Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 11987/2554

พ.ศ. 2554 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การที่โจทก์ตกลงที่จะจ่ายค่าจ้างให้พนักงานขับรถตลอดเวลาที่ยังทำงานให้โดยโจทก์มุ่งที่จะใช้การงานของพนักงานขับรถมากกว่าคำนึงถึงผลสำเร็จแห่งงานที่ทำ พนักงานขับรถต้องทำงานภายใต้การควบคุมบังคับบัญชาของโจทก์ โดยใช้ความรู้ความสามารถของตนเพื่อรักษาผลประโยชน์ให้กับโจทก์ และโจทก์มีอำนาจให้คุณให้โทษ เช่น ว่ากล่าวตักเตือน พักงาน เลิกจ้าง เป็นต้น สัญญาจ้างระหว่างโจทก์กับพนักงานขับรถจึงมีลักษณะเป็นสัญญาจ้างแรงงาน และอยู่ในความหมายของคำว่า ลูกจ้าง นายจ้าง และค่าจ้างตาม พ.ร.บ.ประกันสังคม พ.ศ.2533 มาตรา 5

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้ศาลเพิกถอนคำสั่งคำวินิจฉัยที่ อย 0025/13 ลงวันที่ 5 มกราคม 2548 และคำวินิจฉัยของคณะกรรมการอุทธรณ์ที่ 1005/2548 ลงวันที่ 5 กรกฎาคม 2548 และให้มีคำสั่งให้สัญญาให้บริการขับรถยนต์ของโจทก์เป็นสัญญาว่าจ้างทำของ

จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงว่า โจทก์ทำสัญญาจ้างพนักงานขับรถให้ขับรถยนต์ของผู้บริหารชาวญี่ปุ่น แต่ไม่ได้แจ้งขึ้นทะเบียนเป็นผู้ประกันตนในส่วนของพนักงานขับรถผู้บริหารชาวญี่ปุ่น จำนวน 6 คน โดยโจทก์อ้างว่ามิได้มีนิติสัมพันธ์ในการเป็นลูกจ้างกับนายจ้าง เมื่อพิเคราะห์หนังสือสัญญาจ้างแล้วเห็นว่ามีการกำหนดคุณสมบัติของพนักงานขับรถ มีกฎ ระเบียบ ข้อบังคับที่ให้พนักงานขับรถต้องปฏิบัติตาม ผู้ใช้บริการมีอำนาจออกคำสั่งในการทำงานได้ เวลาให้บริการขับรถคือวันจันทร์ถึงวันเสาร์ เวลา 8 ถึง 17 นาฬิกา หากผู้ให้บริการนัดหมายเวลาล่วงหน้าแล้วแต่ไม่มาทำงาน ถือว่าผู้ให้บริการขาดงาน และจะถูกหักค่าจ้าง

ดังนั้น การที่ผู้ให้บริการต้องปฏิบัติตามคำสั่งของผู้ใช้บริการ หากหยุดงานหรือมีธุระจำเป็นต้องแจ้งให้ผู้ใช้บริการทราบ เห็นได้ว่า ผู้ให้บริการต้องทำงานตามคำสั่งและอยู่ภายใต้การควบคุมบังคับบัญชาของนายจ้าง ไม่สามารถทำงานโดยอิสระปราศจากการควบคุมบังคับบัญชา นิติสัมพันธ์ระหว่างผู้ให้บริการและผู้ใช้บริการ จึงถือว่าเป็นการจ้างแรงงาน โจทก์อยู่ในฐานะนายจ้างของพนักงานขับรถ คำวินิจฉัยของจำเลยชอบแล้ว พิพากษายกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า นิติสัมพันธ์ระหว่างโจทก์กับพนักงานขับรถอยู่ในฐานะนายจ้างกับลูกจ้างตามมาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ.2533 หรือไม่ เห็นว่า ตามหนังสือสัญญาจ้างพนักงานขับรถ ซึ่งโจทก์เป็นผู้ทำขึ้นก็ระบุชื่อสัญญาว่าเป็นหนังสือสัญญาจ้างแรงงาน มีการกำหนดคุณสมบัติของพนักงานขับรถว่า ต้องมีความรู้เกี่ยวกับเครื่องยนต์ ดูแลสภาพรถยนต์ให้ใช้งานได้ดี มีความซื่อสัตย์ ขยันหมั่นเพียรในการทำงาน ต้องตรงต่อเวลา มีกิริยามารยาทสุภาพและแต่งกายให้สะอาดเรียบร้อย รวมทั้งยังมีกฎข้อบังคับที่พนักงานขับรถต้องปฏิบัติตาม คือมาทำงานวันจันทร์ถึงวันเสาร์ ตั้งแต่เวลา 8 ถึง 17 นาฬิกา หากไม่สามารถทำงานได้ต้องแจ้งให้โจทก์ทราบทุกครั้ง

