Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1192/2498

พ.ศ. 2498 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ในคดีความผิดฐานพยายามชิงทรัพย์ แม้โจทก์มิได้กล่าวว่าพยายามชิงทรัพย์อะไรบ้าง แต่ในฟ้องก็พอเข้าใจว่าจำเลยขู่เข็ญให้บอกที่เก็บทรัพย์ที่อยู่ในกุฏิเพียงเท่านี้ยังไม่เป็นฟ้องเคลือบคลุม

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 299 กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 60 ป.วิ.อ. มาตรา 158

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องและร้องเพิ่มเติมฟ้องว่าจำเลยกระทำผิด ก.ม. หลายบทหลายกะทงคือ ก. เมื่อวันที่ ๑๗ ม.ค. ๙๖ เวลากลางคืน จำเลยที่ ๑ บังอาจใช้ให้จำเลย ที่ ๑,๒ กระทำการชิงทรัพย์ของพระอธิการขึ้น โดยจำเลยที่ ๓ ได้มอบปืนพกให้แก่จำเลยที่ ๑,๒ คนละหนึ่งกะบอกอันเป็นอุปการะแก่การชิงทรัพย์ จำเลยที่ ๑,๓ ได้ไปทำการชิงทรัพย์ตามที่จำเลยที่ ๓ ใช้ ข. ตามวันเวลาดังกล่าวในข้อ ก. จำเลยทั้งสามบังอาจสมคบกันมีอาวุธปืนพกชนิดเบรานิงค์ขนาด ๗.๖๕ ม.ม ๑ กระบอก พร้อมด้วยกระสุน ฯลฯ ค.ตามวันเวลาดังกล่าวในข้อ ก.จำเลยที่ ๑,๒ มีอาวุธปืนคนละ ๑ กะบอกสมคบกันชิงทรัพย์ของพระอธิการชื่นและใช้มือรัดคอ แต่มีเหตุอันพ้นวิสัยมาขัดขวางเสีย จำเลยจึงชิงเอาทรัพย์ไปไม่สำเร็จ แล้วจำเลยที่ ๑ บังอาจใช้ปืนพระอธิการชื่นและพระภิกษะแสดงโดยเจตนาฆ่า แต่กระสุนไม่ถูกและจำเลยใช้ปืนยิง

ส.ต.ต.ชุบกับพวก แต่กระสุนไม่ถูก ขอให้ลงโทษ จำเลยที่ ๑ ต่อสู้ว่าไปหาจำเลยที่ ๓ ได้ถูกพระอธิการกับพวกกลุ้มรุมทำร้าย จำเลยจึงยิงขู่ไปหนึ่งนัด ไม่เจตนาฆ่า พอดีมีตำรวจมากลุ้มรุมทำร้ายจำเลยอีก จำเลยจึงยิงขู่ไปโดยไม่ให้ถูกใคร แต่กระสุนขัดลำกล้องเสียเพราะปืนเสียอยู่แล้ว ปืนเบรานิงค์กับกระสุนที่จับได้ จำเลยรับฝากจากผู้มีชื่อเพื่อนำไปแก้สิ่งที่ชำรุด จำเลยที่ ๒ ปฏิเสธว่าจำเลยพกอาวุธปืนคอลท์ออโตเมติคพร้อมด้วยกระสุนไปอาศัยนอนกับจำเลยที่ ๓ ไปกับจำเลยที่ ๑ ไม่พบจำเลยที่ ๓ จึงพากันเดินเล่นผ่านกุฏิพระอธิการชื่น ๆ กับพวกเข้าใจว่าเป็นคนร้าย จึงพร้อมด้วยพระและฆารวาสกลุ้มรุมทำร้ายจำเลย ส่วนข้อหาว่าจำเลยมีมืออาวุธปืนโดยมิได้รับอนุญาตนั้นเป็นความจริง

จำเลยที่ ๓ ต่อสู้ว่าจำเลยมีอาวุธปืนคอลท์โอโตเมติคพร้อมด้วยกระสุนไว้โดยมิได้รับอนุญาตจริง ปืนและกระสุนนั้นจำเลยให้จำเลยที่ ๒ ยืมไปใช้ก่อนเกิดเหตุ ๔-๕ วัน ส่วนข้อหาอื่นๆ ปฏิเสธ ศาลชั้นต้นเชื่อว่าจำเลยที่ ๑,๒ ทำผิดฐานพยายามชิงทรัพย์ จำเลยที่ ๑ ทำผิดฐานพยายามฆ่าพระภิกษุแสวงและพยายามฆ่าเจ้าพนักงานซึ่งกระทำการตามหน้าที่ และจำเลยที่ ๑,๒,๓ ทำผิดฐานมีอาวุธปืนและกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ส่วนข้อหาจำเลยที่ ๓ ฐานใช้ให้จำเลยที่ ๑,๒ ไปทำการชิงทรัพย์นั้นคงมีแต่คำขัดของจำเลยที่ ๑,๒ ชั้นสอบสวนเท่านั้นไม่พอฟังลงโทษจำเลยที่ ๓ ได้ พิพากษาว่าจำเลยทั้งสามมีความผิดตาม พ.ร.บ.อาวุธปืน ฯ พ.ศ. ๒๔๙๐ ม.๗๒ กะทงหนึ่งให้ปรับ ๕๐๐ บาท

