Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 117/2533

พ.ศ. 2533 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ร่วมเมาสุรา และพกอาวุธปืนบุกรุกเข้าไปตบหน้า ค.บนบ้านเนื่องจากโกรธ ค. ที่นำไม้ขวางทางขนถ่านของโจทก์ร่วมแล้วชักอาวุธปืนจะยิงจำเลยซึ่งเข้ามาขัดขวางมิให้โจทก์ร่วมทำร้ายร่างกาย ค. อีก จำเลยจึงใช้อาวุธปืนยิงโจทก์ร่วมเพื่อป้องกันตัว การกระทำของจำเลยถือได้ว่าเป็นการป้องกันพอสมควรแก่เหตุ.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288, 80,90 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิดดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 มาตรา 7, 72คำสั่งของคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ฉบับที่ 44 ลงวันที่ 21ตุลาคม 2519 ข้อ 6 พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา(ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2526 มาตรา 4 และริบของกลางจำเลยให้การปฏิเสธระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้น ผู้เสียหายยื่นคำร้องขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นอนุญาตศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา80, 288 (ที่แก้ไขแล้ว) พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืนวัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490มาตรา 7, 72 คำสั่งของคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ฉบับที่ 44ลงวันที่ 21 ตุลาคม 2519 ข้อ 6 ลงโทษฐานมีอาวุธปืนไม่มีทะเบียนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุก 1 ปี จำเลยให้การรับสารภาพในชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 แล้วจำคุก 8เดือน ฐานพยายามฆ่า จำคุก 10 ปี รวมจำคุก 10 ปี 8 เดือน และริบของกลางจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์ข้อหาพยายามฆ่าตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288, 80 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นโจทก์และโจทก์ร่วมฎีกาขอให้ลงโทษตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้ว ปรากฏจากคำเบิกความของโจทก์ร่วมว่า โจทก์ร่วมได้ชวนนายพั่ว อัตรา ซึ่งเป็นผู้เฒ่าผู้แก่ไปที่บ้านนางคำไฝหรือตื๋อ ทรัพย์เสริม เพื่อช่วยเจรจาเรื่องที่นางคำไฝนำไม้และหนามไปวางขวางทางขนถ่านของโจทก์ร่วม พบนางคำไฝอยู่บ้านคนเดียว นางคำไฝรับว่านำไม้ไปขวางทางจริง จึงเกิดโต้เถียงกัน นางคำไฝร้องเอะอะโวยวายว่าโจทก์ร่วมจะฆ่าโจทก์ร่วมจึงบอกว่านางคำไฝเป็นรุ่นลูกหลานอย่าพูดจารุนแรงและได้ใช้มือตบที่แขนนางคำไฝเบา ๆ นางคำไฝร้องเรียกให้คนช่วยนายน้อย ภูบุญทอง น้องของนางคำไฝขึ้นมาบนบ้านทุบขวดน้ำปลาเป็นปากฉลามแล้วพูดว่าถ้าโจทก์ร่วมจะฆ่านางคำไฝ จะใช้ขวดแทงโจทก์ร่วม โจทก์ร่วมบอกว่าไม่ได้มาทำร้ายนางคำไฝ เพียงแต่มาพูดจาสั่งสอน