ก่อนถึงเวลานัดให้มาทำงาน 1 ชั่วโมง โจทก์จ่ายค่าจ้างให้เดือนละ 5,000 บาท หากทำงานเกินเวลาก็จะได้รับค่าล่วงเวลา ในการปฏิบัติงานจะมีตารางควบคุมพนักงานขับรถและบันทึกการปฏิบัติงานในแต่ละวัน หากประพฤติตัวไม่เหมาะสมก็สามารถแจ้งเลิกสัญญาได้ ซึ่งตามพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. 2533 มาตรา 5 กำหนดคำนิยามว่า ลูกจ้างหมายความว่า ผู้ซึ่งทำงานให้นายจ้างโดยได้รับค่าจ้าง ไม่ว่าจะเรียกชื่ออย่างไร แต่ไม่รวมถึงลูกจ้างซึ่งทำงานเกี่ยวกับงานบ้านอันมิได้มีการประกอบธุรกิจรวมอยู่ด้วย นายจ้างหมายความว่า ผู้ซึ่งรับลูกจ้างเข้าทำงานโดยจ่ายค่าจ้าง และให้หมายความรวมถึงผู้ซึ่งได้รับมอบหมายให้ทำงานแทนนายจ้าง และค่าจ้างหมายความว่า

เงินทุกประเภทที่นายจ้างจ่ายให้แก่ลูกจ้างเป็นค่าตอบแทนการทำงานในวันและเวลาทำงานปกติ ไม่ว่าจะคำนวณตามระยะเวลาหรือคำนวณตามผลงานที่ลูกจ้างทำได้และให้หมายความรวมถึงเงินที่นายจ้างจ่ายให้ในวันหยุดและวันลาซึ่งลูกจ้างไม่ได้ทำงานด้วย และไม่ว่าจะเรียกชื่ออย่างไร และประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 575 บัญญัติว่า "อันว่าสัญญาจ้างแรงงานนั้น คือสัญญาซึ่งบุคคลคนหนึ่งเรียกว่า ลูกจ้าง ตกลงจะทำงานให้แก่บุคคลอีกคนหนึ่ง เรียกว่า นายจ้าง และนายจ้างตกลงจะให้สินจ้างตลอดเวลาที่ทำงานให้" ดังนั้น การที่โจทก์ตกลงที่จะจ่ายค่าจ้างให้พนักงานขับรถตลอดเวลาที่ยังทำงานให้โดยโจทก์มุ่งที่จะใช้การงานของพนักงานขับรถมากกว่าคำนึงถึงผลสำเร็จแห่งงานที่ทำ

