Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1202/2491

พ.ศ. 2491 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ในกฎหมายลักษณะผัวเมีย ไม่มีบทกฎหมายใดบัญญัติว่า เมื่อชายไม่พอใจหญิงก็ทิ้งหญิงได้ โดยหญิงไม่ต้องยินยอม และขาดจาการเป็นสามีภรรยากันได้ การที่สามีไม่พอใจภรรยาแล้วเขียนหนังสือเก็บไว้ และไม่ไปมาหาสู่ภริยา ไม่ว่าจะเขียนหนังสือนั้น และเลิกติดต่อกับภริยาเมื่อใดก็ตาม ไม่ทำให้ขาดจากการเป็นสามีภริยากันได้ ในคดีแพ่ง ถ้าจำเลยประสงค์จะต่อสู้ในข้อใด จำเลยจะต้องกล่าวในคำให้การโดยชัดแจ้งพร้อมทั้งเหตุตาม ป.ม.วิ.แพ่ง ม. 177 วรรค 2 เมื่อศาลฟังว่าภริยามีสินเดิม ศาลก็พิพากษาให้ส่วนแบ่งในสินสมรสได้ ไม่มี ก.ม.จำกัดว่าแม้จะมีสินเดิม ก็ต้องอยู่ร่วมบ้านด้วย จึงจะได้ส่วนแบ่งในสินสมรส การแบ่งทรัพย์ระหว่างสามีภริยา จะต้องหักสินสมรสใช้สินเดิมก็ต่อเมื่อปรากฏว่าสินเดิมสูญไปแล้ว แม้โจทก์จะกล่าวในฟ้องว่า สินเดิมของจำเลยไม่ปรากฏ แต่โจทก์ก็ตั้งรูปฟ้องมาในทางหาว่าจำเลยมีส่วนแบ่งในสินสมรสด้วย ฉะนั้นในการที่ศาลจะคำนวนส่วนแบ่งใน+อันโจทก์ซึ่งเป็นภรรยา+ได้รับ ศาลก็จำต้องคำนวณโดยถือว่าจำเลยมีส่วนแบ่งในสินสมรสด้วย

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์กับนายบุญมา(หรือพิชัย วัธนสักขี) เป็นสามีภริยา โดยโจทก์มีสินเดิม ๆ นายบุญมาไม่ปรากฏ นางอ่อง นางกุหลาย จำเลยเป็นอนุภริยาของนายพิชัย นางอ่องจำเลยมีสินเดิม แต่สินเดิมนางกุหลาบไม่ปรากฏ นายพิชัยถึงแก่ความตายแล้ว มีโจทก์จำเลยเป็นทายาท จำเลยเป็นฝ่ายยึดถือพินัยกรรมและทรัพย์ไว้ไม่ยอมแบ่งปันให้โจทก์ จึงขอให้จำเลยส่งทรัพย์เหล่านี้มาแบ่งปันให้แก่โจทก์ในฐานะภริยาหลวง จำเลยที่ ๑ ต่อสู้ว่าโจทก์ได้หย่าขาดจากการเป็นสามีภริยากับนายพิชัยตั้งแต่ก่อนนายพิชัยตาย มา ๑๐ ปี แล้ว โจทก์ลักลอบได้กับนายพิชัย ไม่ได้อยู่ร่วมเรือนและไม่ได้ถูกยกย่องเชิดชูว่าเป็นภริยา นายพิชัยยกย่องนางอ่องจำเลยว่าเป็นภริยาหลวง จำเลยที่ ๒ ให้การว่า โจทก์ไม่ใช่ภริยาที่ชอบด้วยกฎหมายของนายพิชัย หากว่าจะถือว่าเป็นก็ได้ เลิกร้างหย่าขาดกันไปนานกว่า ๑๐ ปีแล้ว สินเดิมของโจทก์ไม่มี ศาลชั้นต้นฟังว่า ขณะนายพิชัยตาย นายพิชัยกับโจทก์ยังเป็นสามีภริยากันอยู่ พิพากษาให้แบ่งทรัพย์แก่โจทก์

