คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291
จำเลยให้การปฏิเสธ
ระหว่างพิจารณา นางซ่อนกลิ่นหรือจันทนา ภริยาของนายเก่ง ผู้ตาย ยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลชั้นต้นอนุญาต
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291 จำคุก 3 ปี ทางนำสืบของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 2 ปี
จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง
ศาลฎีกาวินิจฉัย
โจทก์ร่วมฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่คู่ความมิได้โต้เถียงกันในชั้นฎีการับฟังเป็นยุติว่า จำเลยและนายเก่ง ผู้ตายเป็นลูกจ้างของห้างหุ้นส่วนจำกัดเชี่ยวชาญบริการ โดยจำเลยมีหน้าที่ขับรถยนต์บรรทุกน้ำมันขนส่งน้ำมันไปส่งให้ลูกค้าของห้างหุ้นส่วนจำกัดดังกล่าว ส่วนผู้ตายเป็นช่างเชื่อมหรือช่างสี ก่อนเกิดเหตุจำเลยขับรถยนต์บรรทุกน้ำมันคันเกิดเหตุไปรับน้ำมันดีเซล 24,000 ลิตร และน้ำมันเบนซิน 8,000 ลิตร จากคลังน้ำมันในจังหวัดระยองไปส่งที่จังหวัดเชียงใหม่ ระหว่างทางจำเลยพบรอยรั่วซึมบริเวณถังน้ำมัน ในวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุตามฟ้อง เมื่อจำเลยขับรถยนต์บรรทุกดังกล่าวซึ่งส่งน้ำมันหมดแล้วกลับไปถึงสถานีบริการน้ำมันที่เกิดเหตุของห้างหุ้นส่วนจำกัดเชี่ยวชาญบริการ
จำเลยแจ้งเรื่องที่มีรอยรั่วซึมบริเวณถังน้ำมันให้ผู้ตายทราบ ผู้ตายดำเนินการซ่อมรอยรั่วซึมของถังน้ำมัน โดยใช้เครื่องเชื่อมไฟฟ้าและลวดไฟฟ้าเชื่อมจุดรั่วบริเวณถังน้ำมัน ทำให้เกิดประกายไฟและความร้อนไปสัมผัสกับไอระเหยของน้ำมันภายในถังน้ำมัน เกิดปฏิกิริยาลุกไหม้ภายในถังน้ำมันจนเกิดระเบิดขึ้น ตามรายงานการตรวจสถานที่เกิดเหตุคดีระเบิด และแรงระเบิดเป็นเหตุให้ผู้ตายถึงแก่ความตายตามรายงานการชันสูตรพลิกศพ
มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ร่วมว่า จำเลยกระทำความผิดตามฟ้องหรือไม่ เห็นว่า นายนพดลพยานโจทก์และโจทก์ร่วมเบิกความยืนยันว่า ในการนำรถยนต์บรรทุกน้ำมันเข้าซ่อม ผู้ที่ครอบครองรถจะต้องแจ้งให้พยานทราบล่วงหน้าทุกครั้ง อันเป็นการเจือสมกับที่จำเลยเบิกความยอมรับว่า กรณีรถยนต์บรรทุกน้ำมันคันเกิดเหตุชำรุดบกพร่องต้องแจ้งนายจ้างก่อน ไม่สามารถแจ้งซ่อมกับช่างโดยตรง แต่ได้ความจากนายนพดลว่า จำเลยซึ่งเป็นผู้ครอบครองรถยนต์บรรทุกน้ำมันคันเกิดเหตุไม่ได้แจ้งให้พยานทราบว่าจะนำรถยนต์บรรทุกน้ำมันไปจอดเพื่อรอซ่อมที่บริเวณสถานีบริการน้ำมันที่เกิดเหตุ โดยจำเลยบอกพยานเพียงว่าจำเลยติดต่อให้พยานซื้อไส้กรองน้ำมันเครื่องเพื่อเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องเท่านั้น
สอดคล้องกับที่นางสมพรพยานโจทก์และโจทก์ร่วมเบิกความว่า ระหว่างทางที่ขนส่งน้ำมันไปยังจังหวัดเชียงใหม่ จำเลยตรวจพบรอยรั่วซึมที่บริเวณด้านหน้าของถังน้ำมันแล้ว แต่ไม่ได้แจ้งให้ผู้ใดทราบ ส่วนนายอเนกพยานโจทก์และโจทก์ร่วมอีกปากหนึ่งก็ยืนยันว่า ก่อนเกิดเหตุ จำเลยชี้รอยแตกที่รถยนต์บรรทุกน้ำมันบริเวณด้านหน้าของถังน้ำมันและบอกให้ผู้ตายเชื่อม พยานโจทก์และโจทก์ร่วมดังกล่าวไม่มีสาเหตุโกรธเคือง โดยเฉพาะนางสมพรเป็นภริยาของจำเลยด้วย จึงไม่มีเหตุระแวงสงสัยว่าจะกลั่นแกล้งปรักปรำจำเลย ในชั้นสอบสวนซึ่งจำเลยให้การไว้ในฐานะพยานตามบันทึกคำให้การของพยานว่า จำเลยบอกให้ผู้ตายไปดูบันไดข้างรถด้านขวาซึ่งแยกออกจากกันและสั่นเสียงดัง กับฝาน้ำมันด้านหน้าของถังน้ำมันที่มีรอยซึม โดยจำเลยให้ผู้ตายเชื่อมบันได
ส่วนถังน้ำมันหากเชื่อมไม่ได้ให้ใช้ซีเมนต์อุด จากนั้นจำเลยใช้โทรศัพท์ติดต่อนายนพดลโดยบอกว่าจะถ่ายน้ำมันเครื่องให้นำไส้กรองน้ำมันเครื่องมาเปลี่ยนด้วย โดยไม่ปรากฏว่าจำเลยแจ้งเรื่องที่ถังน้ำมันของรถยนต์บรรทุกน้ำมันรั่วซึมให้นายนพดลทราบแต่อย่างใด แม้บันทึกคำให้การดังกล่าวเป็นพยานบอกเล่า แต่จำเลยให้การไว้หลังเกิดเหตุไม่นานนัก ขณะนั้นคงยังไม่ทันคิดบิดเบือนข้อเท็จจริงเป็นอย่างอื่นเพื่อหวังผลในเรื่องรูปคดี เมื่อพิจารณาจากสภาพ ลักษณะ