Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1176/2505

พ.ศ. 2505 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การที่โจทก์กล่าวในฟ้องว่าตนมีสิทธิได้รับมรดกของผู้ตายนั้น ย่อมหมายความว่าสิทธิของโจทก์ก็คือสิทธิที่จะรับมรดกของผู้ตายให้ตกทอดมายังตนตั้งแต่เจ้ามรดกตาย ดังนั้น แม้โจทก์จะขอเพียงให้ทำลายพินัยกรรม หาได้ขอให้ศาลพิพากษาให้เอาทรัพย์ที่จำเลยโต้แย้งคืนมาเป็นของโจทก์ไม่ก็ตาม แต่โจทก์ก็บรรยายฟ้องแล้วว่า ก่อนตายเจ้ามรดกมีทรัพย์สินเป็นมรดกหลายอย่าง ทุกข์ของโจทก์ที่ตั้งข้อพิพาทก็คือ กล่าวอ้างว่าที่ดิน 2 แปลงตามโฉนดเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์ โดยตกทอดมาจากผู้ตาย แต่จำเลยเอาไปเสีย โดยอ้างว่าผู้ตายทำพินัยกรรมยกให้ อย่างนี้แสดงว่าโจทก์ได้กล่าวอ้างให้ปรากฏแล้วว่าได้มีข้อโต้แย้งเกิดขึ้นเกี่ยวกับกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินโจทก์เสนอคดีต่อศาลได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 55ทุกข์ของโจทก์ที่กล่าวมาก็คือ การที่ไม่ได้ที่ดิน 2 แปลงนั้นจึงเป็นคำขอให้ปลดเปลื้องทุกข์อันคำนวณเป็นราคาเงินได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 150 ประกอบตาราง 1(1) ต้องคิดค่าขึ้นศาลตามราคาทรัพย์สินที่พิพาท การที่โจทก์ไม่ได้ขอเรียกกรรมสิทธิ์ที่ดิน 2 แปลงนั้นเป็นความผิดของโจทก์เอง จะเสียค่าขึ้นศาลอย่างคดีไม่มีทุนทรัพย์หาได้ไม่ (อ้างคำสั่งที่ 1559/2492)ส่วนจะพิพากษาให้เกินคำขอได้หรือไม่เป็นอีกเรื่องหนึ่งต่างหาก (ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 25/2505)

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นน้องนายซอ นายซอตาย มีทรัพย์หลายอย่างเช่น ที่ดินตำบลแพงพวย จังหวัดราชบุรี โฉนดที่ 4356, 4597 โจทก์มีสิทธิรับมรดก จำเลยทำหนังสือขึ้นเพื่อให้เป็นพินัยกรรมแบบเอกสารฝ่ายเมือง แต่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย แล้วเอาไปอ้างรับมรดกของนายซอ เจ้าพนักงานที่ดินจึงใส่ชื่อจำเลยในโฉนดดังกล่าว และจำเลยยังนำหนังสือนี้มาอ้างในคดีแพ่งดำที่ 326/2500 ของศาลจังหวัดราชบุรีอีก ขอให้พิพากษาว่าพินัยกรรมนี้เป็นโมฆะจำเลยให้การปฏิเสธ ต่อสู้ว่าพินัยกรรมชอบศาลชั้นต้นเห็นว่าไม่จำต้องดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไป และเห็นว่าเพียงแต่จำเลยมีหนังสือพินัยกรรมยังไม่มีข้อโต้แย้ง ยังไม่พอรับข้ออ้างและคำขอเป็นคดีได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 55 จึงให้ยกฟ้องโจทก์อุทธรณ์

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกาศาลฎีกาปรึกษาในที่ประชุมใหญ่เห็นว่า โจทก์อ้างในฟ้องว่ามีสิทธิได้รับทรัพย์มรดกของนายซอ ซึ่งหมายความว่าสิทธิของโจทก์ก็คือสิทธิที่จะรับมรดกของนายซอให้ตกทอดมายังโจทก์ตั้งแต่นายซอตาย การที่จำเลยอ้างพินัยกรรมมาโต้แย้งสิทธิของโจทก์ ก็คือโต้แย้งสิทธิที่โจทก์เป็นเจ้าของทรัพย์มรดกของนายซอที่ตกทอดมายังโจทก์นั่นเอง แต่โจทก์หาได้มีคำขอในฟ้องขอให้ศาลพิพากษาให้ทรัพย์ที่จำเลยมาโต้แย้งเอาไปเป็นของจำเลยกลับคืนมาเป็นของโจทก์ไม่ฟ้องโจทก์ก็บรรยายว่าก่อนตายนายซอมีทรัพย์สินเป็นมรดกหลายอย่างแต่ที่ดินโฉนดที่ 4356, 4597 ที่โจทก์อ้างถึงก็เป็นแต่ทรัพย์บางอย่างของนายซอเท่านั้น ทุกข์ของโจทก์ที่โจทก์ตั้งข้อพิพาทมาในคดีนี้ก็คือ

