Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1190/2518

พ.ศ. 2518 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

เดิมเจ้าของที่ดินตกลงให้ ท.เช่าที่ดินเพื่อปรับปรุงก่อสร้างอาคารพาณิชย์โดยให้กรรมสิทธิ์ในสิ่งก่อสร้างตกเป็นของเจ้าของที่ดินนับแต่วันสร้างเสร็จ และให้ ท.มีสิทธิเก็บผลประโยชน์ได้เป็นเวลา 12 ปีนับแต่วันครบกำหนดก่อสร้าง ต่อมา ท. ได้โอนสิทธิตามสัญญาเช่าให้โจทก์ตามที่มีข้อตกลงอนุญาตไว้ เจ้าของที่ดินได้แจ้งให้จำเลยออกไปจากที่ดิน จำเลยไม่ยอมขนย้ายออกไปทำให้โจทก์เข้าก่อสร้างในที่ดินที่เช่าไม่ได้ โจทก์จึงฟ้องขับไล่และเรียกค่าเสียหายจากจำเลยโดยเรียกเจ้าของที่ดินเข้ามาเป็นโจทก์ร่วม พร้อมกับยื่นคำฟ้อง ดังนี้เมื่อปรากฏว่าจำเลยเข้าอยู่ในที่เช่าโดยไม่ได้รับอนุญาตจากโจทก์ร่วม อันเป็นการละเมิดต่อโจทก์ร่วม โจทก์และโจทก์ร่วมจึงมีอำนาจฟ้องขับไล่จำเลยซึ่งอยู่ในที่เช่าโดยละเมิดได้ โดยไม่จำต้องบอกกล่าวให้จำเลยออกไปจากที่เช่าก่อน และแม้โจทก์จะไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยโดยลำพัง โจทก์ก็ชอบที่จะขอให้ศาลเรียกโจทก์ร่วมเข้ามาในคดีเพื่อศาลจะได้วินิจฉัยชี้ขาดข้อพิพาทระหว่างผู้เป็นคู่กรณีทั้งหลายรวมไปเป็นคดีเดียวกันตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 477 และ 549 ทำให้อำนาจฟ้องของโจทก์บริบูรณ์ขึ้นได้ (อ้างคำพิพากษาฎีกาที่1053/2509)ในกรณีดังกล่าวเมื่อจำเลยทำละเมิด ย่อมต้องมีความเสียหายเกิดขึ้นเพราะผลแห่งการละเมิด และศาลจะบังคับให้จำเลยใช้ค่าสินไหมทดแทนสถานใดเพียงใดนั้น ย่อมแล้วแต่พฤติการณ์และความร้ายแรงแห่งละเมิด และค่าสินไหมทดแทนนั้นรวมทั้งค่าเสียหายอันจะพึงบังคับให้ใช้เพื่อความเสียหายอย่างใดๆ ที่จำเลยได้ก่อขึ้นนั้นด้วย ฉะนั้นการที่จำเลยไม่ยอมออกจากที่เช่า เป็นเหตุให้โจทก์ไม่สามารถปลูกตึกแถวในที่เช่าให้เช่าหาประโยชน์ตามสัญญาที่ผูกพันกันระหว่างโจทก์กับโจทก์ร่วม ซึ่งจำเลยได้รับการบอกกล่าวให้ทราบแล้ว จึงต้องถือว่าเป็นความเสียหายอันเนื่องจากจากการทำละเมิดของจำเลย เมื่อโจทก์ฟ้องเรียกค่าเสียหายจากจำเลยโดยเรียกโจทก์ร่วมเข้ามาในคดี จำเลยจึงต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนให้โจทก์

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ได้ตกลงให้เทศบาลนครกรุงเทพเช่าที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง โดยให้เทศบาลนครกรุงเทพก่อสร้างอาคาร 4 ชั้นให้แล้วเสร็จภายใน 9 ปี แล้วยกกรรมสิทธิ์สิ่งปลูกสร้างให้แก่สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ และสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ยอมให้เทศบาลนครกรุงเทพเช่าอาคารที่ปลูกสร้างขึ้นมีกำหนด 12 ปี โดยมีข้อตกลงให้ผู้เช่าดำเนินการไล่รื้อ บุคคลและทรัพย์สินออกไปจากที่ดินและอาคารเพื่อทำการก่อสร้างโดยผู้ให้เช่าจะร่วมมือด้วยและมีข้อตกลงกันด้วยว่าผู้เช่าจะโอนสิทธิหรือหน้าที่ใด ๆ ให้บุคคลภายนอกจัดการแทนก็ได้ เทศบาลนครกรุงเทพได้โอนสิทธิและหน้าที่ตามสัญญาให้โจทก์ โจทก์ได้ประกาศให้ผู้เช่า

