Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1199/2498

พ.ศ. 2498 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ถ้าผู้ใดเคยได้รับโทษจำคุกตามคำพิพากษาให้จำคุกมาแล้วไม่น้อยกว่า 2 ครั้ง ตามความใน พระราชบัญญัติกักกันผู้มีสันดานเป็นผู้ร้าย พ.ศ.2479 มาตรา 8 นั้นหมายความว่าถ้าผู้ใดได้รับโทษจำคุกตามคำพิพากษามาแล้วตั้งแต่ 2 ครั้งหรือกว่า 2 ครั้งขึ้นไป ก็เรียกว่าไม่น้อยกว่า 2 ครั้งจำเลยได้รับโทษจำคุกตามคำพิพากษาฐานลักทรัพย์มาแล้ว 2 ครั้ง เมื่อมาต้องคำพิพากษาจำคุกฐานลักทรัพย์อันเป็นเหตุร้ายในคดีนี้ขึ้นอีก กรณีจึงเข้าเกณฑ์ความผิดตาม พระราชบัญญัติกักกันผู้มีสันดานเป็นผู้ร้าย พ.ศ.2479 มาตรา 8 ด้วย (ฎีกาที่ 714/2498)

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

พ.ร.บ.กักกันผู้มีสันดานเป็นผู้ร้าย พ.ศ.2479 มาตรา 8 กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 293 กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 73 ป.อ. มาตรา 293 ป.อ. มาตรา 73

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องและเพิ่มเติมฟ้องว่าจำเลยลักปากกาหมึกซึมไปจากกระเป๋าเสื้อของนายหก เหตุเกิดบนรถยนต์โดยสารประจำทางศรีนครก่อนคดีนี้จำเลยเคยได้รับโทษจำคุกฐานลักทรัพย์ตามคำพิพากษาของศาลมาแล้ว 2 ครั้ง อันมิใช่ความผิดฐานประมาทหรือลหุโทษจำเลยพ้นโทษครั้งสุดท้ายไปแล้วภายใน 3 ปี กลับมากระทำผิดในครั้งนี้อีก ไม่เข็ดหลาบ เพราะความผิดฐานลักทรัพย์ในครั้งนี้เป็นความผิดอาญาอันเป็นเหตุร้าย ขอให้ลงโทษและเพิ่มโทษตามกฎหมายอาญา มาตรา 293, 73 พระราชบัญญัติกักกันผู้มีสันดานเป็นผู้ร้าย พ.ศ. 2479 มาตรา 4, 8, 9จำเลยปฏิเสธ ส่วนข้อหาว่าเคยต้องโทษรับว่าเป็นความจริงศาลชั้นต้นเชื่อว่าจำเลยลักทรัพย์ไปจริงตามฟ้องพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามกฎหมายอาญา มาตรา 293(1) ให้จำคุก 3 ปีเพิ่มโทษตามกฎหมายอาญา มาตรา 73 กึ่งหนึ่งคงจำคุก 4 ปี 6 เดือนกับให้ลงโทษกักกันจำเลยตามพระราชบัญญัติกักกันผู้มีสันดานเป็นผู้ร้าย

พ.ศ. 2479 มาตรา 4, 8, 9 มีกำหนด 3 ปี และศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกาเป็นปัญหาข้อกฎหมายว่าโทษของจำเลยยังไม่ตกอยู่ในข่ายที่จะส่งไปกักกันตามพระราชบัญญัติกักกันผู้มีสันดานเป็นผู้ร้ายพ.ศ. 2479 มาตรา 8ศาลฎีกาเห็นว่าปัญหาข้อนี้ได้วินิจฉัยไว้แล้วในคำพิพากษาฎีกาที่ 714/2498 ระหว่างอัยการ โจทก์ นายพิน จำเลย ว่า ข้อความที่บัญญัติ ถ้าผู้ใดเคยรับโทษจำคุกตามคำพิพากษาให้จำคุกมาแล้วไม่น้อยกว่า 2 ครั้งนั้นหมายความว่าถ้าผู้ใดได้รับโทษจำคุกตามคำพิพากษามาแล้วตั้งแต่ 2 ครั้งหรือกว่า 2 ครั้งขึ้นไป ก็เรียกว่าไม่น้อยกว่า 2 ครั้ง จำเลยนี้เคยได้รับโทษจำคุกตามคำพิพากษาให้จำคุกฐานลักทรัพย์มาแล้ว 2 ครั้งและมาต้องคำพิพากษาให้จำคุกฐานลักทรัพย์อันเป็นเหตุร้ายในคดีนี้อีก กรณีจึงตกอยู่ในบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัติกักกันผู้มีสันดานเป็นผู้ร้าย พ.ศ. 2479 มาตรา 8 ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ชวน สิงหลกะ · เลขวณิชธรรมวิทักษ์ · ทรงนิติกรณ์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1247/2498

เมื่อโทษที่จะเพิ่มและจะลดมีกำหนด (กึ่งหนึ่ง ) เท่ากัน ศาลต้องให้หักกลบลบกันไม่ต้องเพิ่มไม่ต้องลด แม้ ม. 293 จะกำหนดโทษจำคุกอย่างสูงไว้ไม่เกิน 5 ปี แต่เมื่อมีการเพิ่มโทษ ผู้นั้นก็ยังต้องถูกเพิ่มโทษอีกโ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1351/2498

การกระทำผิดตาม ก.ม.อาญา ม. 293 นั้นไม่ว่าจะเป็นความผิดสำเร็จหรือเพียงแต่พยายามกระทำก็นับได้ว่าเป็น "เหตุร้าย " ตาม พ.ร.บ. กักกันผู้มีสันดานเป็นผู้ร้าย พ.ศ. 2479 ม.4 แล้วทั้งนั้น

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 249/2500

คนร้ายลักโคจูงมาระหว่างทางพบจำเลย จำเลยช่วยคนร้ายไล่ต้อนโคโดยรู้ว่าเป็นโคของผู้อื่นและเมื่อพวกเจ้าทรัพย์มาพบก็วิ่งหนีไปด้วยกัน ยังถือไม่ได้ว่าจำเลยได้สมคบหรือสมรู้กับคนร้ายในการลักทรัพย์

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 981/2498

โจทก์บรรยายฟ้องในข้อขอให้เพิ่มโทษฐานไม่เข็ดหลาบว่าจำเลยเคยต้องโทษมาแล้ว 2 ครั้งครั้งแรกจำคุก 4 ปีฐานฆ่าคนตายโดยไม่เจตนาตามคดีแดงที่ 541/2491 ครั้งที่2 จำคุก 6 เดือนฐานต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงาน พ้นโทษไป…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1654/2497

จำเลยเอาแหทอดปลาในหนองน้ำซึ่งเป็นสำเหมืองเอกชนสำหรับถ่ายน้ำสู่แม่น้ำ แม้จะมีผู้เอาเผือกมากั้นไว้ด้านหนึ่งก็ตาม จำเลยก็ย่อมไม่มีผิดฐานลักทรัพย์ เพราะปลาในเหมืองมาจากทุ่งนาและแม่น้ำทั่วไป หาใช่เจ้าของนำ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้