พร้อมทั้งเลิกชายเสื้อขึ้นให้นายน้อยดูว่าไม่มีอาวุธมาด้วย นายน้อยจึงโยนขวดทิ้ง จากนั้นโจทก์ร่วมจึงชวนนายพั่วลงจากบ้านแล้วเดินนำนายพั่วไปจนถึงรั้วบ้าน นายลำไพ อัตราบุตรของนายพั่วเข้ามาดึงชายเสื้อด้านหลังของโจทก์ร่วม โจทก์ร่วมจึงหยุด นายสมพงษ์ อัตรา น้องของนายลำไพมาชกที่ลำคอด้านซ้ายของโจทก์ร่วม 1 ที ในขณะที่นายลำไพกอดรัดโจทก์ร่วมอยู่โจทก์ร่วมดิ้นรนจนออกไปนอกถนนได้ยินเสียงคนถามชื่อโจทก์ร่วมโจทก์ร่วมหันไปดู เห็นจำเลยซึ่งเป็นน้องของนางคำไฝถืออาวุธปืนแก๊ปยาวจ้องปลายกระบอกปืนมาที่โจทก์ร่วมห่างกันประมาณ 1 ฟุตแล้วจำเลยพูดว่ามึงตาย โจทก์ร่วมจึงผลักตัวถอยหลัง ขณะเดียวกันนายลำไพปล่อยโจทก์ร่วมและผลักโจทก์ร่วมออกไป

จำเลยจึงใช้อาวุธปืนยิงโจทก์ร่วม 1 นัด ถูกที่หน้าอกและแขนของโจทก์ร่วม จากนั้นนายสมพงษ์ นายลำไพและนายน้อยเข้ามาช่วยจับโจทก์ร่วมไว้เพื่อให้จำเลยใช้ด้ามปืนตี แต่นางหนูจันทร์ ลีประเสริฐ บุตรของโจทก์ร่วมเข้ามาห้ามไว้ทัน แล้วนำโจทก์ร่วมไปส่งโรงพยาบาลจังหวัดกาฬสินธุ์ก่อนเกิดเหตุโจทก์ร่วมไม่ได้ดื่มสุรา แต่ปรากฏจากคำเบิกความของนางคำไฝหรือตื๋อ ทรัพย์เสริม พยานโจทก์ว่า โจทก์ร่วมขึ้นมาต่อว่านางคำไฝบนบ้านเรื่องเอาไม้ไปขวางทาง นางคำไฝบอกว่าเป็นที่ดินของนางคำไฝ ไม่ใช่ทางขนถ่าน โจทก์ร่วมเข้ามาจับแขนและตบหน้านางคำไฝ 3 ที นางคำไฝล้มลงจึงหยิบมีดมาถือไว้ โจทก์ร่วมท้าให้นางคำไฝแทง นางคำไฝไม่แทง โจทก์ร่วมได้ชักอาวุธปืนออกมาจากเอวนางคำไฝจึงร้องให้คนช่วยและวิ่งหนีลงจากบ้าน

โจทก์ร่วมวิ่งตามมาเมื่อนางคำไฝวิ่งมาถึงถนน ได้ยินเสียงจำเลยพูดว่า มาทำอะไรนางคำไฝ โจทก์ร่วมพูดว่า ทำอะไรก็อย่ามายุ่งกับโจทก์ร่วม นางคำไฝได้ยินเสียงปืน 1 นัด จึงหันมาดูเห็นจำเลยถืออาวุธปืนแก๊ปยาวอยู่ห่างโจทก์ร่วมประมาณ 6-7 เมตร จึงทราบว่าจำเลยยิงโจทก์ร่วมขณะโจทก์ร่วมถูกยิงไม่มีผู้ใดจับโจทก์ร่วมไว้ ซึ่งแตกต่างกับคำเบิกความของโจทก์ร่วม ยิ่งกว่านี้หลังจากเกิดเหตุแล้วนางคำไฝยังได้ไปแจ้งความต่อพนักงานสอบสวนในคืนเกิดเหตุนั้นเองว่าโจทก์ร่วมบุกรุกเข้าไปทำร้ายร่างกายนางคำไฝบนบ้าน ปรากฏตามคำเบิกความของร้อยตำรวจตรีปริญญา สุทธิสินธุ์ พนักงานสอบสวนพยานโจทก์ ซึ่งโจทก์ร่วมถูกดำเนินคดีในข้อหาบุกรุกและทำร้ายร่างกายนางคำไฝด้วย

