Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1167/2523

พ.ศ. 2523 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยที่ 1 ทำสัญญารับเหมาก่อสร้างอาคารหน่วยปฏิบัติการตามลำน้ำโขงให้กับกองทัพเรือ โดยมีจำเลยที่ 2 เป็นผู้ทำการก่อสร้างอาคารนั้นให้ และในบริเวณที่ก่อสร้างนั้น มีการปักป้ายชื่อบริษัทจำเลยที่ 1 ไว้ ทำให้คนทั่วไปรวมทั้งโจทก์ทราบว่าจำเลยที่ 1 เป็นผู้รับเหมาก่อสร้างอาคารสถานที่นั้น ระหว่างก่อสร้างจำเลยที่ 2 ได้ติดต่อจ้างโจทก์ให้ถมทรายและทำถนนลูกรังในบริเวณก่อสร้างจนเสร็จและจำเลยที่ 1 ก็ได้ส่งมอบงานถนนนั้นต่อกองทัพเรือแล้วรับเงินมาพฤติการณ์เช่นนี้ถือว่า จำเลยที่ 1 เชิดจำเลยที่ 2 ออกแสดงเป็นตัวแทน จำเลยที่ 1 จึงต้องรับผิดใช้ค่าจ้างที่จำเลยที่ 2 ยังมิได้ชำระแก่โจทก์

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 ทำสัญญารับเหมาก่อสร้างอาคารที่ทำการหน่วยปฏิบัติการตามลำน้ำโขง มีจำเลยที่ 2 เป็นตัวแทนดำเนินการจัดหาวัสดุอุปกรณ์ แรงงานและควบคุมการก่อสร้างให้เสร็จตามสัญญา ทั้งมีอำนาจรับเงินจากจำเลยที่ 1 ไปชำระค่าวัสดุอุปกรณ์แรงงานและจ้างทำของในการก่อสร้าง ระหว่างดำเนินการก่อสร้างจำเลยที่ 2 ได้ทำสัญญาจ้างเหมาโจทก์ทำการถมทราย และทำถนนลูกรังภายในอาคารและบริเวณที่ก่อสร้างรวมเป็นเงิน 200,000 บาท จำเลยที่ 2 ชำระให้โจทก์แล้ว 100,000 บาทยังค้างอยู่ 100,000 บาท ได้ทำหนังสือรับสภาพหนี้ไว้ โจทก์บอกกล่าวแล้วจำเลยทั้งสองไม่ชำระ จึงขอให้บังคับจำเลยให้ร่วมกันใช้เงิน 100,000 บาทพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์จำเลยที่ 1 ให้การว่า

ไม่ได้แต่งตั้งจำเลยที่ 2 เป็นตัวแทน แต่จำเลยที่ 2เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการห้างหุ้นส่วนจำกัดเฉลิมวิทย์ก่อสร้างซึ่งได้ทำสัญญาจ้างเหมาแรงงานทำการก่อสร้างอาคารหน่วยปฏิบัติการตามลำน้ำโขงไปจากจำเลยอีกทอดหนึ่ง โดยมีข้อกำหนดห้ามก่อหนี้สินในนามของจำเลยที่ 1คดีของโจทก์ขาดอายุความจำเลยที่ 2 ขาดนัดยื่นคำให้การ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งจำหน่ายคดีเฉพาะจำเลยที่ 2ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ววินิจฉัยว่า จำเลยที่ 1 ไม่ได้เชิดจำเลยที่ 2เป็นตัวแทน โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 1 ให้รับผิด พิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ว่า จำเลยที่ 1 ได้ตั้งหรือเชิดจำเลยที่ 2 เป็นตัวแทนศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า จำเลยที่ 1 เชิดจำเลยที่ 2 เป็นตัวแทน พิพากษากลับให้จำเลยที่ 1 ใช้เงินจำนวน 100,000 บาทแก่โจทก์ พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องถึงวันชำระจำเลยที่ 1 ฎีกาว่า จำเลยที่ 1 ไม่ได้เชิดจำเลยที่ 2 เป็นตัวแทนศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยที่ 1 ทำสัญญารับเหมาก่อสร้างกับกองทัพเรือ 2 ฉบับ เพื่อสร้างอาคารหน่วยปฏิบัติการตามลำน้ำโขงที่อำเภอศรีเชียงใหม่

