Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 12/2480

พ.ศ. 2480 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ปัญหาที่ว่าข้อความที่จำเลยนำไปแจ้งต่อกรมการอำเภอนั้นจำเลยรู้ว่าเปนความเท็จหรือไม่ เป็นปัญหาข้อเท็จจริง คดีอาญาที่ศาลเดิมและศาลอุทธรณ์พิพากษาต้องกันให้ยกฟ้องโจทก์เสียโดยอาศัยข้อเท็จจริงโจทก์ฎีกาได้แต่ปัญหากฎหมาย

คำฟ้องและคำให้การ

เดิมโจทย์ฟ้องจำเลยนี้หาว่าหมิ่นประมาทโดยที่จำเลยเที่ยวพูดต่อหน้าคนทั้งหลายว่าโจทก์จ้างผู้มีชื่อให้ฟันศีร์ษะสามีจำเลยซึ่งจำเลยรับสารภาพ และศาลได้ลงโทษจำเลยไปแล้ว บัดนี้โจทก์กลับมาฟ้องจำเลยนี้อีกหาว่าแจ้งความเท็จเพราะจำเลยได้ไปแจ้งความต่อกรมการอำเภออีกด้วยว่าโจทก์จ้างผู้มืชื่อให้ฟันศีร์ษะสามีจำเลย ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์เห็นว่าข้อความที่จำเลยนำไปแจ้งต่อกรมการอำเภอนั้นจำเลยมิได้รู้ว่าเปนเท็จ จำเลยทราบมาจากผู้อื่นและเชื่อว่าเปนความจริงจึงให้ยกฟ้องโจทก์

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกาอ้างว่าคำรับสารภาพในคดีที่จำเลยต้องหาว่าหมิ่นประมาทเปนหลักฐานยืนยันว่าจำเลยรู้ดีแล้วว่าข้อความที่ตนนำไปแจ้งต่อกรมการอำเภอนั้นเปนเท็จ ศาลฎีกาตัดสินว่าฎีกาของโจทก์ไม่ใช่ข้อกฎหมาย เพราะปัญหาที่ว่าจำเลยรู้ว่าข้อความที่ตนไปแจ้งต่อกรมการอำเภอเปนเท็จหรือไม่นั้นเป็นข้อเท็จจริง ส่วนคำรับสารภาพของจำเลยในเรื่องก่อนก็เปนเพียงหลักฐานพะยานของโจทก์ส่วนหนึ่งศาลจะฟังประการใดแล้วแต่พฤตติการณ์ จึงให้ยกฎีกาโจทก์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
มนธา · พลางกูร · อรรถกฤต ช.เพ็ญชาติ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้