Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1202/2549

พ.ศ. 2549 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

สิทธิในการเรียกค่าสินไหมทดแทนเกี่ยวกับค่าปลงศพตาม ป.พ.พ. มาตรา 443 วรรคแรก เป็นสิทธิของผู้ที่เป็นทายาทจะเรียกร้องเอาแก่ผู้ที่กระทำละเมิดทำให้เจ้ามรดกถึงแก่ความตายภายใต้บังคับมาตรา 1649 และเมื่อโจทก์ที่ 2 ถึงที่ 4 เป็นบุตรนอกกฎหมายที่เจ้ามรดกซึ่งเป็นบิดารับรองแล้ว จึงเป็นผู้สืบสันดานเหมือนบุตรชอบด้วยกฎหมายของเจ้ามรดกตามมาตรา 1627 มีสิทธิฟ้องเรียกค่าปลงศพของเจ้ามรดก และเมื่อโจทก์ทั้งสี่ร่วมกันฟ้องเรียกค่าสินไหมทดแทนในการปลงศพดังกล่าว จึงไม่จำเป็นต้องระบุว่าโจทก์คนใดเป็นผู้ที่ออกค่าใช้จ่ายส่วนนี้จึงจะมีอำนาจฟ้องได้ โจทก์ที่ 2 ถึงที่ 4 จึงมีอำนาจฟ้องเรียกค่าสินไหมทดแทนในการปลงศพได้

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ทั้งสี่ฟ้องว่า นายประยูร ลครวงษ์ ขับรถยนต์โดยสารหมายเลขทะเบียน 30-3291 กรุงเทพมหานคร ในทางการที่จ้างของจำเลยที่ 3 และที่ 4 ด้วยความประมาท ชนกับรถยนต์บรรทุกสิบล้อ ซึ่งมีจำเลยที่ 1 เป็นผู้ขับในทางการที่จ้างของจำเลยที่ 2 ด้วยความประมาท เป็นเหตุให้รถยนต์ทั้งสองคันได้รับความเสียหาย นายประยูรและนายสินชัยถึงแก่ความตาย โจทก์ทั้งสี่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการปลงศพนายสินชัยเป็นเงิน 90,688 บาท โจทก์ที่ 2 ถึงที่ 4 ขาดไร้อุปการะ ขอคิดค่าขาดไร้อุปการะเป็นเงิน 768,000 บาท ขอให้บังคับจำเลยทั้งสี่ร่วมกันใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ทั้งสี่เป็นเงิน 90,688 บาท ใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ที่ 2 ถึงที่ 4 เป็นเงิน 768,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี

จากต้นเงิน 858,688 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยที่ 1 ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา จำเลยที่ 2 ให้การว่า จำเลยที่ 2 มิได้เป็นนายจ้างของจำเลยที่ 1 เหตุเกิดเพราะความประมาทของนายประยูรฝ่ายเดียว ค่าเสียหายสูงเกินไป ฟ้องโจทก์เคลือบคลุม ขอให้ยกฟ้อง จำเลยที่ 3 และที่ 4 ให้การว่า เหตุเกิดเพราะความประมาทของจำเลยที่ 1 ฝ่ายเดียว จำเลยที่ 4 เป็นกรรมการมีอำนาจกระทำการแทนจำเลยที่ 3 จึงไม่ต้องรับผิดเป็นส่วนตัว ผู้ตายไม่ได้อุปการะเลี้ยงดูโจทก์ทั้งสี่ ค่าเสียหายสูงเกินไป ขอให้ยกฟ้อง ก่อนเริ่มสืบพยาน จำเลยที่ 3 ขอให้หมายเรียกบริษัทเอกประกันภัย จำกัดเข้ามาเป็นจำเลยร่วม

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นอนุญาต จำเลยร่วมให้การว่า จำเลยร่วมได้ใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ทั้งสี่ตามวงเงินความรับผิดแล้ว จึงไม่ต้องรับผิดในส่วนอื่นอีก เหตุเกิดเพราะความประมาทของจำเลยที่ 1 ฝ่ายเดียว คดีในส่วนของจำเลยร่วมขาดอายุความ ขอให้ยกฟ้อง ระหว่างพิจารณาจำเลยที่ 3 ขอถอนคำร้องที่ขอให้หมายเรียกจำเลยร่วมเข้าเป็นจำเลยร่วม

