คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องว่า ที่สวนผลไม้ของโจทก์มีเขตติดต่อกับสวนของจำเลย โดยมีรั้วกั้นเป็นเขต เมื่อประมาณ ๓ ปี มานี้ ต้นยางของจำเลยงอกงามกิ่งและใบปกคลุมที่ดิน ต้นผลไม้ของโจทก์จนไม่ได้รับแสงสว่าง และเสียหายไม่งอกงามตามสมควรที่ดินของโจทก์ถูกปกคลุมกว้าง ๒ วา ยาว ๒ เมตร โจทก์เคยเตือนให้จำเลยตัดกิ่งยาง จำเลยรับรองจะตัดแต่แล้วไม่ยอมตัด จึงขอให้ศาลพิพากษาให้จำเลยตัดกิ่งและใบยางพาราที่ปกคลุมที่ดินโจทก์ออกไปให้พ้นที่ดินของโจทก์
จำเลยให้การว่า กิ่งยางของจำเลยถ้าปกคลุมเข้าไปในที่ดินโจทก์ โจทก์จะตัดจำเลยก็ไม่ว่าอย่างไร และโจทก์เคยตัดแล้วไม่ใช่หน้าที่ของจำเลยและจำเลยเสนอข้อกฎหมายตัดฟ้องโจทก์เรื่องจำเลยได้สิทธิในภารจำยอมและคดีขาดอายุความ ศาลชั้นต้นสั่งทำแผนที่วิวาทแล้วสั่งงดสืบพยานโจทก์จำเลย และพิพากษาว่า เจ้าของที่ดินมีสิทธิตัดกิ่งไม้ที่ยื่นล้ำมาจากที่ดินติดต่อได้ตาม ป.พ.พ. มาตรา ๑๓๔๗ ไม่จำเป็นต้องมาใช้สิทธิทางศาล พิพากษายกฟ้อง
คำพิพากษาศาลล่าง
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์เห็นว่าตาม มาตรา ๑๓๔๗ ไม่เป็นการตัดสิทธิที่จะฟ้องต่อศาล พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษาใหม่ตามรูปคดี
ศาลฎีกาวินิจฉัย
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า ฟ้องโจทก์กล่าวว่า โจทก์เตือนให้จำเลยตัดกิ่งยาง จำเลยรับว่าจะตัดแล้ว ไม่ยอมตัด แต่จำเลยไม่รับรองข้อเท็จจริงข้อนี้ กลับต่อสู้ว่า โจทก์เคยจัดการตัดเองเอง จำเลยก็ไม่ว่ากล่าวอย่างไร โจทก์ไม่เคยเกี่ยวข้องห้ามปรามจำเลย จำเลยไม่เคยสัญญาจะตัดกิ่งยางให้ ดังนี้ ข้อเท็จจริง เรื่องการบอกกล่าวยังไม่แจ้งชัดเช่นนี้ ศาลจะชี้ขาดว่า โจทก์อาจจะตัดเอาเองได้ ตาม มาตรา ๑๓๔๗ ได้หาไม่ แต่ตาม มาตรา ๑๓๔๗ มิได้ห้ามการใช้สิทธิทางศาล หากเป็นเพียงอนุญาตไว้ในบางกรณีอาจฉุกเฉินรีบด่วน และเจ้าของที่ดินติดต่อได้ละเลยเพิกเฉยต่อคำบอกกล่าว ถ้าจะไปใช้สิทธิทางศาลอาจไม่รวมเร็วทันกับความจำเป็น ก็ให้เจ้าของที่ดินที่ได้รับความเดือนร้อนจัดการเอาเองได้ โดยกฎหมายไม่ถือเป็นละเมิด