Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 12162/2558

พ.ศ. 2558 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

เมื่อจำเลยประสงค์จะชำระหนี้ที่เหลือรวมทั้งค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายเพื่อถอนการยึดทรัพย์ หากให้จำเลยต้องเสียค่าธรรมเนียมในการรวบรวมทรัพย์สินที่ไม่มีการขายหรือจำหน่ายในอัตราร้อยละ 3.5 ของราคาทรัพย์สินที่ยึด ตาม พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 179 (3) (เดิม) โดยไม่พิจารณายอดหนี้ที่เหลือที่จำเลยต้องรับผิดประกอบด้วย ย่อมเห็นได้ว่าเป็นการไม่ยุติธรรมแก่จำเลยซึ่งเป็นผู้รับผิดในชั้นที่สุดสำหรับค่าฤชาธรรมเนียมทั้งปวง เมื่อพิจารณาว่าจำเลยพยายามขวนขวายชำระหนี้ให้แก่บรรดาเจ้าหนี้มาโดยตลอด จนกระทั่งประสงค์ที่จะชำระหนี้ทั้งหมด แสดงว่าจำเลยมีความสุจริตในการดำเนินคดีและมีเหตุอันสมควร อาศัยอำนาจตาม ป.วิ.พ. มาตรา 161 วรรคหนึ่งประกอบ พ.ร.บ.จัดตั้งศาลล้มละลายและวิธีพิจารณาคดีล้มละลาย พ.ศ.2542 มาตรา 28 (เดิม) จึงกำหนดค่าธรรมเนียมในการรวบรวมทรัพย์สินที่ไม่มีการขายหรือจำหน่ายในอัตราร้อยละ 3.5 ในขอบเขตของยอดหนี้ที่ค้างชำระขณะยึดทรัพย์เท่านั้น

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.วิ.พ. มาตรา 161 พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 179 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลล้มละลายและวิธีพิจารณาคดีล้มละลาย พ.ศ.2542 มาตรา 28

คำฟ้องและคำให้การ

คดีสืบเนื่องมาจากศาลแพ่งธนบุรีมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยเด็ดขาด หลังจากนั้นจำเลยยื่นคำขอประนอมหนี้ก่อนล้มละลาย โดยยอมชำระหนี้เต็มจำนวนให้เสร็จสิ้นภายใน 8 เดือน นับแต่ศาลมีคำสั่งเห็นชอบด้วยการประนอมหนี้ ซึ่งศาลมีคำสั่งเห็นชอบด้วยการประนอมหนี้ของจำเลย แต่จำเลยผิดนัดไม่ชำระหนี้ให้เป็นไปตามคำขอประนอมหนี้ ศาลมีคำสั่งยกเลิกการประนอมหนี้และพิพากษาให้จำเลยล้มละลาย ต่อมาปี 2547 จำเลยถูกปลดจากล้มละลาย ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) เจ้าหนี้รายที่ 4 นำเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ยึดที่ดินโฉนดเลขที่ 1073 ตำบลบึงกาสาม (คลอง 11 ฝั่งตะวันตก) อำเภอหนองเสือ จังหวัดปทุมธานี (ธัญบุรี) พร้อมสิ่งปลูกสร้างทรัพย์จำนองของจำเลยออกขายทอดตลาดโดยประเมินราคาไว้ 36,576,700 บาท แต่ยังขายทอดตลาดไม่ได้

จำเลยขอให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์คิดยอดหนี้เพื่อที่จะชำระหนี้ไถ่ถอนการยึดทรัพย์ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ให้จำเลยชำระค่าธรรมเนียมยึดแล้วไม่มีการขายร้อยละ 3.5 ของราคาประเมิน 36,576,700 บาท เป็นเงิน 1,280,184.50 บาท เมื่อรวมกับหนี้และค่าใช้จ่ายเป็นเงิน 2,553,000 บาท

