คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยทั้งสองบุกรุกที่ดินของโจทก์ จำเลยที่ ๒ ได้ขอให้อำเภอออกใบเหยียบย่ำให้โดยไม่ชอบ จึงขอให้พิพากษาว่าใบเหยียบย่ำของจำเลยที่ ๒ เป็นโมฆะ ที่รายพิพาทเป็นของโจทก์
จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธต่อสู้คดี
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์ ทนายโจทก์ยื่นอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับโดยอ้างว่าในใบแต่ทนายโจทก์ไม่ได้ให้สิทธิในการอุทธรณ์โดยเขียนไว้กว้าง ๆ ว่า " ให้ดำเนินกระบวนพิจารณาจนกว่าคดีจะถึงที่สุด" เท่านั้น ทนายโจทก์ร้องอุทธรณ์ขอให้รับอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์สั่งยกคำร้องของทนายโจทก์
ศาลฎีกาวินิจฉัย
โจทก์ฎีกาขอให้รับอุทธรณ์ ศาลฎีกาโดยที่ประชุมใหญ่ เห็นว่าใบแต่งทนายไม่ได้ระบุให้ชัดแจ้งว่าให้มีอำนาจอุทธรณ์ฎีกาแทนโจทก์ได้ตาม วิ.แพ่ง ม. ๖๒ เมื่อศาลชั้นต้นสั่งไม่รับอุทธรณ์ตาม ม. ๒๓๒ แล้วผู้อุทธรณ์ได้ยื่นคำร้องต่อมาตาม ม. ๒๓๔ ฉะนั้นเมื่อศาลอุทธรณ์คงมีคำสั่งยืนตามศาลชั้นต้นเช่นนี้ คำสั่งของศาลอุทธรณ์ย่อมเป็นที่สุดตาม ม. ๒๓๖ จึงให้ยกฎีกาโจทก์เสีย