จุนท์ จันทรวงศ์ · วิศิษฏ์ ลิมานนท์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3307/2567

พ.ร.บ.ประกันสังคม พ.ศ. 2533 มาตรา 76 บัญญัติว่า "ผู้ประกันตนมีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทนในกรณีชราภาพต่อเมื่อผู้ประกันตนได้จ่ายเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่าหนึ่งร้อยแปดสิบเดือน ไม่ว่าระยะเวลาหนึ่งร้อยแปดสิบเ…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2567 (เลขอ้างอิง 706474)

พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 75 วรรคหนึ่ง มีเจตนารมณ์คุ้มครองนายจ้างที่ประสบเหตุการณ์ซึ่งส่งผลกระทบต่อการประกอบกิจการของนายจ้างอย่างรุนแรงจนถึงขั้นนายจ้างมีความจำเป็นต้องหยุดกิจการทั้งหมดหรือบ…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2567 (เลขอ้างอิง 712234)

พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 75 วรรคหนึ่ง มีเจตนารมณ์คุ้มครองนายจ้างที่ประสบเหตุการณ์ซึ่งส่งผลกระทบต่อการประกอบกิจการของนายจ้างอย่างรุนแรงจนถึงขั้นนายจ้างมีความจำเป็นต้องหยุดกิจการทั้งหมดหรือบ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1684/2566

คำฟ้องของโจทก์บรรยายถึงความสัมพันธ์ระหว่างโจทก์กับจำเลยว่า จำเลยซึ่งเป็นลูกจ้างของโจทก์ปฏิบัติหน้าที่ผิดสัญญาจ้างแรงงานและกระทำละเมิดต่อโจทก์มาด้วย การที่ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า จำเลยกระทำผิดสัญญาจ้า…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7136/2561

โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนคำสั่งของจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นพนักงานตรวจแรงงาน กรณีจำเลยที่ 1 มีคำสั่งยกคำร้องที่โจทก์ขอให้จำเลยที่ 1 สอบสวนข้อเท็จจริงในเรื่องที่โจทก์ถูกจำเลยที่ 2 เลิกจ้าง และให้จำเลยที่ 2 จ่ายส…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้