จำเลยยื่นคำร้องว่า เดิมมีเจ้าหนี้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ 6 ราย เป็นเงิน 4,109,700.12 บาท จำเลยได้เจรจาขอลดยอดหนี้และชำระหนี้ไปแล้วบางส่วน ปัจจุบันคงเหลือหนี้ 1,260,735.89 บาท หากให้จำเลยชำระค่าธรรมเนียมยึดแล้วไม่มีการขายในอัตราร้อยละ 3.5 ของราคาประเมิน 36,576,700 บาท จะไม่เป็นธรรมแก่จำเลย เพราะธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) เจ้าหนี้รายที่ 4 ผู้นำยึดไม่ยอมชำระเงิน โดยให้จำเลยเป็นผู้ชำระ ขอให้ความอนุเคราะห์และความเป็นธรรมแก่จำเลยด้วย ศาลแพ่งธนบุรีพิจารณาแล้ว เห็นว่า ในชั้นบังคับคดีเมื่อยึดทรัพย์ที่ไม่ใช่ตัวเงินแล้วไม่มีการขาย คิดค่าธรรมเนียมอัตราร้อยละ 3.5 ของราคาทรัพย์สินที่ยึด ซึ่งเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เป็นผู้คำนวณ ดังนั้น จำเลยจึงต้องเสียค่าธรรมเนียมตามที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์คำนวณให้ชำระเป็นเงิน 1,280,184.50 บาท

คำพิพากษาศาลล่าง

จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาแผนกคดีล้มละลายวินิจฉัยว่า คำสั่งของศาลแพ่งธนบุรีที่ให้จำเลยชำระเงินค่าธรรมเนียมยึดแล้วไม่มีการขายหรือจำหน่ายตามที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์คำนวณนั้น มิใช่คำสั่งอย่างหนึ่งอย่างใดที่ต้องด้วยข้อยกเว้นให้อุทธรณ์ได้ ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลล้มละลายและวิธีพิจารณาคดีล้มละลาย พ.ศ.2542 มาตรา 24 วรรคสอง (1) ถึง (5) อุทธรณ์ของจำเลยจึงต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ อย่างไรก็ตามศาลแพ่งธนบุรีมีคำสั่งรับอุทธรณ์ของจำเลยส่งมายังศาลฎีกาแล้ว ซึ่งศาลฎีกาพิจารณาเห็นสมควรเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรมจำเป็นต้องแก้ไขข้อผิดพลาด จึงรับพิจารณาอุทธรณ์ของจำเลย ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลล้มละลายและวิธีพิจารณาคดีล้มละลาย พ.ศ.2542 มาตรา 26 วรรคสี่

เห็นว่า ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า หลังจากจำเลยผิดนัดไม่ชำระหนี้ตามคำขอประนอมหนี้ก่อนล้มละลายและศาลมีคำสั่งยกเลิกการประนอมหนี้ กับพิพากษาให้จำเลยล้มละลายแล้ว ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) เจ้าหนี้รายที่ 4 นำเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ยึดที่ดินโฉนดเลขที่ 1073 ตำบลบึงกาสาม (คลอง 11 ฝั่งตะวันตก) อำเภอหนองเสือ จังหวัดปทุมธานี (ธัญบุรี) พร้อมสิ่งปลูกสร้างทรัพย์จำนองของจำเลยออกขายทอดตลาดเพื่อนำเงินมาชำระหนี้ ซึ่งนอกจากหนี้จำนองของเจ้าหนี้ผู้นำยึดแล้ว หากมีเงินเหลือก็ต้องนำไปชำระหนี้แก่เจ้าหนี้รายอื่นที่ศาลมีคำสั่งอนุญาตให้ได้รับชำระหนี้ด้วย ขณะยึดปรากฏว่าจำเลยยังมีหนี้ต้องชำระภายหลังศาลสั่งยกเลิกการประนอมหนี้เป็นเงิน 1,479,491.64 บาท แต่คดีมีการยึดทรัพย์สินของจำเลยในราคา 36,576,700 บาท ซึ่งเกินกว่าหนี้ที่จำเลยต้องรับผิดจำนวนมาก

