Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 122/2521

พ.ศ. 2521 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

เดิมโจทก์ทำสัญญาซื้ออิฐไว้จากผู้ขาย ชำระราคาแล้ว แต่ยังไม่มีการแยกนับและส่งมอบ ต่อมาโจทก์ได้ให้จำเลยไปรับอิฐบางส่วนจากผู้ขายดังกล่าวเพื่อถวายวัด จำเลยรับอิฐเกินไปจากที่โจทก์สั่ง แล้วนำอิฐส่วนที่เกินนี้ไปขายเสียเอง การที่จำเลยไปรับอิฐแทนโจทก์นั้นถือว่าได้มีการแยกนับจำนวนแน่นอนเป็นครั้งคราวเฉพาะอิฐจำนวนที่จำเลยรับไปนั้นได้โอนเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์ไปแล้วตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 460 การที่จำเลยนำอิฐที่รับเกินไปขายโดยไม่มีอำนาจย่อมเป็นการกระทำโดยปราศจากอำนาจและเมื่อทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย โจทก์ย่อมมีอำนาจฟ้องบังคับได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 812

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

คดีนี้

โจทก์ฟ้องว่าโจทก์ได้ซื้ออิฐจากผู้ขายรวมจำนวน 140,000 ก้อนชำระราคาแล้ว ส่วนอิฐผู้ซื้อจะไปรับเอาในภายหลัง ต่อมาโจทก์ให้จำเลยไปรวมรวมอิฐจากผู้ขายจำนวน 40,000 ก้อนเพื่อถวายวัดปงวัง แต่จำเลยไปรวบรวมได้ถึง 86,300 ก้อน แล้วนำอิฐจำนวนที่รับเกินมา 46,300 ก้อนไปขายโดยโจทก์มิได้รู้เห็นยินยอมด้วย จึงขอให้ศาลบังคับจำเลยชำระค่าอิฐ4,630 บาทแก่โจทก์จำเลยให้การว่าได้นำอิฐที่รับเกินไปขายจริง แต่ยังไม่ได้รับเงินจากผู้ซื้อจำเลยเป็นหุ้นส่วนกับโจทก์ซึ่งจะต้องแบ่งกำไรกันคนละครึ่งหักจากเงินค่าอิฐที่ขายแล้ว จำเลยเป็นหนี้โจทก์เพียง 1,830 บาท จำเลยขอคิดค่าเสียหายที่โจทก์ดำเนินคดีอาญากับจำเลย 5,000 บาท หักหนี้กับโจทก์แล้วคงเหลือ3,170 บาท จึงฟ้องแย้งขอบังคับโจทก์ใช้ค่าเสียหายศาลชั้นต้นไม่รับฟ้องแย้ง

เสร็จการพิจารณาแล้วพิพากษาว่า อิฐตามสัญญาซื้อขาย ผู้ขายยังไม่ได้ส่งมอบ โจทก์ยังไม่มีกรรมสิทธิ์ในอิฐที่ซื้อ โจทก์ยังไม่มีอำนาจฟ้องไม่จำต้องวินิจฉัยประเด็นอื่นต่อไป พิพากษายกฟ้องโจทก์โจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า โจทก์มีอำนาจฟ้อง พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้นให้ศาลชั้นต้นวินิจฉัยประเด็นอื่นตามที่กำหนดไว้ต่อไปจำเลยฎีกาศาลฎีกาประชุมปรึกษาแล้ว เห็นว่าข้อเท็จจริงฟังได้ว่าโจทก์ได้ทำสัญญาซื้อิฐจากผู้ขายรวม 5 ราย มีจำนวน 140,000 ก้อน โจทก์ได้ชำระค่าอิฐล่วงหน้า ส่วนอิฐผู้ขายแต่ละรายเป็นผู้ดูแลรักษาไว้โดยโจทก์หรือผู้แทนโจทก์จะไปรับมอบในภายหลัง ต่อมาจำเลยเป็นผู้ไปรับอิฐจากผู้ขายแทนโจทก์ไปทั้งหมด 86,300 ก้อน แล้วนำอิฐจำนวนดังกล่าวไปให้นายประพัฒน์ 30,000ก้อน และถวายวัดปงวัง 10,000 ก้อน ตามคำสั่งของโจทก์