ศาลชั้นต้นอนุญาต และมีคำสั่งจำหน่ายคดีเฉพาะจำเลยร่วมออกจากสารบบความ

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 ร่วมกันชำระเงินแก่โจทก์ที่ 2 ถึงที่ 4 จำนวน 90,688 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันถัดจากวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 8 สิงหาคม 2540) จนกว่าจะชำระเสร็จ คำขออื่นให้ยกและให้ยกฟ้องโจทก์ที่ 1 ส่วนจำเลยที่ 4 ให้ยกฟ้อง จำเลยที่ 3 อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ 3 ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ที่จำเลยที่ 3 ฎีกาเป็นปัญหาข้อกฎหมายว่า โจทก์ที่ 2 ถึงที่ 4 ไม่มีอำนาจฟ้องเรียกค่าสินไหมทดแทนเกี่ยวกับค่าปลงศพนายสินชัย อำนวยจิตติเลศ โดยที่โจทก์ที่ 2 ถึงที่ 4 มิได้เป็นผู้ออกเงินเนื่องจากโจทก์ที่ 1 เป็นผู้ออกเงิน ซึ่งในการวินิจฉัยปัญหาดังกล่าวศาลฎีกาจึงต้องถือข้อเท็จจริงที่ศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยจากพยานหลักฐานในสำนวนซึ่งศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงว่า นายสินชัยถึงแก่ความตายเนื่องจากการกระทำละเมิดของจำเลยที่ 1 และนายประยูร ลครวงษ์ ซึ่งเป็นลูกจ้างและกระทำการในทางการที่จ้างของจำเลยที่ 3 และตามคำฟ้องของโจทก์ที่ 1 ถึงที่ 4 ขอให้บังคับจำเลยทั้งสี่ชดใช้ค่าเสียหายในการปลงศพ เป็นเงิน 90,688 บาท

เห็นว่า สิทธิในการเรียกค่าสินไหมทดแทนเกี่ยวกับค่าปลงศพตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 443 วรรคแรก เป็นสิทธิของผู้ที่เป็นทายาทจะเรียกร้องเอาแก่ผู้ที่กระทำละเมิดทำให้เจ้ามรดกถึงแก่ความตายภายใต้บังคับมาตรา 1649 และเมื่อโจทก์ที่ 2 ถึงที่ 4 เป็นบุตรนอกกฎหมายที่เจ้ามรดกซึ่งเป็นบิดารับรองแล้ว จึงเป็นผู้สืบสันดานเหมือนกับบุตรชอบด้วยกฎหมายของเจ้ามรดกตามมาตรา 1627 จึงมีสิทธิฟ้องเรียกค่าปลงศพของเจ้ามรดกและเมื่อโจทก์ทั้งสี่ร่วมกันฟ้องเรียกค่าสินไหมดทดแทนในการปลงศพดังกล่าว จึงไม่จำเป็นต้องระบุว่าโจทก์คนใดเป็นผู้ที่ออกค่าใช้จ่ายส่วนนี้จึงจะมีอำนาจฟ้องได้ โจทก์ที่ 2 ถึงที่ 4 จึงมีอำนาจฟ้องเรียกค่าสินไหมทดแทนในการปลงศพได้ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้จำเลยที่ 3 ร่วมรับผิดในค่าเสียหายส่วนนี้ด้วยนั้น ชอบแล้ว ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยที่ 3 ฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมระหว่างจำเลยที่ 3 และโจทก์ที่ 2 ถึงที่ 4 ชั้นฎีกาให้เป็นพับ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
บุญรอด ตันประเสริฐ · สมชัย จึงประเสริฐ · ชัชลิต ละเอียด
แหล่งที่มา
สำนักวิชาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3208/2538

สิทธิในการเรียกค่าสินไหมทดแทนเกี่ยวกับค่าปลงศพตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา443วรรคแรกเป็นสิทธิของผู้ที่เป็นทายาทจะเรียกร้องเอาแก่ผู้ที่กระทำละเมิดทำให้เจ้ามรดกถึงแก่ความตายภายใต้บังคับมาตรา1649ส่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1314/2505

บุตรที่เกิดแต่บิดามารดาซึ่งมิได้สมรสกันโดยจดทะเบียนให้ถูกต้องตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มิใช่บุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของบิดา บิดาจะอ้างว่าเป็นผู้แทนโดยชอบธรรมของบุตรนั้นตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5160/2566

จำเลยทั้งสองต้องร่วมกันรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนในผลแห่งละเมิดของ พ. ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของตนที่ได้กระทำในการปฏิบัติหน้าที่ตาม พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 มาตรา 5 ดังนั้น โจทก์ทั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1409/2548

ป.พ.พ. มาตรา 443 วรรคสาม กำหนดให้ผู้กระทำละเมิดในกรณีทำให้เขาถึงตายรับผิดต่อบุคคลที่ต้องขาดไร้อุปการะเฉพาะที่ผู้ตายมีหน้าที่อุปการะตามกฎหมายเท่านั้น แต่มาตรา 1563 และมาตรา 1564 ที่บัญญัติให้บุตรและบิด…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2558/2532

โจทก์เป็นสามีของผู้ตาย ไม่ปรากฏว่ามีพินัยกรรมเป็นอย่างอื่นโจทก์จึงเป็นผู้ได้รับทรัพย์มรดกโดยสิทธิทายาทโดยธรรมของผู้ตายเป็นจำนวนมากที่สุด เป็นผู้มีอำนาจและมีหน้าที่ต้องจัดการทำศพผู้ตายตามประมวลกฎหมายแพ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้