ลดโทษที่จำเลยรับสารภาพให้คนละกึ่งตาม ก.ม.อาญา ม. ๕๙ คงปรับจำเลยทั้งสามคนละ ๒๕๐ บาท ฯลฯ และจำเลยที่ ๑,๒ มีความผิดตาม ก.ม.อาญา ม. ๒๙๙,๖๐ อีกกะทงหนึ่งให้จำคุกจำเลยที่ ๒ ในกะทงนี้ ๓ ปี เฉพาะจำเลยที่ ๑ มีความผิดตาม ก.ม.อาญา ม. ๒๔๙,๒๕๐,๖๐ และ ๑๑๙,๑๒๐ อีก ๒ กะทง แต่ให้รวมกะทงลงโทษเพราะความผิดฐานพยายามฆ่าเจ้าพนักงานตาม ม.๒๕๐,๖๐ เป็นกะทงหนักมากอยู่แล้วจึงให้จำคุกจำเลยที่ ๑มีกำหนด ๑๖ ปี ส่วนข้อหานอกจากนี้ให้ยก จำเลยที่ ๑,๒ อุทธรณ์

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ ๑ ฎีกาต่อมา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่าคดีคงมีข้อวินิจฉัยเฉพาะจำเลยที่ ๑ เท่านั้น คดีเฉพาะตัวจำเลยที่ ๒,๓ เป็นอันยุติ ที่จำเลยที่ ๑ คัดค้านว่าข้อหาฐานพยายามชิงทรัพย์เป็นฟ้องเคลือบคลุมโดยไม่ปรากฎว่าพยายามชิงทรัพย์อะไรนั้น เห็นว่าแม้ในฟ้องจะไม่กล่าวว่าเป็นทรัพย์อะไรก็พอเข้าใจว่า จำเลยขู่เข็ญให้บอกที่เก็่บทรัพย์ที่อยู่ในกุฏินั้นจึงหาเป็นฟ้องเคลือบคลุมไม่ ส่วนข้อเท็จจริงนั้นฟังได้ว่าจำเลยที่ ๑ กระทำผิดตามฟ้อง

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ดุลย์การณ์ · นนทปัญญา · นนทประชา
ศาลล่าง
ศาลอาญา - หลวงอรรถวุฒิวรจาจก์
ศาลอุทธรณ์ - นายพจน์ ปุยปาคม
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1460/2499

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยกับพวกอีกคนหนึ่งที่ยังจับตัวไม่ได้สมคบกันชิงทรัพย์ ขอให้ลงโทษตาม ม.298, 299 ดังนี้ก็เป็นฟ้องที่ชอบด้วยวิธีพิจารณาแล้ว ไม่จะต้องอ้างบทมาตรา 63 เพราะได้อ้างมาตราที่บัญญัติว่าเป็นความผิด…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1029/2495

จำเลยเป็นตำรวจประจำการได้สมคบกับพวกแกล้งกล่าวหาว่าเขาทำผิดกฎหมาย แล้วนำตัวเขาไปเพื่อจะดำเนินคดี ระหว่างทางเขายอมให้เงิน 60 บาทแก่พวกจำเลยตามคำเรียกร้องของจำเลยกับพวก แล้วจำเลยก็ปล่อยเขากลับบ้านได้ ดัง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1331/2493

โจทก์ฟ้องกล่าวว่า จำเลย(คนเดียว)กับพวกที่ยังหลบหนีจับตัวยังไม่ได้ สมคบกันปล้นทรัพย์ผู้มีชื่อไป ขอให้ลงโทษฐานปล้นทรัพย์ ดังนี้ รู้ไม่ได้ว่าพวกของจำเลยที่โจทก์กล่าวจะมีจำนวนคนเดียวหรือหลายคน ถือว่า โจทก…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 172/2491

โจทก์บรรยายฟ้องมีข้อเท็จจริงว่า จำเลยมีปืนชักปืนออกขู่เข็ญจะทำร้ายบังคับให้เขาส่งเงิน 500,000 บาทแก่จำเลยถ้าข้อเท็จจริงไม่ปรากฏเป็นอย่างอื่นย่อมถือได้ว่าจำเลยได้ลงมือกระทำการชิงทรัพย์แล้วตามกฎหมาย จึง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 31/2487

โจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยตัดรั้วเข้าไปโดยเจตนาลักทรัพย์แต่ลักทรัพย์ไม่สำเร็จ แม้ไม่ระบุว่าจะลักทรัพย์อะไรก็ไม่เป็นฟ้องเคลือบคลุม

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้