กล่าวอ้างว่าที่ดินตามโฉนด 2 แปลงนั้น เป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์โดยตกทอดมาจากนายซอ แต่จำเลยเอาที่ดิน2 แปลงนั้นไปเสียโดยจำเลยอ้างว่านายซอ ทำพินัยกรรมยกให้ แสดงว่าโจทก์ได้กล่าวอ้างให้ปรากฏแล้วว่าได้มีข้อโต้แย้งเกิดขึ้นเกี่ยวกับกรรมสิทธิ์ในทรัพย์ของโจทก์ โจทก์ย่อมเสนอคดีของโจทก์ต่อศาลได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 55 แม้โจทก์จะมิได้มีคำขอให้ศาลพิพากษาให้จำเลยคืนที่ดิน 2 แปลงตามโฉนดนั้นให้โจทก์ก็ดี ศาลก็จำต้องรับคดีของโจทก์ไว้พิจารณาแต่อย่างไรก็ดี ศาลฎีกาโดยที่ประชุมใหญ่มีความเห็นต่อไปว่าทุกข์ของโจทก์ที่โจทก์กล่าวอ้างมาในคดีนี้ ก็คือ การที่ไม่ได้ที่ดิน 2 แปลงนั้น จึงเป็นคำขอให้ปลดเปลื้องทุกข์อันอาจคำนวณเป็นราคาเงินได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 150 ประกอบด้วยตาราง 1(1)

ท้ายประมวลกฎหมายนั้น ศาลต้องคิดค่าขึ้นศาลตามราคาทรัพย์สินที่พิพาท แม้โจทก์จะมิได้ฟ้องเรียกกรรมสิทธิ์ที่ดิน 2 แปลงนี้ก็ตาม ก็เป็นความผิดของโจทก์เอง ส่วนจะเป็นกรณีที่จะพิพากษาให้เกินคำขอได้หรือไม่นั้น เป็นอีกเรื่องหนึ่งต่างหาก จากการคิดค่าขึ้นศาลตามมาตรา 150 โจทก์จะมีคำขอให้ศาลวินิจฉัยแต่เฉพาะข้อโต้แย้งสิทธิอันเป็นแต่เพียงเหตุที่จะนำไปสู่การปลดเปลื้องทุกข์ของโจทก์โดยเสียค่าขึ้นศาลอย่างคดีไม่มีทุนทรัพย์นั้นหาได้ไม่ ดังศาลฎีกาได้วินิจฉัยไว้แล้วในคำสั่งในคดีดำที่ 1559/2492 คดีระหว่างร้อยเอกมนตรีวงษ์ บุนนาค กับพวกโจทก์ หลวงชล พาหนะรักษ์ กับพวก จำเลยศาลฎีกาจึง

ผลคำพิพากษา

พิพากษาให้ยกคำสั่งศาลชั้นต้นและคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ที่ให้ยกฟ้องโจทก์นั้นเสีย ให้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้โจทก์นำค่าขึ้นศาลมาเสียตามราคาทรัพย์ที่พิพาทตามโฉนด 2 แปลงนั้นตามวิธีพิจารณาความ ภายในเวลาที่ศาลชั้นต้นเห็นสมควรกำหนด แล้วดำเนินการพิจารณาต่อไปตามกระบวนความ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ประมูล สุวรรณศร · ยง เหลืองรังษี · เสนอ บุณยเกียรติ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 589/2540

ประกาศคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ ฉบับที่ 44 มีผลใช้บังคับเมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2534 ซึ่งขณะนั้นคดีนี้ยังอยู่ในระหว่างการดำเนินการพิจารณาคดีของศาลชั้นต้น ดังนั้นการฟ้องคดีนี้ของโจทก์ผู้ถูกเวนคืนยั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 11043/2553

จำเลยทั้งสองฟ้องแย้งขอให้โจทก์ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อความค่าเสียหายที่เกิดแก่รถบรรทุกของจำเลยที่ 2 จากการกระทำละเมิดของโจทก์เท่านั้น จำเลยที่ 1 มิได้ฟ้องเรียกค่าสินไหมทดแทนความเสียหายในส่วนของจำเลยที…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4005/2552

โจทก์มีสิทธิขอบังคับตามตั๋วสัญญาใช้เงินโดยไม่จำต้องบังคับจำนำเอากับหุ้นก่อน แต่โจทก์ต้องตั้งรูปบรรยายฟ้องและคิดคำนวณยอดหนี้ตามตั๋วสัญญาใช้เงินอย่างเดียวโดยไม่กล่าวถึงการบังคับจำนำเอากับหุ้นที่จำเลยจำน…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5818/2549

ตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 290 พ.ร.บ.สภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบลฯ มาตรา 23 และ พ.ร.บ.องค์การบริหารส่วนจังหวัดฯ มาตรา 45 แสดงให้เห็นว่า ทั้งโจทก์ที่ 1 และที่ 2 มีหน้าที่ในการคุ้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1047/2546

เมื่อศาลชั้นต้นเห็นสมควรที่จะหยิบยกประเด็นข้อพิพาทข้อหนึ่งข้อใดขึ้นวินิจฉัยก่อน ศาลชั้นต้นก็มีอำนาจกระทำเช่นนั้นได้ และได้วินิจฉัยประเด็นข้อใดแล้วมีผลให้คดีเสร็จไปแล้วก็ไม่จำต้องวินิจฉัยประเด็นข้ออื่น…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้