ผู้อาศัย ขนย้ายรื้อถอนออกไปจากที่เช่า จำเลยเป็นผู้เช่าอาคารจากสำนักงานทรัพย์สินได้ทราบประกาศแล้ว ได้บุกรุกเข้าไปปลูกสร้างสิ่งปลูกสร้างในที่เช่าที่โจทก์ได้รับมอบมา โจทก์บอกกล่าว จำเลยไม่ยอมรื้อเป็นเหตุให้โจทก์ไม่สามารถก่อสร้างอาคาร 4 ชั้น 8 คูหาในที่ดินที่จำเลยบุกรุกได้ ซึ่งเมื่อสร้างเสร็จโจทก์จะได้ค่าเช่าอย่างน้อยคูหาละ 5,000 บาทต่อเดือน ขอให้ศาลบังคับให้จำเลยรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างและขับไล่จำเลยและบริวารออกไปจากที่ดิน และใช้ค่าเสียหายเดือนละ 40,000 บาทนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะรื้อถอนเสร็จพร้อมกับยื่นคำฟ้อง โจทก์ขอให้เรียกสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์เข้าเป็นโจทก์ร่วม สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ยินยอมและยื่นคำร้องขอให้ศาลบังคับขับไล่จำเลยและบริวารออกจากที่เช่าโดยเหตุผลเช่นเดียวกับฟ้องของโจทก์จำเลยให้การต่อสู้หลายประการรวมทั้งต่อสู้ว่า ที่ดินพิพาทนายแพทย์สมภพเช่าจากสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ และโอนสิทธิการเช่าให้จำเลยแล้วจำเลยเข้าครอบครองก่อนโจทก์ไม่เคยเข้าครอบครอง

โจทก์จึงไม่มีสิทธิฟ้องขับไล่จำเลยไม่ได้ทำละเมิด ค่าเสียหายไม่เป็นความจริงและสูงเกินส่วนศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาให้จำเลยรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างและขับไล่จำเลยและบริวารออกไปจากที่ดินตามฟ้อง ให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์เดือนละ 1,000 บาทนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะรื้อถอนขนย้ายเสร็จจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกาศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า โจทก์รับโอนสิทธิตามสัญญาเช่าจากเทศบาลนครกรุงเทพ สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ได้มอบการครอบครองที่เช่าให้เทศบาลนครกรุงเทพ และแจ้งให้ผู้เช่าอยู่อาศัยในที่ดินตามสัญญาออกไปจากที่ดินผู้เช่าอยู่อาศัยในที่เช่าส่วนมากได้รื้อย้ายออกไปแล้ว เว้นแต่จำเลยกับพวกสัญญาเช่าที่ดินระหว่างสำนักงานทรัพย์สินฯ กับนายแพทย์สมภพระงับไปแล้ว

จำเลยไม่อาจอ้างว่าได้รับโอนสิทธิการเช่าจากนายแพทย์สมภพหรืออยู่ในฐานะบริวาร แล้ววินิจฉัยว่า ต้องถือว่าจำเลยเข้าอยู่ในที่เช่าโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของที่ดินอันเป็นการละเมิดต่อเจ้าของที่ดิน โจทก์และโจทก์ร่วมเจ้าของที่ดินจึงมีอำนาจฟ้องขับไล่จำเลยซึ่งอยู่ในที่เช่าโดยละเมิดได้ โดยไม่จำต้องบอกกล่าวให้จำเลยออกไปจากที่เช่าก่อน แม้โจทก์จะไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยโดยลำพัง โจทก์ก็ชอบที่จะขอให้ศาลเรียกโจทก์ร่วมเข้ามาในคดีเพื่อศาลจะได้วินิจฉัยชี้ขาดข้อพิพาทระหว่างผู้เป็นคู่กรณีทั้งหลายรวมไปเป็นคดีเดียวกัน ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 477, 549 ทำให้อำนาจฟ้องของโจทก์บริบูรณ์ขึ้นได้ตามตัวอย่างคำพิพากษาฎีกาที่ 1053/2509 เมื่อคดีฟังได้ว่าจำเลยทำละเมิดก็ย่อมต้องมีความเสียหายเกิดขึ้นเพราะผลแห่งการละเมิด

ศาลจะบังคับให้จำเลยใช้ค่าสินไหมทดแทนสถานใดเพียงใดนั้น ย่อมแล้วแต่พฤติการณ์และความร้ายแรงแห่งละเมิด และค่าสินไหมทดแทนนั้นรวมทั้งค่าเสียหายอันจะพึงบังคับให้ใช้เพื่อความเสียหายอย่างใด ๆ ที่จำเลยได้ก่อขึ้นนั้นด้วย เมื่อโจทก์และโจทก์ร่วมนำสืบฟังได้ว่าการที่จำเลยไม่ยอมออกจากที่เช่า เป็นเหตุให้โจทก์ไม่สามารถปลูกตึกแถวสี่ชั้น แปดคูหาให้เช่าหาประโยชน์ตามสัญญาที่ผูกพันกันระหว่างโจทก์และโจทก์ร่วมซึ่งจำเลยได้รับการบอกกล่าวให้ทราบแล้วก็ต้องถือว่าเป็นความเสียหายอันเนื่องมาจากการทำละเมิดของจำเลยแล้ว เมื่อโจทก์ฟ้องโดยเรียกโจทก์ร่วมเข้ามาในคดี จำเลยจึงต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนให้โจทก์ที่ศาลล่างทั้งสองกำหนดให้จำเลยใช้ค่าเสียหายให้โจทก์เดือนละ 1,000 บาทจึงชอบด้วยเหตุผลแล้ว ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้นพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สงวน สิทธิไชย · อุดม จาละ · ปรีชา สุมาวงศ์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้