Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1188/2480

พ.ศ. 2480 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ลูกหนี้ทำหนังสือขึ้นฉะบับหนึ่งมีใจความว่าขอยกทรัพย์สินทั้งสิ้นที่มีอยู่หรือจะมีขึ้นในภายน่าให้เจ้าหนี้ โดยขอให้เจ้าหนี้ยกหนี้ให้แก่ตนดังนี้ หังสือฉะบับนี้ไม่ใช่พินัยกรรมเป็นหนังสือยกทรัพย์ให้เพื่อปลดหนี้ ประมววิธีพิจารณาความแพ่ง ม. 179 การเรียกชื่อเอกสารที่ส่งศาลผิดไป เช่นเรียกว่าหนังสือพินัยกรรมเป็นว่าหนังสือยกทรัพย์ให้หรือเรียกหนังสือยกทรัพย์ให้เป็นพินัยกรรมนั้น ขอแก้คำเรียกเช่นนั้นได้เสมอ

คำฟ้องและคำให้การ

เดิมโจทก์ฟ้องจำเลยเรียกเงินซึ่งสามีจำเลยกู้ไปจากโจทก์ ศาลพิพากษาให้จำเลยใช้เงินแล้ว โจทก์จึงนำขึดที่ดินบ้านเรือนตำบลปทุมวัน ผู้ร้องจึงยื่นคำร้องขัดทรัพย์ ทาพิจารณาได้ความว่าเดิมสามีจำเลยกู้เงินไปจากพระคลังข้างที่ ๔๐,๐๐๐ บาท ในปีเดียวกันนั้นเองสามีจำเลยได้ทำหนังสือลงวันที่ ๕ ธันวาคม ๒๔๕๘ มีความว่ายกที่ดิน ๓ โฉนดที่นา ๒ โฉนดกับทรัพย์สิ่งของที่มีอยู่หรือที่จะหาได้ต่อไปถวายรัชกาลที่ ๖ และขอยกเลิกเงินกู้ ๔๐๐๐๐ บาท รัชกาล ที่ ๖ มีพระบรมราชโองการให้เป็นไปตามความประสงค์ของสามีจำเลยแล้ว ในปี พ.ศ. ๒๔๖๑ สามีจำเลยได้รับพระราชทานที่รายพิพาท แต่ยังมิได้ทำการโอนโฉนดและได้ทรงพระกรุณา ฯ ให้พระคลังข้างที่จัดการปลูกสร้างบ้านเรือนให้สามีจำเลยแทนเงิน ๘๐๐๐๐ บาท ที่ขอพระราชทาน

รัชกาลที่ ๖ สวรรคตในปี พ.ศ. ๒๔๖๘ และในปี พ.ศ. ๒๔๖๙ สามีจำเลยได้ทำพินัยกรรมยกทรัพย์ให้จำเลย ครั้น ปี พ.ศ. ๒๔๗๐ สามีจำเลยขอโอนโฉนดที่รายพิพาทต่อหอทะเบียนที่ดิน ๆ สอบถามพระคลังข้างที่ รัชกาลที่ ๗ มีลายพระราชหัตถ์ว่าสามีจำเลยได้ทำหนังสือมอบทรัพย์ให้รัชกาลที่ ๖ ทั้งสิ้นแล้ว ที่ดินรายนี้เป็นทรัพย์หาได้ใหม่ซึ่งนับว่ามอบให้พระคลังข้างที่แล้ว จึงไม่อนุญาตเป็นเพียงให้อาศัยอยู่ตลอดชีวิต ใน พ.ศ. ๒๔๗๑ สามีจำเลยทำฎีกาขอพระราชทานเงิน ๘๐๐๐๐ บาท ค่าปลูกสร้างบ้านเรือนในที่รายพิพาทแต่รัชกาลที่ ๗ มีพระบรมราชวินิจฉัยว่าที่ขอนั้นผิดจากความตกลงที่ทำไว้กับรัชกาลที่ ๖ ให้ยกฎีกาเสีย สามีจำเลยถึงแก่กรรมในปี พ.ศ. ๒๔๗๗ ต่อมาที่ปรึกษากฎหมายของพระคลังข้างที่มีจดหมายแจ้งให้จำเลยส่งมองทรัพย์รายนี้อ้างว่าสามีจำเลยได้ถวายที่รายนี้ให้รัชกาลที่ ๖ แล้วจำเลยตอบว่ารอให้เผาสามีจำเลยเสียก่อน แต่แล้วในปี พ.ศ. ๒๔๗๘ เจ้าพนักงานของพระคลังข้างที่ ๓ นายได้ไปตรวจรับมอบทรัพย์รายพิพาทจากจำเลย ต่อมจากนั้นโจทก์จึงนำยึดที่ดินบ้านเรือนรายนี้ผู้ร้องจึงคัดค้าน

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ถอนการยึดที่ดินและสิ่งปลูกสร้างรายพิพาทแต่ให้ผู้ร้องใช้ค่าแห่งที่ดินที่เพิ่มขึ้นเพราะสามีจำเลยปลูกสร้างให้จำเลยซึ่งโจทก์ก็มีสิทธิเอาชำระหนี้ได้ ศาลอุทธรณ์แก้ให้ยกคำบังคับที่ให้ผู้ร้องใช้ค่าแห่งที่ดินที่เพิ่มขึ้นนั้นเสีย นอกนั้นพิพากษายืน โจทก์จำเลยฎีกา ศาลฎีกาตัดสินว่า การที่ผู้ร้องได้ยื่นคำร้องกล่าวว่าเอกสารลงวันที่ ๕ ธันวาคม ๒๔๕๘ เป็นหนังสือพินัยกรรม์และต่อมาได้แถลงว่า ความจริงไม่ใช่พินัยกรรมอันถูกต้องด้วยกฎหมาย ผู้ร้องถือว่าเป็นหนังสือมอบทรัพย์ โจทก์ ค้านว่าการขอแก้ของผู้ร้องเป็นการผิดวิธีพิจารณานั้น เห็นว่าตัวหนังสือที่ว่าเป็นพินัยกรรม์หรือเป็นหนังสือมอบทรัพย์นั้นมีอยู่แล้ว ไม่มีปัญหาอย่างไรและเห็นต่อไปว่า เอกสารฉะบับนี้ไม่ใช่หนังสือพินัยกรรม์เป็นหนังสือมอบทรัพย์เพื่อปลดหนี้เท่านั้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

อนึ่งเมื่อได้วินิจฉัยเอกสารทั้งหมดประกอบกันแล้ว เห็นว่าสามีจำเลยได้ยอมมองทรัพย์รายพิพาทถวายพระเจ้าอยู่หัวแล้ว พระบรมราชวินิจฉัยของรัชกาลที่ ๗ ลองฉบับนั้น เป็นพระบรมราชวินิจฉัยโดยเด็ดขาด ตัดสิทธิจำเลยที่จะเรียกค่าเพิ่มที่ดินนั้นด้วย จดหมายของจำเลยเองที่มีตอบที่ปรึกษากฎหมายของพระคลังข้างที่ก็ดี ฎีกาของสามีจำเลยที่ยื่นถวายรัชกาลที่ ๗ ก็ดี แสดงชัดเจนว่าจำเลยและสามีทราบแล้วว่าทรัพย์สินทั้งสิ้นของสามีตกแก่พระคลังข้างที่แล้วส่วนฎีกาของโจทก์ที่ศาลล่างใช้ดุลยพินิจถูกต้องแล้ว โดยพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เทฟโนต์ · นิติศาสตร์ · วิเศษ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้