Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 116/2534

พ.ศ. 2534 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

สถานที่เกิดเหตุเป็นที่โล่งและคืนเกิดเหตุเป็นเวลาข้างขึ้นแสงจันทร์ย่อมส่องสว่างทั้งยังมีแสงไฟฉายจากกระบอกไฟฉายที่คนร้ายส่องขณะเลื่อยตัดงาช้าง พยานซุ่ม ดู ประมาณ 4-5 นาทีนานพอจะเห็นจำเลยที่ 1 ได้ถนัด แม้จะเห็นด้านข้างและพยานเคยรู้จักจำเลยที่ 1 มาก่อน ทั้งไม่เคยมีสาเหตุโกรธเคืองกับจำเลยที่ 1หลังเกิดเหตุแล้ววันรุ่งขึ้นตอนเช้า พยานก็รีบไปแจ้งให้มารดาผู้เสียหาย และตำรวจทราบว่าจำเลยที่ 1 ร่วมเป็นคนร้ายที่ตัดงาช้าง ของผู้เสียหายด้วย ข้อเท็จจริงจึงฟังได้ว่าจำเลยที่ 1กระทำผิด.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2531 เวลากลางคืนหลังเที่ยง จำเลยทั้งสองกับพวกอีก 3 คน ที่หลบหนีได้ร่วมกันลักตัดเอางาช้าง 1 คู่ ราคา 40,000 บาท ของนายจะดี ไม่มีนามสกุล ผู้เสียหายไปโดยทุจริต เหตุเกิดที่ตำบลแม่ศึก อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่จำเลยที่ 1 เป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีอาญาหมายเลขแดงที่2322/2531 ของศาลชั้นต้น ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา83, 335 พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 5)พ.ศ. 2525 มาตรา 11 ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันคืนงาช้าง 1 คู่หรือใช้ราคางาช้าง 40,000 บาท ที่ยังไม่ได้คืนให้แก่ผู้เสียหาย และนับโทษจำเลยที่ 1 ต่อจากโทษจำเลยในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 2322/2531ของศาลชั้นต้นด้วยจำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ แต่จำเลยที่ 1 รับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า

จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 335(1), (7) และวรรคสาม พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2525 มาตรา 11ให้จำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 4 ปี โดยให้นับโทษต่อจากโทษของจำเลยในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 2322/2531 ของศาลชั้นต้น และให้จำเลยที่ 1คืนงาช้าง 1 คู่ หากคืนไม่ได้ให้ใช้ราคา 40,000 บาท แทนแก่ผู้เสียหาย ส่วนจำเลยที่ 2 ให้ยกฟ้องจำเลยที่ 1 อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 1 ด้วยโจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยที่ 1 ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังได้ว่า ตามวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุในฟ้อง มีคนร้ายหลายคนร่วมกันลักตัดงาช้าง 1 คู่ ราคา 40,000 บาท ของผู้เสียหายไป ปัญหามีว่าจำเลยที่ 1 เป็นคนร้ายกระทำผิดตามฟ้องหรือไม่ โจทก์มีประจักษ์พยานคือนายเหย่พอ ไม่มีนามสกุล เบิกความว่า ซุ่มดูคนร้าย 5 คนกำลังร่วมกันตัดงาช้างของผู้เสียหาย โดยซุ่มดูห่างประมาณ 15 เมตร เห็นจำเลยที่ 1 กำลังเกาหูช้างโดยจำเลยที่ 1 หันข้างมาทางนายเหย่พอจึงเห็นหน้าและจำได้

