คำฟ้องและคำให้การ
เรื่อง ปิดกั้นลำคอลสาธารณะอันเป็นทางหลวง ได้ความว่าคลองหรือทางน้ำรายพิพาทได้ขุดขึ้นในที่ดินของฝ่ายจำเลยตั้งแต่ครั้งเป็นของปู่จำเลย ชั้นแรกก็เพื่อใช้ในในการลำเลียงฟืนที่นายแหยมซื้อและคัดไปจากในที่ดินของฝ่ายจำเลยหาใช่เจ้าของที่ดินอุทิศโดยตรงหรือโดยปริยายอย่างใดอย่างหนึ่ง ให้ทางน้ำที่ขุดขึ้นนี้เป็นทางสาธารณะประการใดไม่ และมีผู้คนใช้เรือเข้าออกในทางน้ำนี้มานาน แล้วจำเลยปิดกั้นเสีย ศาลชั้นต้นฟังว่าทางน้ำรายพิพาทเป็นทางหลวงสาธารณะประโยชน์ สำหรับสาธารณะชนใช้สัญจรไปมา ลงโทษตามกฎหมายลักษณะอาญา ม.๓๓๖(๑) ปรับ ๑๒ บาท ศาลอุทธรณ์ฟังว่าคลองหรือลำรางนี้ไม่ใช่ทางหลวงหรือทางสาธารณะ พิพากษากลับให้ยกฟ้อง
ศาลฎีกาวินิจฉัย
ศาลฎีกาเห็นว่า เมื่อข้อเท็จจริงได้ความดังกล่าวข้างต้น แม้การที่มีผู้คนใช้เรือเข้าออกในทางน้ำนี้มานาน ก็หาทำให้ทางน้ำหรือคลองราย พิพาทกลับกลายเป็นทางหลวงหรือทางสาธารณะเสมอไปไม่ อ้างฎีกาที่ ๑๒๓/๒๔๘๓ และที่ ๑๘๓/๒๔๙๔
ผลคำพิพากษา
พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์(นนทประชา-นนทปัญญา-ดุลยการณ์โกวิท)นายเฉลิม สถิตย์ทอง - หลวงมนูเทศน์วิมลภัย -