เมื่อจำเลยประสงค์จะชำระหนี้ที่เหลือดังกล่าวรวมทั้งค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายเพื่อถอนการยึดทรัพย์ หากให้จำเลยต้องเสียค่าธรรมเนียมในการรวบรวมทรัพย์สินที่ไม่มีการขายหรือจำหน่ายในอัตราร้อยละ 3.5 ของราคาทรัพย์สินที่ยึด ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 179 (3) (เดิม) โดยไม่พิจารณายอดหนี้ที่เหลือที่จำเลยต้องรับผิดประกอบด้วย ย่อมเห็นได้ว่าเป็นการไม่ยุติธรรมแก่จำเลยซึ่งเป็นผู้รับผิดในชั้นที่สุดสำหรับค่าฤชาธรรมเนียมทั้งปวง เมื่อพิจารณาว่าจำเลยพยายามขวนขวายชำระหนี้ให้แก่บรรดาเจ้าหนี้มาโดยตลอด จนกระทั่งจำเลยประสงค์ที่จะชำระหนี้ทั้งหมด แสดงว่าจำเลยมีความสุจริตในการดำเนินคดีและมีเหตุสมควร อาศัยอำนาจตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 161 วรรคหนึ่ง

ประกอบพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลล้มละลายและวิธีพิจารณาคดีล้มละลาย พ.ศ.2542 มาตรา 28 จึงกำหนดค่าธรรมเนียมในการรวบรวมทรัพย์สินที่ไม่มีการขายหรือจำหน่ายให้จำเลยรับผิดชำระอัตราร้อยละ 3.5 ในขอบเขตของยอดหนี้ที่ค้างชำระขณะยึดทรัพย์เท่านั้น ที่ศาลแพ่งธนบุรีใช้ดุลพินิจให้จำเลยรับผิดชำระค่าธรรมเนียมอัตราร้อยละ 3.5 ของราคาทรัพย์สินที่ยึด ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา อุทธรณ์ของจำเลยฟังขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยรับผิดชำระค่าธรรมเนียมยึดทรัพย์สินแล้วไม่มีการขายหรือจำหน่ายอัตราร้อยละ 3.5 ในขอบเขตยอดหนี้ที่ค้างชำระขณะยึดทรัพย์จำนวน 1,479,491.64 บาท นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำสั่งของศาลแพ่งธนบุรี ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นนี้ให้เป็นพับ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุพจน์ กิตติรักษนนท์ · ทัศนีย์ จั่นสัญจัย ธรรมเกณฑ์ · อธิคม อินทุภูติ
ศาลล่าง
ศาลแพ่งธนบุรี - นายประพันธ์ กิ่งพุทธพงษ์
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
ล.90/2554
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
ล263/2539
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
ล295/2539
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกล้มละลาย
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3487/2568

จำเลยที่ 2 เป็นผู้ค้ำประกันความรับผิดของจำเลยที่ 1 เฉพาะตามสัญญาเช่าชื้อฉบับที่ 2 เท่านั้น การที่ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความให้ 3,000 บาท จึงเ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1282/2568

คดีที่จำเลยกล่าวอ้างการได้มาซึ่งกรรมสิทธิ์ในที่ดินโฉนดเลขที่ 2648 ที่มีชื่อโจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์โดยการครอบครองปรปักษ์และศาลชั้นต้นมีคำสั่งบังคับให้ตามที่ขอ มิใช่เป็นคดีที่เมื่อมีข้อโต้แย้งสิทธิเก…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4345/2566

เมื่อการขายทอดตลาดเนิ่นช้าเนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ในประเทศไทย และมาตรการตามข้อกำหนดให้งดหรือชะลอการเดินทางข้ามเขตพื้นที่จังหวัดและงดกิจกรรมคนหมู่มาก เจ้าพนักงานบัง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3884/2566

พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 179 (4) บัญญัติให้คิดค่าธรรมเนียมในการรวบรวมทรัพย์สินในอัตราร้อยละสามของเงินสุทธิที่รวบรวมได้ สำหรับทรัพย์สินที่ไม่มีการขายหรือจำหน่ายให้คิดในอัตราร้อยละสองของราคาทรัพย์…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2498/2559

โจทก์ฟ้องกองมรดกของจำเลยที่ 5 โดย ฐ. จำเลยที่ 4 ในฐานะทายาท จำเลยที่ 4 ให้การว่า จำเลยที่ 5 มีบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายซึ่งเป็นทายาทโดยธรรม ส่วนจำเลยที่ 4 เป็นเพียงพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกับจำเลยที่ 5 ไม…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้