จังหวัดหนองคาย มีจำเลยที่ 2 เป็นผู้ก่อสร้างอาคารดังกล่าวและจำเลยที่ 2 ได้ทำสัญญาจ้างโจทก์ขนทรายมาถมและทำถนนลูกรังในบริเวณอาคารที่ก่อสร้าง โจทก์ขนทรายและทำถนนคิดเป็นเงิน 200,000บาท จำเลยที่ 2 ชำระค่าจ้างให้โจทก์แล้ว 100,000 บาท ยังค้างชำระอีก100,000 บาท ส่วนปัญหาที่ว่าจำเลยที่ 1 เชิดจำเลยที่ 2 เป็นตัวแทนและจะต้องรับผิดต่อโจทก์หรือไม่นั้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าที่บริเวณก่อสร้างมีป้ายชื่อบริษัทจำเลยที่ 1 ปักไว้เป็นพฤติการณ์ที่คนทั่วไปรวมทั้งโจทก์ทราบว่าจำเลยที่ 1 เป็นผู้รับเหมาก่อสร้างอาคารสถานที่นั้น ก่อนทำสัญญาจ้างโจทก์ขนทรายและทำถนนลูกรัง จำเลยที่ 2 ก็ได้นำหนังสือของจำเลยที่ 1 ที่มีข้อความว่าจำเลยที่ 2 เป็นเจ้าหน้าที่ของจำเลยที่ 1 มาให้โจทก์ดู มีเหตุให้โจทก์เชื่อว่าการขนทรายขนลูกรังมาทำถนนเป็นกิจการในการก่อสร้างของจำเลยที่ 1 ทั้งจำเลยที่ 1 ยังเป็นผู้รับเงินจากกองทัพเรือเมื่อส่งมอบงานถนนซึ่งเป็นผลงานที่จำเลยที่ 2 จ้างโจทก์ทำ จำเลยที่ 1 จึงเป็นผู้รับประโยชน์จากผลงานที่โจทก์เป็นผู้ทำ ถือได้ว่าจำเลยที่ 1 เชิดจำเลยที่ 2 ออกแสดงเป็นตัวแทนของจำเลยที่ 1 ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 821 ที่จำเลยที่ 1 ฎีกาว่าจำเลยที่ 2 มิได้เป็นคู่สัญญารับเหมาช่วงทำการก่อสร้างจากจำเลยที่ 1 หากแต่ห้างหุ้นส่วนจำกัดเฉลิมวิทย์เป็นคู่สัญญากับจำเลยที่ 1 และห้างหุ้นส่วนจำกัดเฉลิมวิทย์ทำการก่อสร้างไม่เสร็จนั้น

ศาลฎีกาเห็นว่าจำเลยที่ 2 ก็เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการของห้างหุ้นส่วนจำกัดเฉลิมวิทย์ การก่อสร้างที่จำเลยที่ 2 ทำขึ้น ก็คือการก่อสร้างที่ห้างหุ้นส่วนเฉลิมวิทย์ทำนั่นเอง เมื่อห้างหุ้นส่วนจำกัดเฉลิมวิทย์ผิดสัญญากับจำเลยที่ 1 ก็เป็นกรณีที่จำเลยที่ 1 จะต้องว่ากล่าวเอากับห้างหุ้นส่วนจำกัดเฉลิมวิทย์เป็นอีกเรื่องหนึ่ง การที่ห้างหุ้นส่วนจำกัดเฉลิมวิทย์ทำการก่อสร้างไม่เสร็จ แต่โจทก์ได้ขนทรายทำถนนลูกรังเสร็จตามสัญญาที่ทำกับจำเลยที่ 2 และจำเลยที่ 1 นำผลงานนั้นส่งมอบต่อกองทัพเรือแล้วเบิกรับเงินค่าจ้างเหมามา จำเลยที่ 1 จึงต้องรับผิดใช้ค่าจ้างที่จำเลยที่ 2 ยังมิได้ชำระแก่โจทก์ คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ชอบแล้ว

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ภักดิ์ บุณย์ภักดี · ภิญโญ ธีรนิติ · อาจ ปัญญาดิลก
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้