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน นางอ่อง

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า (๑) ตาม ก.ม.ลักษณะผัวเมีย ชายหญิงที่เป็นสามีภริยาจะขาดจากการเป็นสามีภริยากันได้ ก็แต่โดยการตายจากกัน การหย่าขาดตามพิธีที่ ก.ม.กำหนดไว้ หรือมีพฤตติการณ์ต้องตามที่กฎหมายบัญญัติกำหนดไว้ แต่สำหรับกรณีหลังนี้ ต้องเป็นกรณีต้องตามที่บัญญัติไว้นั้น จึงจะขาดจากเป็นสามีภริยากัน หามีกฎหมายใดบัญญัติว่า เมื่อชายไม่พอใจหญิงก็ทิ้งหญิงได้ โดยหญิงไม่ต้องยินยอม และขาดจากการเป็นสามีภริยากันได้เสมอ ดังจำเลยอ้างไม่ การกระทำของนายพิชัย ที่เขียนหนังสือเก็บไว้ และไม่ไปมาหาสู่โจทก์ ไม่ว่าจะเขียนหนังสือนั้น และเลิกติดต่อกับโจทก์เมื่อใดก็ตาม ไม่ทำให้ขาดจาการเป็นสามีภริยากับโจทก์ (๒) นางอ่องจำเลยฎีกาว่า

พฤตติการณ์ที่โจทก์กับนายพิชัยต่างคน+ลักษณะเมียร้าง ซึ่งตามกฎหมายโจทก์ไม่มีสิทธิจะได้สมรสในทรัพย์ที่นายพิชัย+ระหว่างนั้น ศาลฎีกาได้ตรวจคำให้การต่อสู้คดีของจำเลยแล้ว จำเลยไม่ได้ยก+เป็นภริยาร้างขึ้นต่อสู้เลย ซึ่งถ้าจำเลยประสงค์จะต่อสู้ในข้อนี้ จำเลยชอบที่จะ+แจ้ง พร้อมทั้งเหตุ ดังที่ ป.ม.วิ.แพ่ง มาตรา ๑๗๗ วรรค ๒ กำหนดไว้ (๓) ในเรื่องสินเดิมของโจทก์ ศาลแพ่งฟังว่า เมื่อโจทก์ได้กับนาย+มีกรรมสิทธิในที่ดินและเรือนที่อยู่ นายพิชัยได้ไปอยู่กับโจทก์ที่เรือนนี้ ทั้งได้เคย+ครัวที่บ้านนี้ด้วย ย่อมถือว่าโจทก์มีสินเดิม เมื่อศาลฟังว่าโจทก์มีสินเดิม การ+ษาให้ส่วนแบ่งในสมรส จึงเป็นการถูกต้อง ไม่มีกฎหมายจำกัดว่า แม้จะมีสินเดิม+บ้านด้วย จึงจะได้ส่วนแบ่งในสินสมรส (๔)

ฟ้องโจทก์กล่าวว่า นางอ่องมีสินเดิม ๓๕๐ บาทจริง แต่ที่โจทก์ฟ้อง+แบ่งสินสมรส หาได้พาดพิงไปถึงสินเดิมของจำเลยไม่ การแบ่งทรัพย์ระหว่าง+จะต้องหักสินสมรสใช้สินเดิมต่อเมื่อปรากฏว่าสินเดิมสูญไปแล้ว คดีเรื่องนี้หา+นั้นไม่ (๕) แม้ในคำฟ้องกล่าวว่า สินเดิมของนางกุหลาบจำเลย ไม่+โจทก์ก็ตั้งรูปฟ้องมาในทางว่า นางกุหลาบมีส่วนแบ่งในสินสมรสด้วย ฉะนั้นการที่ศาล+แบ่งอันโจทก์จะได้รับ ศาลก็จำต้องคำนวนโดย+กุหลาบจำเลยมีส่วนแบ่งในสินสมรสด้วย แต่ที่ศาลแพ่งพิพากษา ศาลแพ่งเป็นแต่+ส่วนของนางกุหลาบไว้ เพื่อจะให้รู้ส่วนของโจทก์ และพิพากษาให้โจทก์ได้

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
จำรูญเนติศาสตร์ · มนูภันย์วิมลสาร · ทรงนิติกรณ์
ศาลล่าง
ศาลชั้นต้น - หลวงสารนัยประสาสน์
ศาลอุทธรณ์ - พระศิลปสิทธิวินิจฉัย
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้