ทั้งร้อยตำรวจตรีปริญญายังเบิกความต่อไปว่า จากการสอบพยานที่อยู่ในเหตุการณ์ได้ความว่าโจทก์ร่วมนำอาวุธปืนไปด้วยและจากการสอบสวนจำเลยบอกว่ายิงโจทก์ร่วม เนื่องจากโจทก์ร่วมจะยิงจำเลยก่อน ซึ่งตรงกับคำเบิกความของจำเลย และร้อยตำรวจตรีปริญญายังเบิกความต่อไปอีกว่า ตอนไปสอบคำให้การโจทก์ร่วมที่โรงพยาบาลในวันเกิดเหตุ โจทก์ร่วมยังมีอาการเมาสุรา ข้อเท็จจริงจึงเชื่อได้ว่าโจทก์ร่วมเมาสุราและพกอาวุธปืนบุกรุกเข้าไปตบหน้านางคำไฝบนบ้านเนื่องจากโกรธนางคำไฝที่นำไม้ขวางทางขนถ่านของโจทก์ร่วม แล้วชักอาวุธปืนจะยิงจำเลยซึ่งเข้ามาขัดขวางมิให้โจทก์ร่วมทำร้ายร่างกายนางคำไฝอีก จำเลยจึงใช้อาวุธปืนยิงโจทก์ร่วมเพื่อป้องกันตัว การกระทำของจำเลยถือได้ว่าเป็นการป้องกันพอสมควรแก่เหตุ..."

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เสียง ตรีวิมล · บุญศรี กอบบุญ · สมศักดิ์ วิธุรัติ
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 189/2567

จำเลยทั้งสองเป็นเจ้าของร้านที่เกิดเหตุย่อมมีความชอบธรรมที่จะไล่กลุ่มผู้เสียหายซึ่งเป็นชายฉกรรจ์และมีพฤติกรรมสุ่มเสี่ยงต่อการวิวาทกันให้ออกไปจากที่เกิดเหตุได้ เมื่อจำเลยที่ 1 ถือปืนบีบีกันเดินมาหน้าร้า…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6936/2562

แม้ก่อนเกิดเหตุผู้ตายทำร้ายจำเลยฝ่ายเดียว ด้วยการชกต่อยและบีบคอจำเลย อันถือว่าภยันตรายซึ่งเกิดจากการประทุษร้ายอันละเมิดต่อกฎหมายได้เกิดขึ้นแล้วก็ตาม แต่หลังจากเด็กชาย ช. วิ่งออกจากบ้านเข้ามาดึงแยกจำเล…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1597/2562

การกระทำซึ่งจะเป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมายตาม ป.อ. มาตรา 68 ต้องเป็นการกระทำโดยเจตนา จำเลยเอาอาวุธปืนออกมาขู่ผู้ตายและทำปืนลั่นโดยประมาทถูกผู้ตายถึงแก่ความตายไม่ใช่การกระทำโดยเจตนา การกระทำของจำเลยจ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8063/2560

การที่จำเลยมาหาผู้ตายที่บ้าน พ. เชื่อว่าเพื่อมาพูดคุยเรื่องที่ผู้ตายโพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กตำหนิจำเลย มิใช่เป็นเรื่องที่จำเลยอ้างว่า เหตุที่มาหาผู้ตายที่บ้าน พ. เพราะถูกผู้ตายถีบรถจักรยานยนต์ของจำเลย เพ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5486/2560

จำเลยเห็นผู้ตายขณะมีเพศสัมพันธ์กับภริยาจำเลย จึงเข้าไปชกต่อยต่อสู้กับผู้ตาย เมื่อจำเลยเพลี่ยงพล้ำ ภริยาจำเลยและผู้ตายรีบสวมใส่กางเกง แล้วภริยาจำเลยไปติดเครื่องรถจักรยานยนต์และเรียกผู้ตายขึ้นรถ ผู้ตายก…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้