ส่วนที่เหลือ 46,300 ก้อน จำเลยนำไปขายให้นายชุมและยังไม่ได้ชำระค่าอิฐจำนวนนี้ให้แก่โจทก์ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้วเห็นว่า แม้ตอนทำสัญญาซื้อขายจะยังมิได้มีการนับแยกจำนวนแน่นอนเพื่อการส่งมอบ อันจะถือได้ว่ากรรมสิทธิ์ในอิฐที่ซื้อโอนไปยังโจทก์ผู้ซื้อ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 460ก็ตาม แต่การที่จำเลยไปรับอิฐจากผู้ขายแทนโจทก์ตามจำนวนในเวลาต่อมาถือได้ว่าได้มีการแยกนับจำนวนแน่นอนเป็นครั้งคราวตามที่จำเลยรับมอบไปจากผู้ขายแทนโจทก์แล้วตามสัญญา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่าเฉพาะอิฐจำนวนที่จำเลยรับไปนั้นได้โอนเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์ไปแล้ว หากเป็นดังข้ออ้างโจทก์ว่าจำเลยนำอิฐส่วนที่รับเกินไปขายโดยไม่มีอำนาจโดยชอบ ย่อมเป็นการกระทำโดยปราศจากอำนาจ และเมื่อทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย โจทก์ย่อมมีอำนาจฟ้องขอบังคับได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 812ศาลอุทธรณ์พิพากษาชอบแล้ว ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้นพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สนิท อังศุสิงห์ · มงคล วัลยะเพ็ชร์ · สุจริต เสถียรกาล
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 978/2567

การที่ขณะทำสัญญาขายฝากที่ดินพิพาทโจทก์เข้าใจว่าตกลงขายฝากที่ดินพิพาทเป็นเงิน 160,000 บาท ตามจำนวนเงินที่โจทก์ได้รับจากจำเลยที่ 2 มิใช่ 500,000 บาท ตามที่ระบุในสัญญาขายฝากเป็นกรณีโจทก์สำคัญผิดในเรื่องร…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1765/2566

แม้โจทก์จะไม่ได้กล่าวมาในคำฟ้องให้ชัดเจนว่า โจทก์ฟ้องจำเลยที่ 1 ถึงที่ 7 และที่ 9 ถึงที่ 21 ให้รับผิดในความเสียหายจากการกระทำละเมิด หรือให้รับผิดในฐานะผู้แทนนิติบุคคลหรือตัวแทนกระทำโดยประมาทเลินเล่อหร…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2560 (เลขอ้างอิง 618525)

การที่จะเป็นหุ้นส่วนตาม ป.พ.พ. มาตรา 1012 จะต้องได้ความว่าผู้เข้าเป็นหุ้นส่วนประสงค์ทำกิจการร่วมกัน หากผลประกอบการมีกำไรก็แบ่งกำไรกัน หากขาดทุนก็ขาดทุนร่วมกัน แต่ตามข้อตกลงระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 1 ไม…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 19816/2555

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองร่วมกันลักปุ๋ยของสหกรณ์การเกษตร ด. ผู้เสียหายที่เป็นของนายจ้างไป แต่กลับได้ความตามทางพิจารณาเกี่ยวกับทางปฏิบัติในการซื้อปุ๋ยของสหกรณ์การเกษตร ด. ผู้ขายว่า ต้องมีการขนส่งปุ๋ยมา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2031/2551

ลูกหนี้มีวัตถุประสงค์ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับการเงินการลงทุนลูกหนี้ในฐานะตัวแทนต้องใช้ความระมัดระวังและใช้ฝืมือเท่าที่เป็นธรรมดาจะต้องใช้ และสมควรจะต้องใช้ในการนำเงินของเจ้าหนี้ไปลงทุนตาม ป.พ.พ. มาตรา 80…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้