Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1184/2531

พ.ศ. 2531 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การที่ผู้ซึ่งมิได้จดทะเบียนและรับใบอนุญาตเป็นทนายความตามพระราชบัญญัติทนายความ พ.ศ. 2528 และมิได้เป็นบุคคลซึ่งอยู่ในข้อยกเว้นตามบทกฎหมายดังกล่าว เรียงหรือแต่งฟ้องฎีกาให้จำเลย นั้น เป็นการฝ่าฝืนกฎหมาย ฎีกาของจำเลยจึงเป็นฎีกาซึ่งเกิดจาก การกระทำอันไม่ชอบ ศาลฎีกาไม่อาจรับพิจารณาให้

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.วิ.พ. มาตรา 18 ป.วิ.พ. มาตรา 60 ป.วิ.อ. มาตรา 15 ป.วิ.อ. มาตรา 158 ป.วิ.อ. มาตรา 216 พ.ร.บ.ทนายความ พ.ศ.2528 มาตรา 33 พ.ร.บ.ทนายความ พ.ศ.2528 มาตรา 83 พ.ร.บ.ทนายความ พ.ศ.2528 มาตรา 82

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ให้จำคุกจำเลยที่ 2 ตามพระราชบัญญัติเป็นทนายความ ว่าความในศาล หรือแต่งฟ้อง คำให้การ ฟ้องอุทธรณ์แก้ขาดพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ จำเลยสิบสำนวนอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีนี้จำเลยที่ 2 ตั้งทนายแก้ต่างไว้แล้ว แต่ในชั้นฎีกาจำเลยที่ 2 ทำฎีกาคัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์เอง โดยจำเลยที่ 2 ลงลายมือชื่อเป็นผู้ฎีกา และมีนักโทษในเรือนจำจังหวัดเลยเช่นเดียวกับจำเลยที่ 2 อีก 2 คน ลงลายมือชื่อเป็นผู้เรียงและผู้เขียน โดย น.ช.สมพงษ์ ถิ่นแสนดี ลงลายมือชื่อเป็นผู้เรียง น.ช.อาภาชัย ปัญญาภิญโญ ลงลายมือชื่อเป็นผู้เขียนหรือพิมพ์ ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้วเห็นว่า ตามพระราชบัญญัติทนายความ พ.ศ.2528 มาตรา 33 บัญญัติว่า

"ห้ามมิให้ผู้ซึ่งไม่ได้จดทะเบียนและรับใบอนุญาต หรือผู้ซึ่งขาดจากการเป็นทนายความหรือต้องห้ามทำการเป็นทนายความ ว่าความในศาล หรือแต่งฟ้อง คำให้การ ฟ้องอุทธรณ์แก้อุทธรณ์ ฟ้องฎีกา แก้ฎีกา คำร้อง หรือคำแถลงอันเกี่ยวแก่การพิจารณาคดีให้ศาลให้แก่บุคคลอื่น ทั้งนี้เว้นแต่จะได้กระทำในฐานเป็นข้าราชการผู้ปฏิบัติการตามหน้าที่ หรือเป็นเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานของรัฐ องค์การของรัฐหรือรัฐวิสาหกิจ ผู้ปฏิบัติการตามหน้าที่ หรือมีอำนาจหน้าที่กระทำได้โดยบทบัญญัติแห่งกฎหมายว่าด้วยวิธีพิจารณาความหรือกฎหมายอื่น" ซึ่งการฝ่าฝืนมาตรา 33 นี้ มีโทษทางอาญาตามมาตรา 82 แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าว น.ช.สมพงษ์ถิ่นแสนดี มิได้เป็นผู้ซึ่งได้จดทะเบียนและรับใบอนุญาตเป็นทนายความ และไม่ปรากฏว่าเป็นบุคคลซึ่งอยู่ในข้อยกเว้นตามมาตรา33 การที่ น.ช.สมพงษ์ ถิ่นแสนดี เรียงหรือแต่งฟ้องฎีกาให้จำเลยที่ 2 จึงเป็นการฝ่าฝืนกฎหมาย ฎีกาของจำเลยที่ 2 จึงเป็นฎีกาซึ่งเกิดจากการกระทำอันไม่ชอบ ศาลฎีกาไม่อาจรับพิจารณาให้"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายกฎีกาจำเลยที่ 2

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เสรี แสงศิลป์ · เฉลิม การปลื้มจิตต์ · สุทิน นนทแก้ว
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3650/2541

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 198 วรรคสองบัญญัติให้เป็นหน้าที่ศาลชั้นต้นตรวจอุทธรณ์ว่าควรจะรับส่งขึ้นไปยังศาลอุทธรณ์หรือไม่ ถ้าเห็นว่าไม่ควรรับให้จดเหตุผลไว้ในคำสั่งของศาลนั้นโดยชัดเจน และมาตร…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3614/2540

จำเลยยื่นฎีกาเมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2539 ภายในกำหนด1 เดือน นับแต่วันอ่าน ตาม ป.วิ.อ.มาตรา 216 พร้อมทั้งยื่นคำร้องขอให้ผู้พิพากษาศาลชั้นต้นที่ได้พิจารณาและพิพากษาคดีนี้อนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ก…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1922/2537

จำเลยยื่นฎีกาโดยลงชื่อเป็นผู้ฎีกา แต่มี ส. ซึ่งเป็นนักโทษลงลายมือชื่อเป็นผู้เรียง ปรากฎว่า ส.มิได้เป็นผู้ซึ่งได้จดทะเบียนและรับใบอนุญาตเป็นทนายความ กับทั้งไม่ปรากฎว่าเป็นบุคคลซึ่งอยู่ในข้อยกเว้นตามมาต…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2530 (เลขอ้างอิง 60964)

ความว่า จำเลยมีความประสงค์ขอคัดสำเนาคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คำให้การพยานโจทก์ทุกปากในคดีนี้เพื่อนำไปอ้างอิงฎีกาคัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ โดยมอบฉันทะให้นักโทษชายสุรศักดิ์ แสวงสิทธิ์ เป็นผู้คัดให้ ขอศาลได้โ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 518/2567

การยื่นฎีกาในคดีอาญาตาม ป.วิ.อ. มาตรา 216 วรรคสอง และมาตรา 223 บัญญัติให้ยื่นต่อศาลชั้นต้น และให้เป็นหน้าที่ของศาลชั้นต้นตรวจฎีกาว่าควรจะรับส่งขึ้นไปยังศาลฎีกาหรือไม่ เมื่อผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้