คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องเรียกเงินตามเช็คธนาคารกรุงเทพ ฯ ซึ่งจำเลยเป็นผู้สั่งจ่ายให้โจทก์เป็นเงิน ๒๐,๐๐๐ บาท กับดอกเบี้ย โดยกล่าวว่าโจทก์เป็นผู้ทรงโดยสุจริต ได้นำเช็คนี้ไปขึ้นเงินแล้วธนาคารไม่ยอมจ่าย โดยอ้างว่าจำเลยห้ามการใช้เงิน
จำเลยให้การว่า ออกเช็คให้โจทก์จริงเพื่อกิจการอย่างหนึ่ง เมื่อถึงกำหนดกิจการนั้นล้มเลิกไป จำเลยจึงห้ามธนาคารจ่ายเงิน ศาลแพ่งพิพากษาให้จำเลยใช้เงิน ๒๐,๐๐๐ บาทกับดอกเบี้ย
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
ศาลฎีกาวินิจฉัย
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า เรื่องนี้โจทก์ฟ้องเรียกเงินตามเช็คที่จำเลยสั่งจ่ายให้โจทก์ จำเลยให้การรับว่าเป็นผู้สั่งจ่ายเช็คนั้นเพื่อกิจการอย่างหนึ่งแต่จะขอสืบว่าเหตุที่จำเลยสั่งธนาคารระงับการจ่ายเงินตามเช็ค เป็นเพราะกิจการนั้นเลิกล้มไปโดยโจทก์ผิดสัญญา แต่ในรายงานการชี้สองสถานจำเลยได้แถลงว่าการออกเช็คเนื่องจากมีสัญญาจะเช่าห้องโจทก์ภายใน ๗ วัน ครั้นครบกำหนด ๗ วัน จำเลยไม่สามารถหาเงินมาเช่าห้องได้เช่นนี้จึงเป็นเรื่องที่จำเลยเองเป็นฝ่ายผิดสัญญาฉะนั้นจึงถือได้ว่าโจทก์ได้รับเช็คโดยชอบและสุจริต จำเลยไม่พ้นความรับผิดไปได้ ตาม ป.พ.พ.ม.๙๐๐
ผลคำพิพากษา
พิพากษายืน