Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1190/2502

พ.ศ. 2502 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยเป็นลูกจ้างมีหน้าที่เป็นคนครัวซักเสื้อผ้าและอื่น ๆ ภายในบ้าน ถ้ามีเวลาว่างจึงช่วยดูแลเด็ก จำเลยได้นำเด็กอายุ 10 เดือน ซึ่งเป็นลูกของนายจ้างไปฝากผู้มีชื่อไว้โดยจำเลยอ้างว่าเป็นบุตรของจำเลยเอง เช่นนี้ การกระทำของจำเลยเป็นการพรากเด็กไปเสียจากผู้ปกครองตาม มาตรา 317 ส่วน มาตรา 306, 307 เป็นเรื่องทอดทิ้งเด็กไว้ ไม่ใช่การพาไปหรือพรากไป

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยลักทรัพย์ของนายเชากวงนายจ้าง และจำเลยพาเด็กชายเตียงเคียว อายุ ๑๐ เดือน พรากไปเสียจากนายเขากวงผู้บิดา จำเลยเคยต้องโทษมาแล้ว ขอให้ลงโทษและเพิ่มโทษ จำเลยรับสารภาพฐานลักทรัพย์และรับในข้อเคยต้องโทษ ส่วนข้อพาเด็กไปจากบิดามารดา จำเลยรับว่าพาไปจริง แต่เพราะเป็นพี่เลี้ยงเด็ก ๆ ร้องตาม จึงขาดเจตนา ไม่เป็นความผิด

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นว่า จำเลยผิดฐานลักทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๕ (๑) จำคุก ๑ ปี ๖ เดือน กับฐานพรากเด็กไปจากบิดามารดาตาม มาตรา ๓๑๗ จำคุก ๔ ปี ๖ เดือน รวมเป็นจำคุก ๖ ปี เพิ่มโทษ ๑ ใน ๓ ตามมาตรา ๙๒ เป็น ๘ ปี ลดรับกึ่งตาม มาตรา ๗๘ คงจำคุก ๔ ปี กับให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกาเป็นปัญหาข้อกฎหมายว่า ในเรื่องพาเด็กไปจากบิดามารดานั้น ควรลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๐๖, ๓๐๗ และการเพิ่มโทษจำเลยก็เพิ่มไม่ได้ เพราะ พ.ร.บ. ล้างมลทินฯ ไม่ถือว่าจำเลยเคยต้องโทษ ศาลฎีกาพิจารณาแล้ว ข้อเท็จจริงได้ความว่า จำเลยเป็นลูกจ้างนายเชากวงเพียงวันเดียวก็เกิดเหตุ มีหน้าที่เป็นคนครัวซักเสื้อผ้าและอื่น ๆ ภายในบ้าน ถ้ามีเวลาว่างจึงช่วยดูแลเด็ก ข้อที่จำเลยต่อสู้ว่า เด็กร้องตาม จึงฟังไม่ได้ จำเลยองก็ยังเบิกความรับว่า ได้นำเด็กไปฝากผู้มีชื่ออ้างว่าเป็นบุตรของจำเลยเอง ดังนี้

ศาลฎีกาเห็นว่า การกระทำของจำเลยเป็นการพรากเด็กไปเสียจากผู้ปกครองตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๑๗ ส่วน มาตรา ๓๐๖, ๓๐๗ เป็นเรื่องทอดทิ้งเด็กไว้ ไม่ใช่การพาไปหรือพรากไป ปัญหาเรื่องเพิ่มโทษได้ความว่า เพิ่งพ้นโทษฐานลักทรัพย์ครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ ๒๗ กันยายน ๒๕๐๐ ภายหลังวันใช้ พ.ร.บ. ล้างมลทินฯ แล้ว จำเลยจึงไม่ได้รับผลจากการล้างมลทินแต่ประการใด ศาลฎีกาพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุทธิวาทนฤพุฒิ · สัญญา ธรรมศักดิ์ · พิบูลย์ไอศวรรย์
ศาลล่าง
ศาลอาญา - นายสอาด สุจริตพงษ์
ศาลอุทธรณ์ - นายเจน เวชศิลป์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2055/2568

ความผิดฐานพรากเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปีไปเสียจากบิดามารดา ผู้ปกครอง หรือผู้ดูแล เพื่อการอนาจาร ตาม ป.อ. มาตรา 317 วรรคหนึ่งและวรรคสามนั้น การพรากตามพจนานุกรมหมายถึง การทำให้จากไป การพาไปเสียจาก การทำ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2429/2567

บิดามารดาเป็นผู้ใช้อำนาจปกครองบุตร ซึ่งอำนาจปกครองเป็นอำนาจที่ผูกติดกับสถานะความเป็นบิดามารดาในความสัมพันธ์ส่วนตัวระหว่างบิดามารดาและบุตร การที่บุคคลอื่นกระทำการอันเป็นการฝ่าฝืนอำนาจปกครองของบิดามารดา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2996/2566

แม้ได้ความจาก ส. เบิกความตอบทนายจำเลยถามค้านว่า เมื่อจำเลยมาชวนผู้เสียหายที่ 1 ไปดูโทรทัศน์ ผู้เสียหายที่ 1 ถามพยานว่าให้ผู้เสียหายที่ 1 ไปหรือไม่ ตอนแรกพยานไม่ยอมให้ไป เมื่อผู้เสียหายที่ 1 รบเร้าพยาน…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4798/2565

โจทก์ฟ้องจำเลยตาม ป.อ. มาตรา 317 วรรคสาม ซึ่งต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 5 ปี ถึง 20 ปี เมื่อจำเลยให้การรับสารภาพ โจทก์จึงมีหน้าที่ต้องนำพยานหลักฐานมาสืบประกอบคำรับสารภาพเพื่อพิสูจน์ว่าจำเลยได้กระทำความผ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3431/2563

แม้ก่อนเกิดเหตุโจทก์ร่วมที่ 1 นั่งเล่นโทรศัพท์เคลื่อนที่อยู่ในโรงเรียนหน้าห้องทำงานของจำเลย โดยจำเลยมิได้นัดแนะหรือพาโจทก์ร่วมที่ 1 มา ก็ถือว่าขณะนั้นโจทก์ร่วมที่ 1 อยู่ในความปกครองดูแลของโจทก์ร่วมที่…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้