ศาลฎีกาเห็นว่านายเหย่พอซุ่มดูอยู่ไม่ไกลนักสถานที่เกิดเหตุเป็นที่โล่งตามบันทึกการตรวจสถานที่เกิดเหตุคดีอาญาเอกสารหมาย จ.5 ข้อ 9.1 และในคืนเกิดเหตุเป็นเวลาข้างขึ้น 14 ค่ำเดือน 8 เวลาประมาณ 21 นาฬิกา ซึ่งพระจันทร์ขึ้นแล้ว แสงจันทร์ย่อมส่องสว่าง ทั้งยังมีแสงไฟฉายจากกระบอกไฟฉายที่คนร้ายส่องขณะเลื่อยตัดงาช้าง นายเหย่พอซุ่มดูประมาณ 4-5 นาที นานพอจะเห็นจำเลยได้ถนัดแม้จะเห็นด้านข้าง และนายเหย่พอก็รู้จักจำเลยที่ 1มาก่อนเกิดเหตุเนื่องจากจำเลยที่ 1 เคยรับจ้างทำงานที่หมู่บ้านของนายเหย่พอจึงน่าเชื่อว่านายเหย่พอจำจำเลยที่ 1 ได้ไม่ผิดตัว ทั้งนายเหย่พอไม่เคยมีสาเหตุโกรธเคืองกับจำเลยที่ 1 จึงไม่มีเหตุที่จะปรักปรำจำเลยที่ 1 หลังจากเกิดเหตุแล้ว วันรุ่งขึ้นตอนเช้านายเหย่พอก็รีบไปแจ้งข่าวให้มารดาผู้เสียหายและผู้เสียหายทราบโดยบอกว่าจำเลยที่ 1 เป็นคนร้ายที่ร่วมตัดงาช้างของผู้เสียหายรวมทั้งแจ้งต่อสิบตำรวจโทสุทัศน์

นะที พยานโจทก์ในวันนั้นระบุว่าจำเลยที่ 1 เป็นคนร้ายด้วย เมื่อเจ้าพนักงานตำรวจจับจำเลยที่ 1ได้ นายเหย่พอก็ชี้ตัวยืนยันว่าจำเลยที่ 1 เป็นผู้ลักงาช้างไปข้อเท็จจริงจึงฟังได้ว่าจำเลยที่ 1 กระทำผิดดังฟ้องโจทก์จริง ที่จำเลยที่ 1 อ้างว่ามีสาเหตุโกรธเคืองกับนายเหย่พอมาก่อน เพราะจำเลยที่ 1 เคยไปทวงหนี้ค่าปลากระป๋องและกางเกงรวมเป็นเงิน 160 บาทจากนายเหย่พอแล้วทะเลาะกัน เป็นการกล่าวอ้างลอย ๆ ไม่มีเหตุผลพอทั้งพยานฐานที่อยู่ของจำเลยที่ 1 ก็ไม่มีน้ำหนักรับฟังหักล้างพยานโจทก์ได้ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 1 มานั้น ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เสียง ตรีวิมล · บุญศรี กอบบุญ · สุนพ กีรติยุติ
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2104/2567

การวินิจฉัยชั่งน้ำหนักพยานบอกเล่า พยานซัดทอด หรือพยานที่จำเลยไม่มีโอกาสถามค้านนั้น ศาลจะต้องกระทำด้วยความระมัดระวัง และไม่ควรเชื่อพยานหลักฐานนั้นโดยลำพังเพื่อลงโทษจำเลย เว้นแต่จะมีเหตุผลอันหนักแน่น มี…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1207/2567

การจะเป็นความผิดฐานมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติโดยร่วมกระทำการใด ๆ ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อมในการดำเนินการขององค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ หรือเป็นเครือข่ายดำเนินงานขององค์กรดังกล่าว หรือสมคบกันตั้งแต่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 125/2567

การกระทำที่จะเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 มาตรา 110 (1) ผู้กระทำต้องรู้ว่าสินค้าที่ตนนำเข้ามาในราชอาณาจักร จำหน่าย เสนอจำหน่าย หรือมีไว้เพื่อจำหน่าย เป็นสินค้าที่มีเครื่องหมายการค้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 740/2566

แม้คําพิพากษาคดีแพ่งของศาลชั้นต้นจะมีผลผูกพันโจทก์จำเลยซึ่งเป็นคู่ความตาม ป.วิ.พ. มาตรา 145 วรรคหนึ่ง ทำให้จำเลยไม่มีสิทธิกล่าวอ้างข้อเท็จจริงอย่างอื่นให้แตกต่างไปจากผลแห่งคําวินิจฉัยดังกล่าวที่ฟังข้อ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 514/2566

วิธีพิจารณาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบให้ใช้ระบบไต่สวนและเป็นไปโดยรวดเร็ว และก่อนศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่ง ศาลอาจเรียกพยานหลักฐานมาสืบเพิ่มเติมตามที่เห็นสมควร ซึ่งรวมทั้งการเรียกพยานที่สืบแล้วมาสืบใหม่โดย…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้