พนักงานขับรถต้องทำงานภายใต้การควบคุมบังคับบัญชาของโจทก์ โดยใช้ความรู้ความสามารถของตนเพื่อรักษาผลประโยชน์ให้กับโจทก์ และโจทก์มีอำนาจให้คุณให้โทษ เช่น ว่ากล่าว ตักเตือน พักงาน เลิกจ้าง เป็นต้น สัญญาจ้างระหว่างโจทก์กับพนักงานขับรถจึงมีลักษณะเป็นสัญญาจ้างแรงงาน และอยู่ในความหมายของคำว่า ลูกจ้าง นายจ้างและค่าจ้างตามพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. 2533

ที่โจทก์อุทธรณ์ว่าในสัญญาจ้าง ข้อ 9 ระบุว่ากรณีที่ผู้ให้บริการทำงานฝ่าฝืนกฎจราจรและมีการเสียค่าปรับ ผู้ให้บริการจะต้องรับผิดชอบเองยกเว้นผู้ใช้บริการบอกให้กระทำ ผู้ใช้บริการจะเป็นผู้รับผิดชอบเอง แสดงว่า พนักงานขับรถมีอิสระปราศจากการควบคุมบังคับบัญชานั้น ก็เป็นการกำหนดขึ้นเพื่อผลักภาระให้แก่พนักงานขับรถจะได้ใช้ความระมัดระวังการทำผิดกฎจราจรเท่านั้น มิใช่เป็นการแสดงว่าโจทก์มิได้มีอำนาจบังคับบัญชาแต่อย่างใด คำสั่งของจำเลยจึงชอบด้วยกฎหมาย ที่ศาลแรงงานกลางพิพากษายกฟ้องโจทก์นั้น ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา อุทธรณ์ของโจทก์ฟังไม่ขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ประเสริฐ โอนพรัตน์วิบูล · ดิเรก อิงคนินันท์ · วิรุฬห์ แสงเทียน
ศาลล่าง
ศาลแรงงานกลาง - นายเอกรินทร์ หนุนภักดี
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
ร.785/2549
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
พ9185/2548
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
พ1337/2549
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกแรงงาน
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6699/2549

การที่จะพิจารณาความสัมพันธ์ของบุคคลว่าเป็นนายจ้างและลูกจ้างกันตาม พ.ร.บ.ประกันสังคม พ.ศ.2533 มาตรา 5 ต้องปรากฏข้อเท็จจริงด้วยว่าบุคคลที่เป็นลูกจ้างอยู่ในอำนาจบังคับบัญชาโดยต้องปฏิบัติตามคำสั่ง ระเบียบ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4198/2546

การที่จะถือว่าผู้ประกอบกิจการอยู่ในฐานะนายจ้างของลูกจ้างของผู้รับเหมาค่าแรงตามพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. 2533 มาตรา 35 และมีหน้าที่ต้องยื่นแบบรายการตามมาตรา 34 และจ่ายเงินสมทบสำหรับลูกจ้างของผู้รับ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3680/2567

บ. เป็นลูกจ้างของจำเลยที่ 1 ตำแหน่งช่างเจียระไน โดยมีข้อเสนอนอกเหนือจากงานในตำแหน่งช่างเจียระไน ว่า จำเลยที่ 1 เสนอให้ บ. รับผลิตงานเพิ่มเติม ตามสัญญาการทำงาน ข้อ 2 แต่การรับผลิตงานเพิ่มเติมดังกล่าวจะ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1875/2566

แม้คดีก่อนมีประเด็นที่จะต้องวินิจฉัยว่าจำเลยฟ้องเพิกถอนคำสั่งเลิกจ้าง และเรียกสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า ค่าชดเชย และค่าเสียหายจากการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมจากโจทก์ได้ดังฟ้องของจำเลยเพียงใดหรือไม่ แ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1307/2566

แม้โจทก์จะบรรยายฟ้องว่า โจทก์มีฐานะเป็นรัฐวิสาหกิจตาม พ.ร.บ.วิธีการงบประมาณ พ.ศ. 2502 แต่ พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 มาตรา 4 ให้คำนิยามความหมายของคำว่า "หน่วยงานของรัฐ" ว่า กระท…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้